โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถิติบอกว่า ... อัตราการว่างงานต่ำ ใช่ว่าจะดีเสมอไป

Finnomena

อัพเดต 09 ต.ค. 2562 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 04.58 น. • Mr.Messenger

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขการว่างงาน หรือ Unemployment Rate ออกมาอยู่ที่ 3.5% ต่ำสุดในรอบ 50 ปี สิ่งนี้ นักวิเคราะห์ นักลงทุนทั่วโลก ต่างมองว่า มันแสดงถึงตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และเป็นเหตุผลที่เหล่าสายเหยี่ยว (Hawkish) ต่างมองกันว่า จริง ๆ แล้วเฟด ไม่ควรลดดอกเบี้ยนโยบายมากกว่านี้ เพราะภาคการบริการ และตลาดแรงงานยังคงดูดี ทั้งนี้ ก็เพราะการบริโภคภายในประเทศของสหรัฐฯ เอง คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 60% ของ GDP

Unemployment Rate คำนวนจากการหาสัดส่วน ประชากรในวัยทำงานที่ไม่มีงานทำ หารด้วย ประชากรในวัยทำงานทั้งหมดของประเทศนั้น ๆ  ถ้าดูจากวิธีการคำนวน ก็ชัดเจนว่า ยิ่งอัตราการว่างงานสูง แสดงว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจเติบโตไม่ได้เต็มที่ หรือ ดูแล้วอนาคตยังไม่น่าจะดี เพราะไม่เช่นนั้น นายจ้างก็น่าจะต้องการแรงงานเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น

ผมขอยกตัวอย่าง 2 ประเทศ ที่มีอัตราการการว่างงานต่ำกว่าสหรัฐฯ ประเทศแรกก็คือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ณ สิ้นปี 2018 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 2.2% และหากดูย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว เมื่อปี 2014 จะพบว่า อัตราการว่างงานนั้นลดลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 3.7% เมื่อ 5 ปีก่อน แต่เมื่อดูอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจผ่าน GDP Growth พบว่า จากปี 2014 ที่ขยายตัวอยู่ที่ 3% มาถึงตอนนี้ ไตรมาส 2/2019 ตัวเลขอยู่ที่ 1%

อีกประเทศที่ขอยกตัวอย่าง ก็คือ ประเทศไทย จากข้อมูล ณ สิ้นปี 2018 อัตราการว่างงานอยู่ที่ อยู่ที่ 0.67% ลองกลับไปดูตัวเลขเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอยู่ที่ 0.58% ในปี 2014 แสดงให้เห็นว่า อัตราการว่างงานของไทยเราต่ำกว่า 1% มาตลอดนับตั้งแต่หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009 แล้ว ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว จะพบว่า ไม่มีไตรมาสไหนเลยที่เศรษฐกิจไทยสามารถโตได้ตามเป้าที่ฝั่งผู้กำหนดนโยบายคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ไตรมาส 2/2019 ที่ผ่านมา GDP Growth ของไทยเรา ประกาศออกมาอยู่ที่ 2.3% ชะลอตัวลงมาเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน จนทำให้แบงก์ชาติปรับเป้าประมาณการ GDP ของไทย จากเดิม 3.3% ลงมาเหลือ 2.8% ในปีนี้

เห็นอะไรไหมครับ อัตราการว่างงานที่ต่ำ มันไม่ได้เป็นปัจจัยเพียงปัจจัยเดียวที่จะบอกว่า เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ กำลังขยายตัวได้ในทิศทางที่น่าพอใจเสมอไป คำถามแรกที่ผู้อ่านน่าจะสนใจคือ อะไรคือ เหตุผลที่อธิบายเรื่องนี้?

ต้องขออธิบายถึงตัวเลขทางสถิติตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Fertility Rate ซึ่งคือ จำนวนบุตรเฉลี่ยที่ผู้หญิงแต่ละคนให้กำเนิดของประเทศนั้น ๆ ยกตัวอย่าง ประเทศไทยเรา Fertility Rate ณ สิ้นปี 2018 อยู่ที่ 1.48 ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ตัวเลขนี้อยู่ที่ 1.44 ส่วนสหรัฐฯ อยู่ที่ 1.80

ตัวเลข Fertility Rate นี้ ถ้าต่ำกว่า 2 แสดงว่า แนวโน้มประชากรของประเทศนั้นจะไม่เพิ่มขึ้น ขยายความก็คือ สมมตินะครับ ผมแต่งงานกับภรรยา มีลูกชายหนึ่งคน สมมติว่า ในอนาคต ผมกับภรรยาจากโลกนี้ไป เวลาไป ไป 2 คน แต่ทดแทนให้โลกนี้แค่ 1 คน ซึ่งเท่ากับ Fertility Rate เท่ากับ 1 เห็นไหมครับ หากเป็นแบบนี้ไปนาน ๆ มีแต่จำนวนประชากรจะลดลงเรื่อย ๆ

ดังนั้น เมื่อพิจารณาเรื่องโครงสร้างประชากรของประเทศนั้น ๆ ประกอบกันไป จะพบว่า ประเทศที่มี Fertility Rate ต่ำกว่า 2 เป็นประเทศที่ผลิตจำนวนแรงงานใหม่ได้ไม่ทันพอที่จะเข้ามาทดแทนแรงงานเก่าที่จะเกษียณและกำลังจะจากโลกนี้ไปในอนาคตยาว ๆ ดังนั้น บางที ตัวเลข Unemployment Rate ที่ต่ำเตี้ย มันตีความอีกมุมหนึ่งก็ได้ว่า เพราะหาแรงงานยากมากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างประชากรของประเทศกำลังวิ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ประเทศไทย เรากลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ หรือ มีสัดส่วนจำนวนประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปี เกินกว่า 13 ล้านคน และภายในปี 2050 ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนแถว ๆ 35% ของจำนวนประชากร ในขณะที่จำนวนประชากรทั้งประเทศอยู่ที่ 69 ล้านคน และอัตราการเพิ่มขึ้นช้าลงเรื่อย ๆ จากการที่ Fertility Rate ต่ำกว่า 2 เป็นระยะเวลามายาวนานแล้ว จริง ๆ เหตุการณ์นี้ มักจะเกิดกับประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างเช่นญี่ปุ่น หรือ สหรัฐฯ ซึ่งรายได้ต่อหัวของประชากรสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่การที่ประเทศไทยเรา เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในขณะที่ GDP Per Capita ของไทย ณ สิ้นปี 2018 ตกอยู่ที่เดือนละ 19,000 บาทเท่านั้น สะท้อนว่า คนไทยจะเกษียณแล้วจน ในขณะที่มีอายุยืนยาวขึ้น และไม่มีลูกหลานมาเลี้ยงดูในตอนบั้นปลายชีวิต

ตัวอย่างของประเทศไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ณ ตอนนี้ เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับหลาย ๆ ประเทศในโลก ที่อัตราการว่างงานดูจะอยู่ในระดับต่ำ ไม่ใช่เพราะการจ้างงานยังแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะแรงงานเข้าระบบมีจำนวนน้อยลง ขณะเดียวกันนั้นเอง ผู้สูงอายุที่เกษียณออกจากระบบก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น คำถามคือ ในระยะยาว เศรษฐกิจประเทศนั้น ๆ จะโตได้ต่อเนื่องไหม น่าคิดนะครับ

Mr.Messenger

ที่มาบทความ: กรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...