โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Business DNA: สัมภาษณ์คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ แห่ง K.E. Group - สร้างธุรกิจอสังหาฯ ให้เติบโต ด้วยทีมที่เป็นมืออาชีพ

Finnomena

อัพเดต 28 ก.พ. 2563 เวลา 18.23 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 03.39 น. • Andrew Stotz

หลังทำงานในฝั่งที่ปรึกษาด้านธุรกิจที่บริษัท Anderson Consulting และทำงานด้านวาณิชธนกิจอยู่ 10 ปีที่ Phatra และ Merrill Lynch คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ก็ได้ตัดสินใจเข้าสู่แวดวงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ด้วยที่ดินที่คุณพ่อของเขาได้สะสมไว้

ระหว่างปี 2001-2002 คุณกวีพันธ์ได้นำบริษัท K.E. Group ในการเริ่มต้นโครงการบ้าน บริษัทประสบความสำเร็จในฐานะน้องใหม่แห่งแวดวงพัฒนาอสังหาฯ ด้วยการมุ่งเน้นเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ในวันนี้ K.E. Group คือบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่เจาะกลุ่มบ้านหรู ค้าปลีก และตอนนี้ก็กำลังพัฒนา REIT ของตัวเอง ที่ผ่านมา K.E. Group ได้สร้างโครงการหรูมากมายในเมืองไทย รวมถึงพัฒนาศูนย์การค้ากลางแจ้งในกรุงเทพฯ อีกด้วย

ดาวน์โหลดบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม (ภาษาอังกฤษ)

Company DNA: K.E. Group

บทสัมภาษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจ DNA ของบริษัท เนื่องจากเราได้รู้เบื้องหลังของบริษัทไปบ้างแล้ว ตอนนี้เราจึงอยากเจาะลึกไปถึงจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ K.E. Group

คุณกวีพันธ์และภรรยาคือผู้ริเริ่มสร้าง K.E. Group

ภรรยาและผมเริ่มก่อตั้ง K.E. Group ช่วงปี 2000 ต้นๆ ด้วยพันธกิจเพียงหนึ่งเดียว: เพื่อสร้างธุรกิจที่มีจุดศูนย์กลางเป็นครอบครัวและทายาทรุ่นต่อ ๆ ไป การที่เรามุ่งไปยังครอบครัวและชุมชนนั้นเกิดจากการที่ภรรยาและผมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ในฐานะผู้ปกครอง พวกเรามักจะใช้เวลาทำกิจกรรมกับลูกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอนนี้ลูก ๆ เริ่มค่อย ๆ มีส่วนร่วมกับธุรกิจของเราแล้วครับ

มุ่งเน้นการสร้างบ้านหรู

K.E. Group มุ่งเน้นสร้างบ้านหรูในพื้นที่ที่ใกล้กับตัวเมืองที่สุด เพื่อให้ผู้อาศัยสามารถเข้าถึงระบบคมนาคมและพื้นที่หลัก ๆ ของกรุงเทพฯ ได้ บริษัทพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่มด้วยการให้ความสำคัญกับการร่วมมือของชุมชน ความสัมพันธ์กับลูกค้า และการสร้างบ้านแบบกำหนดได้ (Customized Housing) บ้านของเราไม่ใช่แค่อยู่ในพื้นที่ที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบที่สร้างสรรค์ หรูหรา และใช้งานได้จริง การออกแบบของเราจะให้ความสำคัญกับครอบครัว ไม่เหมือนเจ้าอื่นที่เน้นบ้านไทยดั้งเดิมที่ตั้งแยกห่างจากกัน เราต้องหาความเฉพาะกลุ่มของเราด้วยการมอบสิ่งใหม่ๆ กับตลาดครับ

พนักงานขายภายใน คือความได้เปรียบด้านการแข่งขัน

ในส่วนของบ้านหรูนั้น การที่เราใช้ทีมพนักงานขายภายในของเรา แทนที่จะจ้างตัวแทนขายจากข้างนอก ทําให้เราได้สร้างชุมชนที่เหนียวแน่น ด้วยการสนับสนุนความร่วมมือกัน ในช่วงแรก ๆ การหาตลาดเฉพาะกลุ่มได้พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง หลังจากที่โครงการบ้านโครงการแรกของเราสำเร็จในปี 2001-2002 เราค้นพบว่าสไตล์บ้านของเราสามารถสู้กับคู่แข่งรายใหญ่ ๆ ได้ แม้เราจะไม่ได้ทำโฆษณามากมายนัก ตอนนี้ก็เช่นกัน เรายังสามารถสร้างและปิดการขายบ้านทั้งหมด 60 หลังได้ภายในหนึ่งปี เราขายบ้านหมดเร็วมาก ๆ ชัดเลยว่าเราให้ความสำคัญกับความต้องการและการเติมเต็มของลูกค้าครับ

