โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทยเขย่าการเมืองแก้แค้น"ภูมิใจไทยยื่นดาบสอบปมเขากระโดง

PostToday

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.

ปฏิบัติการ"แก้แค้น"ทวงคืนพื้นที่การเมือง

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสองพรรคใหญ่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล และ พรรคภูมิใจไทย ที่ผันตัวมาเป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างรวดเร็ว ได้ตึงเครียดถึงขีดสุด สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นถูกมองว่าเป็น "ปฏิบัติการแก้แค้น" ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการตอบโต้การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยที่ประกาศกร้าวพร้อมล้มรัฐบาล และมีกระแสข่าวลือถึงแผนการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อนำไปสู่การยุบสภา

ความไม่พอใจภูมิใจไทยบทบาทฝ่ายค้านสายแข็ง

ชนวนความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อพรรคภูมิใจไทยประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอย่างเต็มรูปแบบ และแสดงท่าทีพร้อมเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างรวดเร็วหลังจากพ้นจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ท่าทีอันแข็งกร้าวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก นำไปสู่การดำเนินการ "เอาคืน" ในหลายมิติ เพื่อลดทอนอิทธิพลและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย

เพื่อไทยหยิบปมร้อนไล่บี้ภูมิใจไทย

พรรคเพื่อไทยได้หยิบยกหลายประเด็นสำคัญขึ้นมาตรวจสอบและดำเนินการอย่างเข้มข้น ซึ่งแต่ละประเด็นล้วนเป็นเรื่องที่เคยเกี่ยวข้องกับบทบาทของพรรคภูมิใจไทยในอดีต

ที่ดินเขากระโดงเดิมพันใหญ่

นี่คือประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด โดยกระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของ นายภูมิธรรม เวชยชัย จากพรรคเพื่อไทย กำลังเร่งดำเนินการเรียกคืนที่ดินในเขตเขากระโดง เพื่อส่งคืนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยอ้างว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินถูกออกไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และที่ดินเหล่านั้นถูกครอบครองโดยครอบครัวนักการเมืองที่ทรงอิทธิพล

ก่อนหน้านี้ในสมัยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดินได้ปฏิเสธการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว อ้างเหตุผลว่าอยู่ระหว่างการสอบสวนและแผนที่จากการรถไฟยังไม่ชัดเจน แต่กระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันได้แย้งว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐที่สงวนไว้เพื่อวัตถุประสงค์ของการรถไฟมาตั้งแต่ปี 2464 จึงไม่ควรมีการออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ และมองว่าการสอบสวนในอดีตมีข้อบกพร่อง

การฮั้วเลือกตั้ง สว.:

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเดินหน้าสอบสวนข้อกล่าวหาการสมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอาจดำเนินการฟ้องร้องทางอาญาโดยไม่จำเป็นต้องรอผลการพิจารณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) DSI ได้เรียกพยาน 7 รายเพื่อชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด ซึ่งมีเส้นทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับกว่า 24 จังหวัดทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน กกต. ก็กำลังเร่งรัดการสอบสวนเช่นกัน โดยได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 170 ราย ใน 8 ชุด และคาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ในเร็วๆ นี้

โครงการขนาดใหญ่:

รัฐบาลเพื่อไทยยังเตรียมระงับโครงการขนาดใหญ่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการและการอุดมศึกษา ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นพื้นที่รับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย

การเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าว:

มีการปราบปรามเครือข่ายการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มข้น โดย DSI กำลังสอบสวนความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีของกัมพูชาและนักการเมืองไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 450 ล้านบาท

พลิกกลับนโยบายกัญชาและกระท่อม:

เพื่อไทยกำลังเตรียมพลิกกลับนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยอย่างกัญชาและกระท่อม โดยการประกาศ "สงครามยาเสพติด" เพื่อควบคุมและจำกัดการใช้สมุนไพรทั้งสองชนิดอย่างจริงจัง

ความเห็นจากฝ่ายค้าน: มุมมองของรังสิมันต์ โรม

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน (เดิมคือพรรคก้าวไกล) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์นี้ หลังจากที่พรรคเพื่อไทยวิจารณ์ว่าฝ่ายค้านไม่ยอมเข้ามาสอบสวนเรื่องการฮั้ว สว. นายรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งคำถามกลับว่า ทำไมพรรคเพื่อไทยจึงไม่สอบสวนประเด็นอื่น ๆ ที่อาจบ่อนทำลายหลักนิติธรรมเช่นกัน อย่างกรณี "การฮั้วชั้น 14" (ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร)

นอกจากนี้ยังเสิรมว่า รัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้ว สว. อยู่แล้ว และกำลังดำเนินการสอบสวนได้ดี ดังนั้นฝ่ายค้านจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปก้าวก่าย และตั้งข้อสงสัยถึงบทบาทของนายทักษิณ ชินวัตร ว่าจะสามารถช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลได้อย่างไร ในเมื่อตัวนายทักษิณเองก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ

บทสรุป: การต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น

สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นถึงการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นและซับซ้อนระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยกำลังใช้กลไกของรัฐในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับประเด็นต่างๆ ที่เคยเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อลดทอนอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็พร้อมรับบทบาทฝ่ายค้านที่แข็งกร้าวและพร้อมท้าชนรัฐบาล การปะทะกันครั้งนี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยอย่างไร ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ที่มาประกอบเนื้อหาข่าว เนชั่นทีวี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...