โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทรัมป์เมินโลกร้อน! เล็งเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 02.30 น.
รัฐบาลทรัมป์ประกาศยกเลิกข้อจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซ อ้างลดภาระเศรษฐกิจและค่าไฟฟ้า แผนนี้ขัดกับแนวทางลดโลกร้อนของไบเดนที่เน้นใช้เทคโนโลยี CCS ลดการปล่อยมลพิษ นักวิชาการเตือนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและซ้ำเติมวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับ ทรัมป์เมินโลกร้อน สหรัฐฯ เล็งเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้า ลดข้อจำกัดยุคไบเดน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนยกเลิกข้อจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารปรอทจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ โดยระบุว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดในยุคของประธานาธิบดีไบเดนทำให้ "เศรษฐกิจหายใจไม่ออก"

แผนดังกล่าวครอบคลุมถึงการยกเลิกมาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่กำหนดในปี 2015 ยุคโอบามา และมาตรฐานใหม่ในปี 2024 ของรัฐบาลไบเดน ซึ่งบังคับใช้กับทั้งโรงไฟฟ้าใหม่และเก่า รวมถึงข้อกำหนดการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) รัฐบาลทรัมป์ชี้ว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบเหล่านี้จะช่วยประหยัดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 20 ปี หรือราว 1,200 ล้านดอลลาร์ต่อปี เริ่มตั้งแต่ปี 2026 ทำให้ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนและธุรกิจถูกลง

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเตือนว่า การยกเลิกมาตรฐานดังกล่าวอาจซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนและกระทบสุขภาพประชาชน เนื่องจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลนอกจากจะปล่อย CO₂ แล้ว ยังปล่อยสารพิษ เช่น ไนโตรเจนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ปรอท และฝุ่น PM ซึ่งสัมพันธ์กับโรคหัวใจและระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลจาก US EPA ปี 2022 ระบุว่า ภาคพลังงานไฟฟ้ามีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 25% จากทั้งหมดราว 6,343 ล้านเมตริกตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้แผนของรัฐบาลทรัมป์ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการถอยหลังด้านสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...