K.E. Group ได้ขยับขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ

ตอนนี้ K.E. Group ได้ขยับขยายไปยัง 3 ธุรกิจ: บ้านหรู ศูนย์การค้า และ REITs ลูกชายผมตอนนี้กำลังดูแลในฝั่งของการบริหารสินทรัพย์ ซึ่งพ้องไปกับจุดมุ่งหมายของเราที่จะเปลี่ยน K.E. Group ให้กลายเป็นธุรกิจของรุ่นถัดไป

ในแต่ละภาคส่วนของธุรกิจ เราได้สร้างความแตกต่างออกมาจากที่อื่น ๆ ในส่วนของโครงการบ้านหรู จุดโฟกัสของเราคือดีไซน์ที่เน้นความเป็นครอบครัวและบริการที่ตอบโจทย์รายบุคคล สำหรับศูนย์การค้า ผู้เช่าของเราได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน และสำหรับ REITs เราให้เงินทุน เราบริหาร และเราทำให้มันเติบโตครับ

Leader DNA: คุณกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์

Business DNA: Professional Teamwork to Build Growth in Real Estate

ช่วยแชร์ได้ไหมครับว่าอะไรคือแรงจูงใจของคุณ? เมื่อคุณเจอช่วงยากลำบาก คุณหาแรงบันดาลใจจากไหน? ช่วยลองนึกถึงช่วงเวลาที่คุณต้องค้นลึกและพึ่งพาแรงบันดาลใจนี้หน่อยครับ

คุณกวีพันธ์:  สิ่งที่ช่วยให้ผมผ่านพ้นช่วงเวลาที่ทุกข์ยากไปได้คือความเชื่อว่าจะต้องมีทางออกสำหรับทุกปัญหาครับ เมื่อคุณเชื่อในสิ่งนี้อย่างจริงจัง คุณจะสามารถหาทางออกให้กับทุกปัญหาได้ ในส่วนของแรงบันดาลใจ สำหรับผมคือวิสัยทัศน์ที่จะสร้างอาณาจักรธุรกิจสำหรับรุ่นต่อไปครับ สิ่งนี้ย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของผมเริ่มสะสมที่ดินในขณะที่เป็นหุ้นส่วนกับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าคุณพ่อจะเป็นที่ปรึกษาให้ K.E. Group แต่ท่านก็ไม่เคยเข้ามาแทรกแซงสิ่งที่เรากำลังทำ แทนที่จะทำอย่างนั้น ท่านมอบการสนับสนุน ปล่อยให้เราตัดสินใจด้วยตัวเอง และบางทีก็ท้าทายเราด้วย นั่นช่วยให้ผมมีอิสระในการคิดถึงไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ ผมเองก็อยากจะทำอะไรคล้าย ๆ แบบนี้กับลูกของผม ด้วยการสร้างฐานที่แข็งแรงให้พวกเขาดูแลจัดการครับ

การสร้างความแตกต่าง คือความท้าทายเสมอมา

คุณกวีพันธ์: หนึ่งในความท้าทายที่สุดของผมคือการทำให้ทั้งสามธุรกิจดำเนินการอย่างแตกต่างกัน หลายครั้งที่ผู้คนเห็นบ้าน ศูนย์การค้า หรือแม้กระทั่ง REITs ของเราแล้วคิดว่าพวกเรามีความมุ่งมั่นเฉพาะสิ่ง ๆ นี้ แต่แท้จริงแล้วแรงจูงใจของผมคือเราต้องการที่จะแตกต่าง เราต้องการจุนเจือชุมชนของเราต่อไป ไม่ใช่เพียงแค่ทำเงินเท่านั้น

อีกหนึ่งความท้าทายคือการถอนตัวเองออกมาจากกระบวนการตัดสินใจทุกอย่าง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกชายผมแทน เหมือนที่พ่อผมท่านเคยทำกับผม บางครั้งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับว่าพวกลูก ๆ เขากำลังทำอะไร แต่ผมเชื่อว่าผมได้ส่งต่อ DNA ธุรกิจที่ดีให้พวกเขา

อะไรคือสถานการณ์ที่ยากที่สุดที่คุณเคยเผชิญ? หรืออะไรคือข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดที่คุณเคยทำ?

