โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระนางศุภยาลัต ราชินีองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบอง แท้จริงเหี้ยมโหดหรือน่าสงสาร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 00.10 น.
รูปภาพพระนางศุภยาลัต

พระนางศุภยาลัต ราชินีราชวงศ์คองบอง แท้จริงเหี้ยมโหดหรือน่าสงสาร?

“พระนางศุภยาลัต” เป็นมเหสีเอกของ “พระเจ้าธีบอ” กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงค์คองบองของพม่า พระนางศุภยาลัต มักถูกพูดถึงในแง่ลบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ร้อน หึงหวงพระสวามีอย่างหนัก หรือแม้กระทั่งทำทุกวิถีทางที่พระนางจะขึ้นมามีอำนาจทางการเมือง

ความโหดร้ายของพระนางศุภยาลัต ปรากฏในบันทึกของ ดอกเตอร์ จอห์นมาร์คส์ ผู้เป็นอนุศาสนาจารย์ให้พระราชโอรสของพระเจ้ามินดง (พระราชบิดาของกษัตริย์ธีบอ) และเด็กชายในกรุงมัณฑเลย์ ซึ่งกล่าวถึงนิสัยของพระนางไว้ว่า “เหี้ยมโหดอำมหิตมาตั้งแต่เด็ก ๆ”

หนังสือบางเล่มยังมีการขยายความไปอีกว่าพระนางศุภยาลัตได้ความร้ายกาจ กระหายในอำนาจมาจากพระนางแหม่นุ ผู้เป็นยาย เพราะพระนางแหม่นุขึ้นชื่อว่าเป็นพระมเหสีที่โหดเหี้ยมมากในรัชสมัยพระเจ้าบ๊ะจีด่อ เช่น คิดกลอุบายเพื่อสังหารเจ้าชายหลายพระองค์ เพื่อยึดบัลลังก์มาเป็นของตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้น พระนางศุภยาลัตยังถูกมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ราชวงศ์คองบองล่มสลาย เนื่องจากพระนางเข้าไปแทรกแซงการเมืองแทนพระสวามี เห็นได้จากการรับสั่งให้ทหารพม่ารบกับอังกฤษจนพ่ายแพ้ จนต้องจำนนต่อข้อตกลงมากมายของอังกฤษ

การกระทำข้างต้น ยิ่งทำให้พระราชินีศุภยาลัตกลายเป็น “ตัวร้าย” ในความคิดของใคร ๆ

ทว่าอีกแง่มุมหนึ่ง พระนางศุภยาลัต อาจเป็นราชินีผู้น่าสงสารก็เป็นได้ ดังที่ระบุในหนังสือของ แฮโรลด์ ฟีลดิ้ง-ฮอลล์ (Harold Fielding-Hall) เรื่อง “Thibaw’s Queen” หรือฉบับแปลภาษาไทย “ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน” (สำนักพิมพ์มติชน) ซึ่งรวบรวมข้อมูลหลักฐานจากคนวงในและผู้ใกล้ชิดพระนางหลายคน

ตั้งแต่ก่อนที่อังกฤษจะรุดหน้าเข้ามายึดพม่าได้สำเร็จ พระนางมีพระราชเสาวนีย์ให้พม่าทำสงครามกับอังกฤษ เนื่องจากทรงเชื่อว่ากองทัพของพม่าเข้มแข็ง

ผ่านไปไม่นาน ผลกลับออกมาว่าพม่ามีท่าทีจะพ่ายแพ้ต่อสงครามครั้งนี้ และอังกฤษก็ค่อย ๆ รุกดินแดนเข้ามาทุกที แต่ไม่มีใครกราบทูลให้พระนางศุภยาลัตทรงทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเลย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชบริพารที่พระนางชุบเลี้ยง บรรดาเสนาบดี หรือแม่ทัพทั้งหลาย จนพระนางทรงทราบข่าวทั้งหมดจากเด็กหญิงอายุ 8 ขวบคนหนึ่ง

