โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ธนาคารกลางอังกฤษ” อาจพักขาย พันธบัตรระยะยาว หวั่นซ้ำเติมตลาด Gilt ปั่นป่วน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 05.04 น.

หลังตลาด พันธบัตรระยะยาว สั่นสะเทือน อังกฤษอาจต้องทบทวนแผนลดขนาดงบดุลครั้งใหญ่ โดยผู้เชี่ยวชาญเสนอให้แบงก์ชาติถือพันธบัตรยาวต่ออีกหลายสิบปี ขณะที่นักลงทุนเริ่มจับตานโยบาย QT

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กำลังเผชิญแรงกดดันให้ระงับหรือชะลอการขายพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Gilts) ส่วนหนึ่ง ซึ่งคิดเป็นกว่าหนึ่งในสี่ของพอร์ต เพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนในตลาด หลังเหตุการณ์ตลาดผันผืนรุนแรงล่าสุดตอกย้ำถึงความเปราะบางของอุปสงค์พันธบัตรอายุยาว

นักวิเคราะห์จาก Oxford Economics และธนาคาร HSBC คาดว่า BoE อาจต้องจำกัด หรือยุติการขายพันธบัตรรัฐบาลอายุเกิน 20 ปี ที่เหลืออยู่มูลค่า 1.63 แสนล้านปอนด์ หรือราว 2.19 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางการลดขนาดงบดุลที่เกิดจากมาตรการ QE ในอดีต

การขายพันธบัตรของ BoE เกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลง จากเดิมที่มีผู้ซื้อหลักเป็นกองทุนบำนาญ มาเป็นนักลงทุนต่างชาติและกองทุนเก็งกำไร ซึ่งมีแนวโน้มถอยออกจากตลาดได้ง่ายกว่าเดิม

การเทขายพันธบัตรอายุ 30 ปีในเดือนกรกฎาคม จากข่าวลือว่ารัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves อาจถูกปลด สร้างความตื่นตระหนกต่อตลาดอีกครั้ง คล้ายกับวิกฤตในปี 2565 ที่พันธบัตรอายุยาวเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่นำไปสู่การลาออกของนายกฯ ลิซ ทรัสส์

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า BoE อาจเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นความผันผวนผ่านการทำ QT (Quantitative Tightening) ที่เร่งแข่งขันแย่งผู้ซื้อในช่วงรัฐบาลกู้ยืมสูง ขณะที่ความต้องการจากกองทุนบำนาญแบบผลประโยชน์แน่นอนได้ลดลง

หนึ่งในผู้เสนอให้เปลี่ยนแนวทางคือ Michael Saunders อดีตกรรมการ BoE และที่ปรึกษาอาวุโสของ Oxford Economics ซึ่งเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ประกาศเก็บรักษาพันธบัตรระยะยาวไว้ และไม่ขายออกเลยภายใต้กลยุทธ์ใหม่

Saunders กล่าวว่า “แนวทางนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ QT ของ BoE จะเป็นตัวแปรสร้างความไม่มั่นคงแก่ตลาดกิลต์อีกครั้ง”

ปัจจุบัน BoE ลดขนาดพอร์ตพันธบัตรซึ่งเคยสูงถึง 9 แสนล้านปอนด์ ลงประมาณ 1 แสนล้านปอนด์ต่อปี โดยในปีนี้วางแผนขายเชิงรุก 1.3 หมื่นล้านปอนด์ และปล่อยให้พันธบัตรครบกำหนด 8.7 หมื่นล้านปอนด์

อย่างไรก็ตามปริมาณพันธบัตรที่ครบกำหนดในปีหน้าจะลดลง หากยังคงเป้าลดขนาด 1 แสนล้านต่อปีอยู่ ก็ต้องอาศัยการขายเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาด

นักลงทุนที่ตอบแบบสำรวจของ BoE คาดว่าอาจชะลอ QT ลง 2.5 หมื่นล้านปอนด์ ทำให้เหลือการขายเชิงรุกเพียง 2.6 หมื่นล้านปอนด์ ขณะที่ผู้ว่าการ Andrew Bailey ก็กล่าวถึง สภาพคล่องที่เปลี่ยนแปลงในส่วนปลายของเส้นอัตราผลตอบแทน ซึ่งสื่อถึงความเป็นไปได้ที่ BoE จะขายพันธบัตรน้อยลงในอนาคต

การทำ QT ยังสร้างภาระทางการคลังมหาศาล ทั้งในแง่ต้นทุนดอกเบี้ยและการขาดทุนจากการประเมินมูลค่าพันธบัตร ซึ่งเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองให้ BoE เคลียร์หนี้ออกจากงบดุลโดยเร็ว แต่ Saunders ระบุว่า MPC น่าจะยังเดินหน้าอย่างระมัดระวัง โดยจะมีการวิเคราะห์ล่าสุดในวันที่ 7 ส.ค. และตัดสินใจในเดือน ก.ย.

ภายใต้แผนของ Saunders BoE จะยังคงทยอยขายพันธบัตรอายุ 3-20 ปี มูลค่า 2.90 แสนล้านปอนด์ แต่จะเก็บพันธบัตรอายุเกิน 20 ปี มูลค่า 1.63 แสนล้านปอนด์ไว้ โดยพันธบัตรระยะยาวราว 1.20 แสนล้านปอนด์ จะถูกตีมูลค่าใหม่ให้เท่าราคาออก หรือ 9.3 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เกิดการขาดทุน 2.7 หมื่นล้านปอนด์ทันที และกลายเป็นหนี้รัฐบาล

จากนั้นจะถือสินทรัพย์เหล่านี้ไว้เทียบกับหนี้สินฝั่งเงินสดและเหรียญที่ออกโดย BoE ซึ่งไม่มีต้นทุน เนื่องจากพันธบัตรเหล่านี้มีคูปองเฉลี่ย 2.7% จึงจะสร้างกำไรในระยะยาว และช่วยชดเชยขาดทุนในพอร์ตอีก 4.3 หมื่นล้านปอนด์ที่เหลือ แนวทางนี้คล้ายกับที่ธนาคารกลางแคนาดาใช้กับการลดงบดุลในช่วงหลังวิกฤต

Saunders ระบุว่า แผนนี้จะส่งผลทางการคลังที่ดีกว่าสำหรับรัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves และลดความเสี่ยงที่ตลาดจะปั่นป่วนอย่างมีนัยสำคัญ

BoE ถือพันธบัตรระยะยาวในสัดส่วนมากกว่าธนาคารกลางประเทศอื่น จากการใช้ QE ช่วงวิกฤตการเงิน วิกฤต Brexit และโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถปล่อยให้พอร์ตหมดอายุเองเหมือนประเทศอื่นได้ และต้องขายเชิงรุก

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...