โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดำรง พุฒตาล จวก รพ.ที่ลอนดอนไม่รับรักษา ปล่อยสาวไทยป่วยโควิดดับ

Khaosod

อัพเดต 04 เม.ย. 2563 เวลา 01.23 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2563 เวลา 01.23 น.
ดำรง พุฒตาล

 พิธีกรดัง ดำรง พุฒตาล โพสต์จวกยับโรงพยาบาลลอนดอน ไม่รับรักษาสาวไทยป่วยโควิด ไล่กลับบ้าน ให้รักษาทางโทรศัพท์ สุดท้ายสาวไทยรานี้เสียชีวิตในห้องพักสลด 

 เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ดำรง พุฒตาล พิธีกรชื่อดัง และเจ้าของนิตยสารคู่สร้างคู่สม ได้โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กคู่สร้างคู่สม  ว่า ***COVID-19**** อย่าเชื่อตัวเลขผู้ตายด้วยโควิดของประเทศอังกฤษที่BBC ออกข่าวเช้าวันที่3 เม.ย.นี้ เวลา7 โมงเช้า เหตุผลคือในอังกฤษจะมีคนตายด้วยโรคนี้อยู่ที่บ้านโดยทางการไม่ได้รู้อีกมากมาย ผมมีเหตุผล คือ

มีหญิงไทยคนหนึ่งทำงานอยู่ร้านอาหารในลอนดอนมาเป็นเวลาหลาย10 ปี เสียภาษีให้รัฐบาลอังกฤษอย่างถูกต้อง เมื่อเธอเริ่มมีอาการโรคร้ายนี้ จึงไปโรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลปฏิเสธไม่ยอมรับตัวให้กลับไปบ้านให้รับการรักษาทางโทรศัพท์อย่างเดียว

จะชี้แจงอาการที่กำลังเป็นอยู่อย่างไร เจ้าหน้าที่ หรือพยาบาลก็ไม่รับฟัง ไล่ให้กลับบ้านและให้รักษาทางโทรศัพท์ สองสามวันต่อมาญาติทางเมืองไทยโทรไปหาเธอก็ไม่รับสายจึงให้เพื่อนในลอนดอนโทรไปหาหรือส่งLINE ถึงเธอก็ไม่ได้รับคำตอบจึงขอให้แม่บ้านไปเปิดห้องพักของเธอปรากฏว่าเธอเสียชีวิตแล้วอยู่ภายในห้องนั่นเอง

ดำรง พุฒตาล

ดำรง พุฒตาล

เรื่องนี้คนใกล้ชิดของเธอ ซึ่งรู้จักกับผมเป็นอย่างดีได้โทรศัพท์มาเล่า และโอดครวญตำหนิรัฐบาลอังกฤษสาธารณสุขอังกฤษและโรงพยาบาลในอังกฤษ

และนี่คือจิตใจของคนตะวันตกชาวยุโรปที่ยกตนเองว่าเหนือกว่ามนุษย์ส่วนอื่นของโลกและเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ดีอังกฤษแท้ที่จริงคือเป็นมนุษย์ที่ใจอำมหิตล่าเมืองขึ้นไปทั่วโล

ประเทศไทยเรา ก็เกือบตกเป็นอาณานิคมเมืองขึ้นของอังกฤษเหมือนกัน ถามว่ามีคนไทยคนต่างชาติที่อยู่ในอังกฤษรวมทั้งคนอังกฤษที่ตายอยู่กับบ้านด้วยลักษณะนี้ทั้งประเทศอีกกี่100 คน

ผมขอให้พวกเราคนไทยได้ชื่นชมยกย่องบุคคลในวงการสาธารณสุขการแพทย์ และจงชื่นชมจิตใจของคนไทย ที่ต่างจากคนอังกฤษโดยสิ้นเชิง

เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ข่าวสด official account

เพิ่มเพื่อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...