“ภูมิธรรม” เบรกกระแสปรับ ครม. ชี้ ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ
“ภูมิธรรม” เบรกกระแสปรับ ครม. ชี้ ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ ย้ำชัด ร่วมรัฐบาลต้องคุยที่นโยบาย ไม่ใช่เก้าอี้ เน้นโฟกัสปัญหาชายแดน ส่วนปมนายทหารเกษียณนัดกินข้าวกับต่างชาติ จ่อ ตั้งกรรมการสอบ หากผิดต้องรับผิด
วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายกฯให้สัญญาณในการคุยกับพรรคร่วมแล้วหรือไม่ ว่า
ที่ผ่านมาเราไม่ได้สนใจเรื่องการปรับครม.เลย เพราะว่าจะกลายเป็นว่าเรามานั่งสนว่าจะมีตำแหน่งอะไร และจะแบ่งกันยังไง เพราะในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาเป็นเรื่องความมั่นคงกับชายแดนไทยกัมพูชาโดยเป็นเรื่องหลัก เพราะฉะนั้นตนยังตอบตรงนี้ไม่ได้ และคำตอบก็ยังเหมือนเดิม
เมื่อถามว่ากรณีมีกระแสข่าวว่าจะมีการนัดพรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์ พรรคร่วมภายในสัปดาห์นี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ว่าไปตามข่าว ตนไม่ได้ยิน ไปติดตามกันดูบอกไปแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายกฯ ซึ่งนายกฯก็เป็นคนจะเป็นคนบอกเอง ในตอนนี้ท่าทีของนายกฯไม่เปลี่ยน ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน
ถามต่อว่าในส่วนของโควตาจะสามารถเปลี่ยนได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า นายกยังไม่ได้คุย ให้ต้นไปเดาในสิ่งที่ยังไม่ได้ยินมาจะพูดได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าต้องรอนายกฯ เพราะวันนี้นายกเดินทางไปกาญจนบุรีโดยงานอื่นนั้นที่ผ่านมาได้ถูกเบรคไว้หมด เพราะไปโฟกัสที่การแก้ไข ช่วง 2-3วันที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์กันมาไม่รู้เท่าไหร่ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงดึก
ถามต่อว่าส่วนกรณีของพรรคภูมิใจไทย บอกให้ยึดข้อเสนอเดิมแต่ก่อนที่เชิญมา ตนมองว่าให้ไปถามนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆการเป็นรัฐบาลร่วมกันคือการตกลงกันว่าจะแก้ปัญหาอะไร ถ้านโยบายที่จะทำไม่เห็นด้วยกันก็เข้ามา ฉะนั้นการคุยกันและตั้งรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อจะให้ตำแหน่งอะไรกับใคร เราคุยกันในเรื่องของนโยบายในการทำงานมากกว่าว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งตนเป็นคนดำเนินการในตอนนั้นเอง และมาตรการที่คุยกันตั้งแต่ต้นในการชวนกันมาทำงานในตอนนั้นตนเป็นตัวหลัก ก็อยู่ที่ว่าจะมาช่วยกันทำงานยังไง และมีนโยบายในการทำงานอย่างไร แต่รายละเอียดตอนนี้ใครจะเสนออะไรอยู่ที่นายก ฯ
ส่วนกรณีข้าราชการทหารพบปะกับชาวต่างชาติ และพบว่าได้มีการไปรับประทานอาหารกันบริเวณภายนอกกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรมระบุว่า ตนทราบเบื้องต้นว่า ท่านเป็นบุคลากรของกระทรวงกลาโหม และได้เกษียณไปแล้วเมื่อ กันยายน 2567 โดยต้องไปดูและทบทวนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ทางปลัดก็คงจะจะต้องมีการดำเนินการในการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ หากทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ส่วนจะเอาผิดย้อนหลังได้หรือไม่ตนยังไม่รู้ต้องดูตามกฏหมายว่าจะดำเนินการอย่างไร พร้อมย้ำว่าท่านได้เกษียณแล้ว แต่อาจจะมีมาตรการ หากเป็นเรื่องจริงและมีความเสียหายก็ต้องหามาตรการในการแก้ไขปัญหานี้
เมื่อถามต่อว่าต่อไปนี้จะมีการห้ามไม่ให้มีการไปใช้ราชการเช่นกระทรวงกลาโหม เพราะมีการถ่ายภาพไปอย่างชัดเจน นายภูมิธรรมย้ำว่า รอให้มีการตรวจสอบและสรุปมาก่อน ตามปกติใครเข้ามาใช้ในพื้นที่กลาโหมมันมีกฎระเบียบอยู่แล้ว ก็ต้องมีการดำเนินการไปตามกฎระเบียบ
ทั้งนี้ส่วนเรื่องที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตรวจสอบนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.พรรคเพื่อไทยที่มีการอนุมัติงบครม.นั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ที่ ปปช. ดำเนินการ ส่วนจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมหัวเราะและหัวเรสั้นๆว่า เยอะแยะเลยกระแสปรับครม.