โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เสียงประณามไม่เป็นผล? กาซาขาดอาหารตายอีก 15 ดันยอดเสียชีวิตรวม 101 ราย

Amarin TV

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.51 น.
กาซารายงานผู้เสียชีวิตจากความหิวโหยเพิ่มอีก 15 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการขาดอาหารรวมเป็น 101 รายแล้ว แม้หลายประเทศเพิ่งร่วมประณามอิสราเอล

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกาซาเปิดเผยว่า พบชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 15 รายเสียชีวิตจากการขาดอาหารภายในวันเดียว และในจำนวนนี้มีเด็กทั้งหมด 4 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการพุ่งขึ้นเป็น 101 รายแล้ว นับตั้งแต่สงครามอิสราเอลและฮามาสปะทุขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากการขาดอาหารทั้งหมด 101 รายนี้ เป็นเด็กทั้งหมด 80 ราย และการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากอิสราเอลปิดล้อมกาซา ไม่ให้มีการส่งความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นเวลาหลายสัปดาห์

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองกำลังอิสราเอลยังคงโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 81 ราย และสหประชาชาติได้กล่าวถึงสถานการณ์ในฉนวนกาซาว่าเป็นสภาวะอันน่าสยดสยองที่มีทั้งความตายและการทำลายล้างในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

นมผงถังละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ตามรายงานของแพทย์ ระบุว่า เด็ก ๆ ที่เสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 ก.ค. 68) ได้แก่ ยูเซฟ อัล-ซาฟาดี วัย 6 สัปดาห์ ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทางตอนเหนือของเมืองกาซา และอับดุลฮามิด อัล-ฆัลบัน วัย 13 ปี ซึ่งเสียชีวิตที่สถานพยาบาลอีกแห่งทางตอนใต้ของเมืองข่านยูนิส

อาดัม อัล-ซาฟาดี ลุงของยูเซฟ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า แม่ของทารกไม่สามารถให้นมลูกได้เพราะเธอไม่ได้กินอาการเพียงพอ และครอบครัวก็ไม่สามารถหานมผงสำหรับทารกมาป้อนเขาได้ เขากล่าวว่า “เราหาซื้อนมที่ไหนไม่ได้เลย และถ้าเจอ ราคาจะอยู่ที่ถังละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม่ให้นมลูกไม่ได้ ไม่มีอาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้นจึงไม่มีน้ำนม ทำให้ลูกเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร”

วิกฤตอดอยากยังรุนแรง หลังเสียงประณาม

วิกฤตความอดอยากเกิดขึ้นท่ามกลางการปิดล้อมนานเกือบห้าเดือนของอิสราเอล ที่ห้ามไม่ให้มีการส่งอาหาร เชื้อเพลิง น้ำ และสิ่งของบรรเทาทุกข์อื่นๆ เข้าสู่ฉนวนกาซา อิสราเอลตัดสินค้าที่จำเป็นทั้งหมดไม่ให้เข้ามายังดินแดนแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้ล่าสุดได้อนุญาตให้มีการให้ความช่วยเหลือเข้ามาบ้างเล็กน้อยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ต้องผ่านมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF) ที่ควบคุมร่วมกันระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของมูลนิธิดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการใช้จุดแจกจ่ายอาหารและความช่วยเหลือเป็นสถานที่สังหารประชาชนชาวปาเลสไตน์ผู้หิวโหย เนื่องจากมีรายงานว่า มีการใช้อาวุธปืนเพื่อรักษาความสงบ ตามรายงานของสหประชาชาติ ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ที่กำลังแสวงหาความช่วยเหลือด้านอาหารมากกว่า 1,000 ราย นับตั้งแต่ GHF เริ่มปฏิบัติการ โดยส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณใกล้จุดแจกจ่ายอาหาร

รายงานความน่าหดหู่ในดังกล่าว ส่งผลให้สหราชอาณาจักรและอีก 27 ประเทศออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อประณามการกระทำของอิสราเอลที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม แต่แรงกดดันดังกล่าวไม่สามารถทำให้รัฐบาลอิสราเอลเปลี่ยนแปลงท่าทีต่อชาวปาเลสไตน์ได้เลย ล่าสุด หน่วยแพทย์ในฉนวนกาซารายงานว่า เมื่อวานนี้ พบชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 81 ราย ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และในจำนวนนี้มี 31 รายเป็นผู้มารอรับความช่วยเหลือ

สภาวะอันเลวร้ายในกาซา

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติถึง “ความน่าหวาดกลัว” ที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์กว่า 2.3 ล้านคนในดินแดนกาซาที่ถูกอิสราเอลยึดครอง เขากล่าวว่า “ภาวะทุพโภชนาการพุ่งสูงขึ้น ความอดอยากกำลังเคาะประตูทุกบาน และตอนนี้เรากำลังเห็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายบนระบบที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และปฏิเสธความปลอดภัยในการช่วยชีวิต

กูเตอร์เรสกล่าวว่าอิสราเอลได้เพิ่มความรุนแรงในการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา รวมถึงการออกคำสั่งบังคับอพยพผู้คนในใจกลางเมืองเดียร์เอลบาลาห์ ซึ่งเป็นเมืองที่ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งสุดท้ายในฉนวนกาซา ตามตัวเลขของ UN ฉนวนกาซาทั้งหมดเกือบ 88 เปอร์เซ็นต์อยู่ในเขตทหารของอิสราเอลหรืออยู่ภายใต้คำสั่งอพยพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...