โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ยุโรปหวั่นภัยแล้ง หลังพบเดือนพ.ค. ร้อนสุดอันดับสองของโลก

SpringNews

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.16 น.

ประเทศต่างๆ ทั่วทั้งยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำ หลังเกษตรกรเริ่มรายงานปัญหาพืชผลเสียหาย และได้แค่คาดหวังว่าจะมีฝนตกหนักลงมาในฤดูร้อนนี้

ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของโคเปอร์นิคัสแสดงให้เห็นว่า เดือนพฤษภาคม 2025 เป็นเดือนพฤษภาคมที่ร้อนเป็นอันดับสองของโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ โดยมีอุณหภูมิอากาศผิวดินเฉลี่ยอยู่ที่ 15.79 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนพฤษภาคมปี 1991-2020 ถึง 0.53 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสูงเกินเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ตกลงกันโดยข้อตกลงปารีสในปี 2015 ที่กำหนดอุณหภูมิเฉลี่ยไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสเหนือยุคอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศยังคงทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ทำให้ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับ 'ปีที่ร้อนที่สุด' มานานติดต่อกัน 10 ปีแล้ว

นอกจากยุโรปแล้ว สภาวะสภาพอากาศแห้งแล้งยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตอนเหนือและตอนกลาง รวมถึงพื้นที่ตอนใต้ของรัสเซีย ยูเครน ตุรกี และทั่วเอเชียกลาง เผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่าค่าเฉลี่ย ส่วนพื้นที่บางส่วนของยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำฝนและความชื้นในดินต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979

โคเปอร์นิคัสยังมีรายงานด้วยว่า ในเดือนพฤษภาคม ผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ โดยแตะระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...