เมื่อพม่าถึงคราต้องปราชัย หนังสือ “ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน” ได้กล่าวถึงถ้อยคำสุดท้ายที่พระนางกล่าวลานางกำนัลของพระองค์ไว้ว่า “พวกต่างชาติมาถึงแล้ว ยังพอมีเวลาให้พวกเจ้าหนีไปได้ทัน ข้าบอกแล้วว่าให้พวกเจ้ารีบไป รีบไปเถิดอย่าทำให้ข้าต้องเป็นทุกข์มากไปกว่านี้เลย”

ประโยคดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า พระนางทรงเป็นห่วงข้าราชบริพาร และไม่ทรงต้องการให้ผู้ใกล้ชิดต้องมาเดือดร้อนกับสถานการณ์เลวร้ายที่จะเกิดขึ้น

หลังจากแฮโรลด์ ฟีลดิ้ง-ฮอลล์ ได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากอดีตนางกำนัล ทำให้เขามีมุมมองต่อพระนางศุภยาลัตแตกต่างไปจากชาวต่างชาติคนอื่น ๆ เช่น

“พระราชาและพระราชินีในสถานะเยี่ยงพระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต ย่อมสร้างศัตรูไว้มากมาย และรายงานว่าด้วยพฤติกรรมทั้งหลายของกษัตริย์และรัฐบาลของพระองค์ที่เราได้รับก็ล้วนแต่มาจากศัตรูเหล่านี้ คนที่เป็นพวกพ้องของราชสำนักและประชาชนมักจะไม่ค่อยสุงสิงกับคนต่างชาติ แต่พวกที่เป็นปฏิปักษ์พร้อมอย่างยิ่งที่จะระบายความทุกข์ระทมของพวกเขาและเล่าเรื่องน่าอัปยศให้พวกเราฟัง ด้วยหวังว่าพวกเราจะเห็นอกเห็นใจและช่วยกันแก้แค้นคนที่ทำร้ายพวกเขา บรรดาเรื่องพวกนี้แหละที่มักจะได้รับความเชื่อถือ”

เขายังระบุด้วยว่า

“ใครที่รู้จักผู้หญิงพม่าคงจะไม่กล่าวหาผู้หญิงที่จิตใจอ่อนละมุนและกิริยานุ่มนวลอย่างที่พวกเรายกย่องให้เกียรติว่าโหดร้ายได้ พระเจ้าธีบอรักพระนางมากและพระนางก็รักพระองค์เช่นเดียวกัน หากพระนางร้ายกาจจริงอย่างที่คนกล่าวหาจะได้รับความรักเยี่ยงนี้หรือ”

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับ “การเข้าแทรกแซงการเมืองของพระสวามี” จนท้ายที่สุดราชวงศ์คองบองต้องล่มสลาย หากย้อนดูบริบทสังคมขณะนั้นจะเห็นได้ว่า การล่าอาณานิคมของตะวันตกกำลังแพร่หลายเข้ามาในโลกตะวันออก และ “พม่า” ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เจ้าอาณานิคมต้องการ เนื่องจากเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ อัญมณี รวมทั้งเขตแดนของพม่ายังติดกับอาณานิคมสำคัญของอังกฤษ อย่าง “อินเดีย” ซึ่งอังกฤษกังวลว่า ภายภาคหน้าหากพม่ามีปัญหาการเมืองภายในก็จะกระทบกับการค้าในพื้นที่ติดกัน ทำให้อังกฤษต้องเร่งเข้ายึดพม่าในที่สุด

ดังนั้น พระนางศุภยาลัต มเหสีเอก พระเจ้าธีบอ อาจเรียกได้ว่าเป็น “ตัวร้าย” ในสายตาของหลายคน ทว่าอีกด้านหนึ่งพระนางก็อาจได้ชื่อว่าเป็น “บุคคลน่าสงสาร” ขึ้นอยู่กับว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของพระนางออกมาอย่างไรเท่านั้นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฟีลดิ้ง-ฮอลล์, แฮโรลด์. ราชินี ศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน. แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส และสุภิดา แก้วสุขสมบัติ. กรุงเทพ: มติชน, 2560.

สุภัตรา ภูมิประภาส. “วันเวลาก่อนสิ้นสลาย : ราชินีสุภยาลัต นางพญากษัตริย์สุดท้ายของพม่า”, ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม 2558.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระนางศุภยาลัต ราชินีองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบอง แท้จริงเหี้ยมโหดหรือน่าสงสาร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...