โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรรพสามิตเดินหน้าเก็บภาษีความหวาน-ความเค็ม

TODAY

อัพเดต 18 ก.ค. 2562 เวลา 01.09 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 01.09 น. • Workpoint News

แนวทางหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลสุขภาพของคนไทย คือ การเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า ภาษีหวานมันเค็ม สำหรับไขมันและโซเดียมยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่สำหรับความหวานเตรียมปรับราคาจำหน่ายเครื่องดื่มหลายชนิด 1 ตุลาคมนี้ เครื่องดื่มให้ความหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลังจะปรับอัตราภาษีขึ้นอีก 15 สตางต์ ถึง 1 บาทต่อขวดขนาด 1 ลิตร และจะทยอยปรับอัตราเพิ่มไปสูงสุดที่ 5 บาท ในปี 2564

ณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต คาดว่าการเก็บภาษีหวานมันเค็มจะช่วยรัฐจัดเก็บรายได้ เพิ่มขึ้นอีก 4,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประกาศใช้ภาษีความหวานรอบแรก 3,000 ล้านบาท โดยกรมฯ พบว่า ผู้ผลิตสินค้าสามารถปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลจนได้รับเครื่องหมายสินค้าที่เป็นมิตรกับสุขภาพในท้องตลาดเพิ่มขึ้น จาก 30 ตัวอย่าง เป็น 100 ตัวอย่าง ภายในเวลาเพียง 1 ปี ช่วยให้ผู้บริโภค มีทางเลือก

ขณะเดียวกันกรมสรรพสามิตกำลังเร่งศึกษาแนวทางการเก็บภาษีความเค็ม และความมันหลังพบผลการศึกษาคนไทยบริโภคความเค็มเกินกว่าความต้องการของร่างกาย มากกว่า 2-3 เท่าตัว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสินค้าบางรายการถูกตีกลับจากต่างประเทศ เนื่องจากปริมาณโซเดียมสูงเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกำหนด ยืนยันว่ามาตรการทางภาษีสุขภาพไม่ได้มุ่งหวังผลด้านรายได้ แต่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ลดค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุขมากกว่า เพราะตามแผนจะเก็บภาษีจากปริมาณโซเดียมที่ใช้สำหรับปรุงรส แต่อาจไม่รวมกับโซเดียมที่ช่วยถนอมอาหาร ซึ่งจะเร่งสรุปรายละเอียดเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ภายในปีนี้

ปัจจุบันกรมสรรพสามิตเก็บภาษีความหวาน เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 1 บาท และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไปจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเฉลี่ยนลิตละ 3 บาท และจะค่อยๆ ปรับเพิ่มสูงสุดลิตรละ 5 บาทในปี 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...