โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สหภาพยุโรป” ประชุมด่วนรับมือดีลล่ม สหรัฐขู่เก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 30% ทั่วกระดาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.29 น.

สหภาพยุโรป เร่งจัดทำแผนตอบโต้หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ภายในเส้นตาย 1 สิงหาคม หลังสหรัฐขู่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอียูสูงถึง 30% และจำกัดข้อยกเว้นเหลือเพียงไม่กี่รายการ

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.22 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะทูตของสหภาพยุโรปเตรียมประชุมเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดแผนตอบโต้หากเกิดสถานการณ์ไม่มีข้อตกลงกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยท่าทีการเจรจาเรื่องภาษีนำเข้าของทรัมป์ดูจะแข็งกร้าวขึ้น ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม

แม้ว่าอียูยังคงให้ความสำคัญกับการเดินหน้าเจรจากับสหรัฐ เพื่อหาทางออกจากภาวะชะงักงันก่อนถึงเส้นตาย แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่า การพูดคุยในกรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังไม่คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และจะดำเนินต่อไปอีกอย่างน้อยสองสัปดาห์

ทรัมป์เสนอภาษี 30% พร้อมลดข้อยกเว้น

ขณะนี้สหรัฐมีแนวโน้มต้องการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอียูในอัตราที่แทบจะครอบคลุมทั้งหมดมากกว่า 10% โดยข้อยกเว้นถูกจำกัดเหลือเพียงบางรายการ เช่น อุตสาหกรรมการบิน อุปกรณ์การแพทย์บางประเภท ยาเวชภัณฑ์ทั่วไป สุราบางชนิด และอุปกรณ์การผลิตเฉพาะทางที่สหรัฐต้องใช้เท่านั้น

สองฝ่ายยังได้หารือกันถึงเพดานภาษีในบางภาคส่วน รวมถึงโควตาการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม และแนวทางจำกัดห่วงโซ่อุปทานจากประเทศที่ส่งออกโลหะเหล่านี้มากเกินไป อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถตกลงกันได้ ท้ายที่สุดข้อตกลงยังต้องได้รับการอนุมัติจากทรัมป์ ซึ่งท่าทีของเขายังไม่แน่นอน

นายฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวในรายการ Face the Nation ทางสถานี CBS ว่า “ผมมั่นใจว่าเราจะได้ข้อตกลง… ทุกประเทศหลัก ๆ จะรู้ว่า เปิดตลาดให้สหรัฐยังดีกว่าต้องจ่ายภาษีมหาศาล” พร้อมระบุว่าได้พูดคุยกับคณะเจรจาฝ่ายยุโรปไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์

จดหมายจากทรัมป์กดดันอียู

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงอียู เตือนว่าหากไม่มีข้อตกลง อียูจะเผชิญกับภาษีนำเข้าสูงถึง 30% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ นอกจากนี้ทรัมป์ยังเรียกเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ 25% และเรียกเก็บภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมในอัตราสองเท่า หรือราว 50% อีกด้วย

เขายังขู่ว่าจะตั้งภาษีใหม่กับอุตสาหกรรมเภสัชกรรมและเซมิคอนดักเตอร์ในเร็ว ๆ นี้ และเพิ่งประกาศภาษี 50% กับทองแดง โดยรวมแล้ว อียูประเมินว่าภาษีของสหรัฐที่ประกาศไปแล้วครอบคลุมสินค้าส่งออกของอียูราว 380,000 ล้านยูโร หรือราว 442,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 70% ของมูลค่าส่งออกไปยังสหรัฐ

อียูขอข้อยกเว้นเพิ่มเติม บางประเทศอาจยอมรับภาษีสูงแลกกับสิทธิพิเศษ

ก่อนที่จดหมายจากทรัมป์จะมาถึง อียูมีความหวังว่าจะสามารถตกลงในกรอบเบื้องต้นที่ให้อัตราภาษี 10% กับสินค้าในวงกว้าง แต่หลังจากนั้นจุดยืนของสหรัฐฯ แข็งกร้าวขึ้น

อียูยังคงเรียกร้องข้อยกเว้นเพิ่มเติม และต้องการป้องกันไม่ให้เกิดการเก็บภาษีเฉพาะกลุ่มในอนาคต แม้จะยอมรับว่าข้อตกลงจะไม่สมดุลและเข้าข้างสหรัฐมากกว่า แต่อียูจะประเมินความเสียหายโดยรวมก่อนตัดสินใจตอบโต้ และท่าทีของสมาชิกแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน บางประเทศอาจยอมรับภาษีที่สูงขึ้นหากได้ข้อยกเว้นที่เพียงพอ

ข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจะรวมถึงการแก้ปัญหาอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การหารือด้านการค้าในโลกดิจิทัล และการจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ร่วมกัน

หากไม่มีข้อตกลง อียูเตรียมตอบโต้

ในกรณีที่ไม่สามารถตกลงได้ทันเส้นตาย อียูคาดว่าจะต้องเตรียมแผนตอบโต้โดยเร็ว การดำเนินการใด ๆ จะต้องได้รับการเห็นชอบทางการเมืองจากผู้นำประเทศสมาชิก เพราะเดิมพันครั้งนี้สูงมาก

อียูเคยอนุมัติมาตรการภาษีตอบโต้กับสินค้าสหรัฐ มูลค่า 21,000 ล้านยูโร โดยเน้นไปที่รัฐการเมืองที่อ่อนไหว เช่น ถั่วเหลืองจากรัฐลุยเซียนา (ถิ่นฐานของประธานสภาผู้แทนฯ สหรัฐ ไมค์ จอห์นสัน) ผลิตภัณฑ์การเกษตร สัตว์ปีก และมอเตอร์ไซค์

และยังมีบัญชีรายการภาษีสำรองอีกกว่า 72,000 ล้านยูโร สำหรับตอบโต้ภาษีแบบต่างตอบแทน (reciprocal duties) และภาษียานยนต์ โดยครอบคลุมสินค้าประเภทอุตสาหกรรม เช่น เครื่องบินของ Boeing รถยนต์ผลิตในสหรัฐ และวิสกี้ Bourbon

นอกจากภาษีอียูกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การควบคุมการส่งออก และการจำกัดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างจากภาครัฐ

เตรียมใช้เครื่องมือ “ต่อต้านการบีบบังคับ”

Bloomberg รายงานว่า สมาชิกอียูจำนวนมากสนับสนุนให้ใช้เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument – ACI) หากสหรัฐเดินหน้าตั้งภาษีจริง

ACI ให้อำนาจอียูในการตอบโต้ เช่น เก็บภาษีจากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐจำกัดการลงทุน หรือปิดกั้นไม่ให้บริษัทสหรัฐเข้าถึงตลาดบางส่วนของยุโรป เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นทั้งเครื่องมือป้องปรามและตอบโต้ หากประเทศที่สามใช้นโยบายการค้าเพื่อกดดันอธิปไตยของประเทศสมาชิก

คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถเสนอให้ใช้ ACI ได้ แต่ประเทศสมาชิกต้องเป็นผู้พิจารณาว่ามีกรณีการบีบบังคับเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และควรใช้มาตรการนี้หรือไม่ โดยกระบวนการนี้จะพยายามเปิดโอกาสให้มีการเจรจากับฝ่ายตรงข้ามก่อน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...