โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ประชาชนซื้อขายไฟฟ้าเองใกล้เป็นความจริง! กกพ. สนับสนุนการทดสอบซื้อขายไฟฟ้า P2P ในจุฬาฯ ทำได้จริง เพิ่มความมั่นใจให้ฝ่ายนโยบายก่อนขยายผล

THE STANDARD

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น. • thestandard.co
ประชาชนซื้อขายไฟฟ้าเองใกล้เป็นความจริง! กกพ. สนับสนุนการทดสอบซื้อขายไฟฟ้า P2P ในจุฬาฯ ทำได้จริง เพิ่มความมั่นใจให้ฝ่ายนโยบายก่อนขยายผล

ถ้าถามว่าไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากไหน คำตอบก็คงเป็น “การไฟฟ้าฯ”

หน่วยงานรัฐในประเทศที่อยู่เบื้องหลัง คือระบบขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่รวมศูนย์ไว้ และมีหน้าที่ซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตทุกราย แล้วขายต่อให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อกระจายไปถึงบ้านเรือนและโรงงานทั่วประเทศ

นี่คือระบบที่เรียกว่า Enhanced Single Buyer Model (ESB) ซึ่งมีข้อดีเรื่องความมั่นคงของพลังงาน แต่ในวันที่พลังงานหมุนเวียนกำลังมาแรง และคนธรรมดาเริ่มผลิตไฟฟ้าเองได้มากขึ้น ระบบแบบรวมศูนย์ก็เริ่มแสดงข้อจำกัดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตพลังงานสะอาด

ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นของราคาและการผลิต การรองรับการมาของพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ แต่นั่นก็ทำให้เกิดแนวคิดและทางเลือกใหม่ที่ปรากฏขึ้น คือ P2P Energy Trading

P2P คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

P2P ย่อมาจาก Peer-to-Peer Energy Trading เป็นระบบที่ให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยหรือที่เรียกว่า “Prosumer (ผู้ใช้และขายไฟฟ้าไปพร้อม ๆ กัน)” สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับผู้ใช้อื่นได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องขายกลับให้กับการไฟฟ้าเท่านั้น

ข้อดีของ P2P คือ

  • ลดการสูญเสียพลังงานจากการส่งไฟฟ้าระยะไกล
  • สนับสนุนพลังงานสะอาดที่ผลิตใกล้บ้าน
  • เพิ่มความมั่นคงในระดับชุมชน
  • สร้างตลาดใหม่ กระตุ้นนวัตกรรม และการลงทุน

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปต่ำลงมาก ผู้คนและธุรกิจจำนวนมากเริ่มลงทุนติดตั้งแผงผลิตไฟไว้บนหลังคาและกลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย” พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ใช้ไฟเอง แต่ต้องการ “จัดการไฟที่ผลิตได้” อย่างมีอิสระ ทั้งใช้เอง แบ่งให้เพื่อนบ้าน หรือขายให้โรงงานใกล้เคียง

ความต้องการที่มากขึ้นนี้ ทำให้ภาครัฐได้เริ่มมีการทดลองโมเดลนี้ เกิดขึ้นในรูปแบบของ Sandbox ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ สำนักงาน กกพ. กับโครงการ ERC Sandbox

ทดลองใช้ P2P จริงในจุฬาฯ

โครงการ ERC Sandbox เป็นการทดลอง P2P Energy Trading ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงาน กกพ. ซึ่งให้พื้นที่ทดลองพิเศษที่ยืดหยุ่นกว่ากฎเกณฑ์ทั่วไป

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบกิจการไฟฟ้า ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ตามมาตรา 97(4) ของ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มีการติดตั้งแผงโซลาร์บน 6 อาคาร ทำหน้าที่เป็นฝั่งขาย และอีก 10 อาคาร เป็นฝั่งซื้อ

ไฟฟ้า

Solar Rooftop บนอาคารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กระแสไฟฟ้าไหลผ่านโครงข่ายจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกห้ามให้เกิดไฟฟ้าไหลย้อนกลับ แต่ใน Sandbox นี้ กกพ. อนุญาตให้ทดลองเชื่อมต่อ พร้อมคำนวณค่าใช้บริการโครงข่าย (Wheeling Charges) อย่างเหมาะสม

ระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to- Peer ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หัวใจของระบบคือแพลตฟอร์มกลาง ที่ให้อาคารฝั่งขายเสนอราคาขายไฟ และอาคารฝั่งซื้อเลือกซื้อจากผู้เสนอราคาที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น

การทดลองนี้ดำเนินการเป็นเวลา 2 เดือน โดยกำหนดราคาระหว่าง 2-5 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคาขายปลีกโดยทั่วไป และเป็นการพิสูจน์ว่าระบบซื้อขายแบบนี้ “ทำได้จริงในทางเทคนิค”

ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลทดลองสำเร็จ ความกังวลคลี่คลาย

รศ.ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดูแลโครงการ ระบุว่า ตลอดระยะเวลาทดลอง ไม่มีปัญหาแรงดันไฟตกหรือเกิน ไม่มีผลกระทบต่อระบบของ กฟน. แม้มีไฟไหลย้อนจากอาคารหนึ่งสู่อีกอาคารหนึ่ง

รศ.ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้อกังวลเรื่องความเสถียรของระบบจึงถูกคลายลง และกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่รัฐสามารถใช้เป็นฐานในการพิจารณานโยบาย มากไปกว่านั้น โครงการยังแสดงให้เห็นว่า การมีตลาดซื้อขายกลางที่แข่งขันด้านราคากันจริง ๆ นั้น สามารถออกแบบและใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องผูกขาดระบบไว้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้การเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าเป็นไปได้จริงในอนาคต

P2P ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการปฏิรูป

P2P ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางเทคนิคหรือทางธุรกิจเท่านั้น แต่มันคือความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะทำให้ระบบพลังงานของไทย “มีทางเลือก มีการแข่งขัน และมีความเป็นธรรมมากขึ้น”

ในวันที่พลังงานหมุนเวียนกำลังเป็นทางรอดของโลก แต่ระบบรวมศูนย์แบบเดิมกลับเป็นอุปสรรค P2P คือคำตอบที่สมเหตุสมผล และเริ่มมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า “ทำได้จริง”

สิ่งที่ต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่เทคโนโลยีเพิ่ม แต่คือ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” ที่จะยอมให้ระบบนี้เติบโต เปิดทางให้ prosumer เข้ามามีบทบาทในระบบ และยกระดับความยั่งยืนของประเทศผ่านโครงสร้างที่เปิดกว้าง

ถึงเวลาปล่อยให้ไฟฟ้าไม่ต้องไหลทางเดียวอีกต่อไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...