ตร.สามเสน ปิดทางเข้า-ออก บุกรวบนักพนันกว่า 10 คน เล่นไฮโล
วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ได้รับรายงานผลการจับกุมคดีที่น่าสนใจ จาก พ.ต.อ.สรพงษ์ นาคะโยคี ผกก.สน.สามเสน ว่า พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี รอง ผกก.ป.สน.สามเสน นำกำลังตำรวจสายตรวจ สน.สามเสน เข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโล ซึ่งลักลอบเปิดเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ภายในห้องเช่าเลขที่ 130 ตรอกเยื้องโรงเรียนวัดเทวราชกุญชร ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อกลางดึก วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา
สถานที่จับกุมบ่อนการพนันไฮโล เป็นลักษณะห้องแถว 1 ชั้น ตั้งอยู่ภายในชุมชนตรอกเยื้องโรงเรียนวัดเทวราชกุญชร ที่มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว และค่อนข้างคับแคบ ห่างจากปากซอยประมาณ 50 เมตร มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเป็นการเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม
ทั้งนี้ พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี รอง ผกก.ป.สน.สามเสน ได้ทำการวางแผนปิดทางเข้า-ออกทุกด้าน นำกำลังบุกเข้าไปภายในบ่อน พบนักพนัน จำนวน 10 คน พร้อมของกลาง อุปกรณ์การเล่นพนันไฮโล จำนวน 2 ชุด ลูกเต๋า 93 ลูก ตะกร้า 12 ใบ ชิบแทนเงินสด จำนวน 1 ชุด แผ่นพลาสติกบอกแต้ม จำนวน 1 แผ่น เงินสด 200 บาท จอโทรทัศน์ จำนวน 2 เครื่อง กล่องเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว และเก้าอี้ 10 ตัว
ขณะเข้าทำการจับกุม นางพวงผกา ชฎิลาลัย อายุ 57 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน และนายธนชัย ชฎิลาลัย อายุ 37 ปี รับเป็นเจ้ามือ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนคุมตัวนักพนัน เจ้าของบ้าน และเจ้ามือ ไปทำการสอบสวนที่ สน.สามเสน
จากการสอบสวน เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า บ่อนแห่งนี้ เปิดได้เพียง 2-3 วัน ตั้งใจเล่นเพียงสนุกสนามในแต่ละวันจะเริ่มเล่นตั้งแต่ช่วงเย็น พอใกล้เวลาเคอร์ฟิวก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของกลุ่มนักพนัน เจ้ามือ และเจ้าของบ้าน
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.สามเสน ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีนางพวงผกา รับเป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นพนันบัญชี ก. และมีนายธนชัย รับเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้” และแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันกระทำการชุมนุมการทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อันเป็นความตามกฎหมายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548”