โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนจะเสียมูลค่าส่งออก 15.7 ล้านล้านบาทใน 2 ปี หากทรัมป์ไม่ลดภาษี

Amarin TV

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 10.35 น.
จีนจะเสียมูลค่าส่งออก 15.7 ล้านล้านบาทใน 2 ปี หากทรัมป์ไม่ลดภาษี

การส่งออกสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐฯ อาจลดลงมากถึง 485,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 15.7 ล้านล้านบาท ภายในปี 2027 ตามการประเมินของแบบจำลองภาษี (Tariff Simulator) ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

การวิเคราะห์นี้อิงจากอัตราภาษีที่ทั้งสองประเทศบังคับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีเฉลี่ยจากสินค้าจีนที่ระดับสูงถึง 51% ขณะที่จีนเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ที่ 32.6% และมีความเป็นไปได้ที่อัตราภาษีจะพุ่งสูงถึง 145% หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคม ตามคำขู่ของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ บทวิเคราะห์ยังระบุว่า ประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตของจีนก็จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เวียดนาม ซึ่งเคยได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ “China Plus One” ที่ช่วยหลีกเลี่ยงภาษีจากสินค้าจีนบางประเภท คาดว่าจะสูญเสียมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 1.02 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ขณะที่เกาหลีใต้คาดว่าจะสูญเสียมูลค่าส่งออกประมาณ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในแง่ของกลุ่มสินค้า แบบจำลองคาดว่า สินค้าจีนประเภทอุปกรณ์ออกอากาศจะลดลงถึง 5.92 หมื่นล้านดอลลาร์ คอมพิวเตอร์ลดลง 5.87 หมื่นล้านดอลลาร์ และรถยนต์จากเกาหลีใต้ลดลงราว 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อภาคอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับตลาดสหรัฐฯ โดยตรง

สหรัฐฯ เปลี่ยนทิศสู่พันธมิตรใหม่ จีนหันขยายการค้าในเอเชียและรัสเซีย

แม้สหรัฐฯ จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับแคนาดา และยังคงข่มขู่จะเพิ่มภาษีกับประเทศคู่ค้าในอเมริกาเหนือ แบบจำลองภาษีระบุว่า การนำเข้าสินค้าจากแคนาดากลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 1.28 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่เม็กซิโกจะเพิ่มขึ้น 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์ และสหราชอาณาจักรอีก 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายหลังการลงนามข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหรัฐฯ

ถึงแม้ภาษีสินค้าจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง และข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปซึ่งเพิ่งประกาศเมื่อวันอาทิตย์ จะช่วยผลักดันการส่งออกของสหรัฐฯ ให้ขยายตัวขึ้น 12% ภายในปี 2027 แต่สัญญาณการลดลงของการนำเข้าสินค้าจากจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างชัดเจน

ข้อมูลการขนส่งทางเรือสะท้อนให้เห็นว่า ปริมาณการส่งออกสินค้าจากจีนมายังสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสงครามการค้า โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีจากระดับที่เคยขู่ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 145% ลงมาเหลือ 51% ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตบางรายเร่งสั่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือลอสแอนเจลิสเพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น

รายงานประจำสัปดาห์จากกัปตัน เจ. คิปลิง ลูทิตต์ ผู้อำนวยการ Marine Exchange of Southern California & Vessel Traffic Service ระบุว่า จำนวนเรือเฉลี่ยที่เข้าเทียบท่าในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 66.8 ลำต่อวัน แต่ในช่วงครึ่งหลังของเดือนลดลงเหลือเพียง 58.7 ลำต่อวัน และบางวันเหลือเพียง 55 ลำ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการชะลอตัวของปริมาณการขนส่งที่จะชัดเจนมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ถัดไป

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ค้าปลีกยังออกโรงเตือนมาอย่างต่อเนื่องว่า วัฏจักรของการขู่ปรับขึ้นภาษีและการเลื่อนการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน และส่งผลให้ผู้ประกอบการลังเลในการวางแผนสั่งซื้อสินค้าในอนาคต

ในอีกด้านหนึ่ง จีนก็เตรียมตอบโต้ด้วยการลดการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ลงเช่นกัน โดยแบบจำลองคาดว่าจะลดลงถึง 1.01 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 กลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ ถั่วเหลือง ลดลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์, วงจรรวม 7.44 พันล้านดอลลาร์, น้ำมันดิบ 7.33 พันล้านดอลลาร์, ก๊าซปิโตรเลียม 6.36 พันล้านดอลลาร์ และรถยนต์อีก 5.09 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ในขณะที่ข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป จีนได้เร่งกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศในอาเซียนและกลุ่มประเทศนอกตะวันตก โดยแบบจำลองคาดว่า รัสเซียจะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการขยายการค้ากับจีน คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 6.98 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยเวียดนาม 3.44 หมื่นล้านดอลลาร์, ซาอุดีอาระเบีย 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์, เกาหลีใต้ 2.79 หมื่นล้านดอลลาร์, ออสเตรเลีย 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่น 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์

Ikea และ Walmart นำเข้านำหน้า เท็กซัสและแคลิฟอร์เนียรับผลกระทบหนักสุด

ทั้งนี้ มาตรการภาษีของรัฐบาลทรัมป์อาจส่งผลกระทบย้อนกลับต่อบริษัทอเมริกันเอง โดยข้อมูลจาก Bills of Lading ซึ่งเป็นเอกสารระบุรายละเอียดการนำเข้า-ส่งออก แสดงให้เห็นว่า Ikea เป็นผู้นำเข้าสินค้าจากจีนเข้าสหรัฐฯ มากที่สุด คิดเป็น 14.6% ของการนำเข้าทั้งหมด รองลงมาคือ Walmart (8.6%), Costco (5.8%), Dole Fresh Fruit (5.52%) และ Amazon (3.83%)

ในด้านสินค้า Ikea มุ่งนำเข้าเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก (18.2%) ส่วน Walmart มุ่งนำเข้าเส้นใยฝ้ายสังเคราะห์ (64%) ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานที่พึ่งพาจีนอย่างมาก

เมื่อมองในระดับรัฐ เท็กซัส และ แคลิฟอร์เนีย มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการค้ากับจีนมากที่สุด

  • เท็กซัส เป็นรัฐที่ส่งออกสินค้าสหรัฐฯ ไปจีนมากที่สุด ด้วยมูลค่ารวม 954 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น เครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (222 ล้านดอลลาร์), เชื้อเพลิงแร่และผลิตภัณฑ์กลั่น (204 ล้านดอลลาร์), และเครื่องจักรกลพร้อมชิ้นส่วน (201 ล้านดอลลาร์)
  • แคลิฟอร์เนีย ตามมาเป็นอันดับสอง โดยส่งออกสินค้ามูลค่า 179 ล้านดอลลาร์ ในกลุ่มเครื่องมือออปติก อุปกรณ์ถ่ายภาพ และเครื่องมือแพทย์ ตามด้วยเครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (125 ล้านดอลลาร์) และเครื่องจักรกล (93 ล้านดอลลาร์)
  • ออริกอน อยู่อันดับสาม ด้วยมูลค่าส่งออกรวม 458 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (397 ล้านดอลลาร์)

แนวโน้มดังกล่าวตอกย้ำถึงแรงสั่นสะเทือนของสงครามการค้าซึ่งไม่เพียงกระทบจีน แต่ยังย้อนกลับมายังภาคธุรกิจและรัฐสำคัญของสหรัฐฯ เองอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...