คุณกวีพันธ์: ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมตอนนี้คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เราก่อตั้ง K.E. Group ในแบบธุรกิจครอบครัว แต่ตอนนี้เราต้องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมืออาชีพมากขึ้นในออฟฟิศ เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมนี้จะช่วยให้คนของเรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจมากขึ้นครับ

การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมกำลังจะมา

คุณกวีพันธ์: เรากำลังอยู่ในกระบวนการนั้นครับ และผมเชื่อว่าเราไม่สามารถโตได้มากหากยังเป็นธุรกิจครอบครัวอยู่ ถ้าคุณต้องการเติบโต ก็ต้องเปลี่ยนแปลงจากภายใน ลูกชายผมเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมแล้ว และเขาก็เห็นภาพว่าบริษัทจะโตขึ้นอีกเยอะหากเราทำการพัฒนาความเป็นมืออาชีพในองค์กรต่อไป อย่างไรก็ตาม ความยากคือกระบวนการตัดสินใจครับ เพราะบางครั้งคนก็ชอบสิ่งที่มันเป็นอยู่ตอนนี้มากกว่า

จับประเด็นจากประสบการณ์ของคุณกวีพันธ์

  • สร้างความแตกต่างให้ตัวเอง และหากลุ่มเฉพาะของคุณ - K.E Group ต้องหาตลาดเฉพาะกลุ่มของตัวเองผ่านการสร้างสิ่งใหม่ๆ ออกไปสู่ตลาด และยังใช้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมาช่วยการบริหารรายได้และค่าใช้จ่าย
  • สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเสมอ - จริงอยู่ที่การใช้ตัวแทนขายจากข้างนอกนั้นง่ายกว่า แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้านั้นต้องใช้ทีมขายในองค์กร รวมถึงต้องเจอกับลูกค้าด้วยตัวเอง ตัวคุณในอนาคตจะขอบคุณตัวคุณวันนี้ที่สร้างทีมขายภายในองค์กรขึ้นมา
  • เส้นทางสู่ความสำเร็จต้องทำกันเป็นทีม - ความสำเร็จของคุณกวีพันธ์เกิดจากไอเดียและประสบการณ์ของเขา นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับภรรยา รวมถึงอิทธิพลของคุณพ่อและลูกชายที่มีต่อธุรกิจ ชีวิต และการทำงาน
  • พัฒนาฝั่งการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโต - K.E. Group มีแผนกบริหารสินทรัพย์ คล้ายๆ กับที่ Blackstone และไม่ได้เจาะเน้นแค่ Community mall ในเมืองไทย/ต่างประเทศ แต่ยังขยับขยายไปยังสินทรัพย์อื่นๆ เช่น โรงแรมและออฟฟิศ
  • ความเป็นมืออาชีพนั้นจำเป็นต่อการเติบโต - เมื่อถึงจุดหนึ่ง ธุรกิจต้องมีความเป็นมืออาชีพและกระบวนการที่แข็งแรงเพื่อจะได้เติบโตต่อไป การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมนี้คือข้อจำกัดด้านการเติบโตอันดับหนึ่งสำหรับ K.E. Group

Andrew Stotz

เรียนรู้เกี่ยวกับคุณกวีพันธ์และ K.E. Group ได้ในบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม (ภาษาอังกฤษ)

ที่มาบทความ: https://becomeabetterinvestor.net/business-dna-professional-teamwork-to-build-growth-in-real-estate/**

**สนใจลงทุนพอร์ต All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย Andrew Stotz ซึ่งจะช่วยให้เราได้ผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว ในขณะที่ลดความรุนแรงของการขาดทุนในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจดูข้อมูลและลงทุนในพอร์ตนี้ สามารถคลิกที่นี่ https://www.finnomena.com/port/andrew/ หรือแบนเนอร์ข้างล่างได้เลยครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...