โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JWD เปิดแผน 5 ปีดันรายได้แตะ 1 หมื่นลบ. อัดงบ 1.5 หมื่นลบ. รุกขยายธุรกิจเต็มสูบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 06.52 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนการดำเนินงานในระยะเวลา 5 ปี (ปี 64-68) จะผลักดันรายได้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 15% ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเดินหน้าขยายการลงทุนด้วยการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการร่วมลงทุน (JV)

รวมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S-Curve สามารถต่อยอดธุรกิจปัจจุบัน และขยายการลงทุนในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม, กัมพูชา และอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 15,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งแหล่งเงินทุนจะมาจากหลากหลายช่องทางทั้งกระแสเงินสด,วงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน,การเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อระดมทุนและทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแก่กองทรัสต์

"จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเรามีการเติบโตจากการขยายธุรกิจเดิมที่เรามีอยู่ รวมไปถึงการขยายกิจการโดยการเข้าร่วมลงทุน และซื้อกิจการเพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจโลจิสติกส์ในไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งหลังจากนี้เราก็ยังเดินหน้าการขยายกิจการไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S-Curve เข้ามาเสริมเพิ่มเติมด้วย" นายชวนินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะนำบริษัท เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JWD ที่ถือหุ้นอยู่สัดส่วน 70% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 65-66

ล่าสุด เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด (VNS) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง  โดยจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ภายหลังควบรวมกิจการแล้วบริษัทจะเดินหน้าขยายฐานธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าอื่นๆที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว อาทิ การรับขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย, สินค้าทั่วไป, สินค้าขนาดใหญ่, บริการขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ, บริการขนส่งข้ามแดน ฯลฯ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต คาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มเป็นกว่า 800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัว จากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ราว 400 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าในช่วงปีที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,300-1,400 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจห้องเย็น บริษัทมีแผนขยายการลงทุนธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็น (Cold Storage) ในรูปแบบการลงทุนเองหรือร่วมทุนกับ พาร์ทเนอร์ที่สนใจ เพื่อพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าห้องเย็นในจังหวัดที่มีศักยภาพ ที่จะใช้เป็นฮับหรือศูนย์กลางรวบรวมสินค้าแก่ ซัพพลายเออร์ในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงและส่งต่อไปถึงจุดหมาย โดยให้ความสนใจพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือถึงภาคกลางตอนบน ธุรกิจโลจิสติกส์ในต่างประเทศอีก 5 ปีข้างหน้า จะเน้นลงทุนในประเทศกัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ผ่านการลงทุนเองและควบรวมกิจการ

นายชวนินทร์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนขยายธุรกิจใหม่ บริษัทจะรุกขยายฐานธุรกิจ B2C (Business to Customer) โดยจะมุ่งผลักดันธุรกิจให้บริการ Self-Storage (ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่า) เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนร่วมกับพาร์เนอร์ต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของโมเดลธุรกิจให้บริการค้นหาและจองพื้นที่ห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้การร่วมมือดังกล่าวสามารถผลักดันให้ JWD ก้าวเป็นผู้ให้บริการ Self-Storage ระดับภูมิภาค

ขณะที่อีก 2 บริการเพิ่มเติมสำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือ  บริการระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ Order Fulfillment สำหรับคลังแห้งและแบบควบคุมอุณหภูมิที่ JWD มีองค์ความรู้และศักยภาพคลังในทำเลยุทธศาสตร์พร้อมอยู่แล้ว โดยในเฟสแรกมีพื้นที่ให้บริการ 5,920 ตารางเมตร วางแผนเปิดให้บริการภายในเดือนก.ค.นี้ และบริการ Cold Chain Express ซึ่งที่ผ่านมามีการเติบโตแบบก้าวกระโดดสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบันยุค New Normal บริษัทวางแผนเจาะกลุ่มเป้าหมายสินค้าเพื่อสุขภาพและยาเพิ่มเติม

อีกหนึ่งขาธุรกิจที่ช่วยเสริมการเติบโตของ New S-Curve คือ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ JWD ภายใต้ชื่อ บริษัท ออริจิ้น เจดับเบิ้ลยูดี อินดัสเทรียล แอสเซท จำกัด เพื่อดำเนินกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติกส์ ทั้งในส่วนของคลังสินค้าอัจฉริยะที่เป็นสมาร์ทแวร์เฮ้าส์ โครงการคลังสินค้าที่สร้างขึ้นตามความต้องการเฉพาะ (Built-to-Suit) และโครงการห้องเย็นสำเร็จรูป (Cold Storage) เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีความต้องการใช้งานจำนวนมาก รวมทั้งการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองรีทเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

บริษัทยังศึกษาโอกาสเข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์ในไทยและต่างประเทศเพื่อต่อยอดกับธุรกิจในปัจจุบัน หรือลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10-12% หรือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตและกำลังเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ล่าสุดได้เข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพด้านระบบบริหารจัดการร้านอาหาร เพื่อต่อยอดขยายธุรกิจ Food Services และ Cold Chain Express Delivery เพื่อรองรับบริการด้าน Restaurant Platform ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่เป็นแหล่งรวมรวบวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ เลือกซื้อ โดยสามารถรวบรวมปริมาณการสั่งซื้อจากร้านอาหารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่ง JWD จะทำหน้าที่รวบรวม คัดแยกและบริการจัดส่งวัตถุดิบไปยังร้านอาหารต่าง ๆ

นายชวนินทร์ กล่าสเพิ่มเติมถึงทิศทางผลประกอบการปีนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน โดยมั่นใจว่าผลงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมาย แม้มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เนื่องจากตลาดที่บริษัทเข้าไปจับเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต และมีการกระจายความเสี่ยงรวมถึงการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศด้วย

ด้านงบลงทุนปีนี้บริษัทเตรียมไว้ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท สำหรับใช้ซ่อมบำรุงหรือดูแลทรัพย์ประมาณ 200-300 ล้านบาท และใช้ในการขยายกิจการเดิม เช่น การก่อสร้างคลังสินค้ามูลค่า 300-400 ล้านบาท และที่เหลือสำหรับซื้อกิจการ (M&A) และขยายกิจการในธุรกิจใหม่ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...