โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตในขั้วโลกใต้จะหายไป 65% หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย

Environman

เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2565 เวลา 00.00 น.

เพนกวินจักรพรรดิ สัตว์อื่น ๆ และพืชในทวีปแอนตาร์ติกาอันห่างไกลอาจหายไปภายในปี 2100 หากเราไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายจำกัดการสร้างมลพิษ รวมไปถึงลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
จัสมิน ลี (Jasmine Lee) ผู้เขียนรายงานที่เผยแพร่ในวารสาร PLOS Biology บอกเอาไว้ว่า 65% ของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ท้องถิ่นของแอนตาร์ติกา รวมถึงเพนกวินจักรพรรดินั้น อาจสูญพันธุ์หายไปภายในปี 2100 หากโลกยังคงร้อนขึ้น พร้อมเสนอวิธีช่วยเหลือถึงนานาชาติ หากเราร่วมมือกัน จะช่วยเหลือชีวิตในทวีปแห่งได้มากถึง 84%
การแยกตัวทางภูมิศาสตร์ของทวีปนี้เคยเป็นกำแพงปกป้องภัยคุกคามจากนอกทวีปมาอย่างยาวนาน ไม่มีมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐาน ไม่มีมลพิษ และไม่สายพันธุ์รุกราน พวกเขาอยู่กันอย่างมั่นคงภายใต้ระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์และเปราะบาง แต่ปัจจุบันผลกระทบอันเลวร้ายก็เดินทางมาถึงที่นี่แล้วพร้อมกับสร้างความเสียหายที่รุนแรง
น้ำแข็งกำลังละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้กระทบต่อวงจรการสืบพันธุ์ของเพนกวินตามฤดูกาลจนลูกน้อยของพวกเขาไม่อาจเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมอันเหมาะสม นักท่องเที่ยวประจำปีพุ่งสูงขึ้นถึง 8 เท่านับตั้งแต่ปี 1990 สร้างเขม่าที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสะสมในหิมะมากขึ้น ระบบนิเวนอันอ่อนไหวนี้กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก
.
แม้จะมีรายงานมากมายที่จัดทำมาอย่างดีถึงผลกระทบในทวีปแอนตาร์กติกา แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในหมู่ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย 65% ของสายพันธุ์จะหายไปหรืออย่างดีที่สุดสปีชีส์จะหายไป 37% ถึงอย่างนั้นก็เป็นจำนวนที่มากอยู่
“เราต้องการวิธีดำเนินการระดับโลกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความพยายามในการอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค เพื่อให้สายพันธุ์ในแอนตาร์กติกมีโอกาสรอดชีวิตได้ดีที่สุดในอนาคต” ลีเขียนไว้ในรายงาน
เธอได้เสนอว่าการอนุรักษ์นี้จะใช้เงินเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่ไหลเวียนในเศรษฐกิจโลก เพียง 23 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี (visualcapitalist รายงานไว้ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2021 มีมูลค่า 3,290 ล้านล้านบาท) และมันจะคุ้มค่า
ด้วยวิธีที่ไม่ว่าจะเป็นการลดขนาดและจำกัดกิจกรรมของมนุษย์ซึ่งรวมไปไถึงการควบคุมสายพันธุ์ท้องถิ่นไม่ให้เข้ามาในภูมิภาคนี้ เสริมด้วยนโยบายภายนอกทวีปที่จัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของโลก รายงานจะไว้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในแอนตาร์กติกามากถึง 68%
“นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง” ลีบอก “เมื่อเป็นเรื่องของสภาพอากาศแล้ว ในตอนนี้เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่สำหรับทวีปแอนตาร์กติกา แต่รวมถึงทั่วโลก เรามีโอกาสที่จะหยุดมันได้และหากเราไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ ผลกระทบจะยิ่งแย่กว่าที่เป็นอยู่มาก”
นักวิทยาศาสตร์หวังว่าผู้มีอำนาจทั้งหลายจะรับฟังพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาร้องขอ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เพื่อประโยชน์ของทั้งโลก วิทยาศาสตร์ได้พูดความจริงออกมาแล้ว หากเราฟังสักนิด ทุกอย่างจะมีทางออก
ที่มา
CNN : 65% of Antarctica’s plants and animals could disappear, scientists say. Its iconic penguins are most at risk
The Conversation : Antarctica’s emperor penguins could be extinct by 2100 – and other species may follow if we don’t act
UPI : More than half of Antarctica's plants, animals could disappear due to climate change
Photo : Martin Wettstein on Unsplash

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...