โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IMF ขยับจีดีพีโลก-ไทยปี 68 “ขึ้น” สัญญาณวิกฤตภาษีทรัมป์เริ่มผ่อนคลาย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 02.04 น.

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดประจำเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่า จีดีพีโลกปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 3% สูงกว่าคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนเมษายนที่ให้ไว้เพียง 2.8% ขณะเดียวกันยังขยับเป้าหมายจีดีพีโลกปีหน้าเป็น 3.1% จากเดิมที่ 3.0%

แรงส่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการมองโลกในแง่ดีของ IMF ครั้งนี้ มาจากหลายปัจจัยผสมผสานกัน ทั้งการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นล่วงหน้าก่อนภาษีศุลกากรจะมีผลบังคับใช้จริง การทยอยลดภาษีการค้าระหว่างประเทศบางส่วน ภาวะการเงินโลกที่เริ่มผ่อนคลาย และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวในบางประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งช่วยเสริมภาพรวมให้สดใสมากกว่าที่เคยคาดไว้

แม้จะยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ (ซึ่งจะโตต่ำกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 3.3%) แต่ IMF ชี้ชัดว่า “ความวิตกในระดับรุนแรงได้ลดลงแล้ว” เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐเริ่มปรับลดภาษีศุลกากรจากระดับสูงสุดที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนในช่วงต้นปี ขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติเร่งตุนสินค้าก่อนมาตรการจะเริ่ม ทำให้การค้าระหว่างประเทศยังไม่สะดุดรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวล

สำหรับเศรษฐกิจไทย รายงานฉบับนี้ถือเป็นข่าวดีพอสมควร เมื่อ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2568 ให้ขยายตัวถึง 2% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 1.8% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และยังคาดการณ์ปีหน้าว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 1.7% ซึ่งสูงขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้ 1.6% ทั้งนี้ IMF ถือเป็นสถาบันเศรษฐกิจระหว่างประเทศรายเดียวในขณะนี้ที่ประเมินจีดีพีไทยปีนี้ถึง 2% ในขณะที่ธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ยังคงประเมินไว้ที่ 1.8% เท่ากัน

ในระดับภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน โดย IMF ปรับเพิ่มการเติบโตของกลุ่มอาเซียน-5 ทั้งปีนี้และปีหน้าเป็น 4.1% ดีขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 4.0% และ 3.9% ตามลำดับ สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ค่อยเป็นค่อยไปแต่ยังเดินหน้าอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าความไม่แน่นอนในระดับโลกยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย และภาวะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายเร็ววัน นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความเสี่ยงเชิงลบที่อาจเกิดจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรในอนาคต ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับระบบเศรษฐกิจโลกได้อีก

ข้อมูลล่าสุดของ IMF ระบุว่า อัตราภาษีศุลกากรที่แท้จริงของสหรัฐในปัจจุบันอยู่ที่ 17.3% ลดลงจากระดับ 24.4% ที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนเมษายน แต่ยังถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแนวโน้มการลดภาษีนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการผลักดันร่างกฎหมายลดภาษีของพรรครีพับลิกันที่เพิ่งผ่านมติในสภา ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐในระยะต่อไป

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ สิ่งที่ IMF ย้ำชัดคือ การสร้างเสถียรภาพ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้ในเชิงเศรษฐกิจคือภารกิจสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญ เพื่อประคองให้การเติบโตที่เริ่มมีแสงสว่างนี้ ยืนระยะได้ยาวกว่าการฟื้นตัวแบบฉาบฉวยในอดีต

อ้างอิง: IMF

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...