โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Love Potion vs La Glace เมื่อ “พลังอินฟลูฯ” คือ อาวุธ สองแบรนด์ไทย เปลี่ยนเกมขายสวยในยุค Gen Z

Thairath Money

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.31 น.
ภาพไฮไลต์

ยุคนี้การ "ขายสวย" ต้องแข่งกันมากกว่าแพ็คเกจจิ้งและจำนวนสี เพราะเกมของเครื่องสำอางไม่ได้อยู่แค่หน้าช็อปหรือชั้นวางของร้านอีกต่อไป แบรนด์ต้องเข้าใจ "ความสวยแบบใหม่" ที่ไม่ได้หมายถึงแค่รูปลักษณ์ แต่คือการแสดงออกถึง “ตัวตน” และ “ความมั่นใจ” ในแบบของตัวเอง

แบรนด์เครื่องสำอางจึงไม่ได้แข่งกันที่แค่คุณภาพหรือราคาถูก แต่แข่งกันที่ว่า…ใครจะเข้าใจความรู้สึกได้ลึกกว่า โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมากับโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ความสวยได้กลายเป็นเครื่องมือแสดงตัวตน และแบรนด์ที่มาแรงในวันนี้จึงต้องนำเสนอ “ความเป็นฉัน” ได้อย่างชัดเจน ต้องเล่าเรื่องได้สนุก จริงใจ พอจะชนะใจคอมมูนิตี้ในโลกโซเชียล

และสองแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในสมรภูมินี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ลากลาส “La Glace” และ เลิฟโพชั่น “Love Potion” จากเรื่องราวของวัยรุ่นสร้างตัว อินฟลูเอนเซอร์ครองพื้นที่ TikTok และโพสิชั่นการเจาะตลาดที่ใกล้เคียงกัน เรียกได้ว่า ทั้งสองแบรนด์ “สูสี” และกลายเป็นท็อปฟอร์มทั้งด้านยอดขายและความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Thairath Money คอลัมน์ TRENDMARK ครั้งนี้เราอยากชวนเจาะกลยุทธ์ของสองเครื่องสำอางไทยขวัญใจ Gen Z อะไรทำให้สองแบรนด์นี้ฮิตติดเทรนด์โซเชียล ได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ ติดลิสต์ไอเท็มควรตำ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่พึ่งเริ่มแต่งหน้าไปจนถึงผู้ที่หลงใหลในเมกอัพเป็นชีวิตจิตใจแห่ซื้อจนรายได้ของทั้งสองแบรนด์พากันทะลุ 400 ล้านบาท

"Love Potion" ขายความเรียล คาแรกเตอร์จริงใจ เข้าถึงใจโซเชียล

Love Potion ก่อตั้งขึ้นโดย ก๊าด หรือ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนาพร (CEO) เจ้าของช่อง @cardncyn ที่มีผู้ติดตามกว่า 9.8 ล้านคน ร่วมกับ ซุง-ณัฐชยานนท์ สุขวัฒนาพร (CMO) ยูทูบเบอร์ชื่อดังเจ้าของช่อง Starwin Narkthongpet ที่มีผู้ติดตามกว่า 3.7 ล้านคน

ทั้งสองเริ่มต้นขายสินค้าออนไลน์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อหารายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัวของตัวเอง กระทั่งเริ่มต้นแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางร่วมกันในปี 2557 (11 ปี) โดยมีไอเทมชิ้นแรก คือ “Grape Soap” สบู่ทำความสะอาดใบหน้า ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์ Love Potion มีทั้งกลุ่มสกินแคร์นำโดย เซรั่ม ครีมแคคตัส น้ำหอม และกลุ่มเครื่องสำอาง นำโดย ลิปออยล์ และบลัชออน โดยล่าสุดแบรนด์ก็เพิ่งขยายสู่ธุรกิจเครื่องดื่มในปีนี้

ความสำเร็จของการปั้นแบรนด์ Love Potion มาจากการสร้าง Storytelling โดยนำเอา Personal Branding ที่ชูเจ้าของแบรนด์อย่าง ก๊าด และ ซุง เป็นจุดขาย ซึ่งทั้งสองมีฐานเดิมผู้ติดตามอยู่แล้วมาต่อยอดกลายเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์อย่างชัดเจน

Love Potion ใช้ “กลยุทธ์ขายความเรียล” ผ่านคอนเทนต์ชีวิตประจำวันที่ทำให้ ก๊าด กลายเป็นที่รู้จัก การเป็นตัวของตัวเอง แต่งตัวเซ็กซี่แล้วโดนเพื่อนด่า, วิธีบริหารเงินของซ้อก๊าด หรือแม้กระทั่งใครเป่ายิงฉุบชนะก๊าดจ่ายหนี้ให้ หรือจะเป็นการขายแบรนด์เนมในราคา 5 บาท 10 บาท จนกลายเป็นไวรัลทั่วทั้งโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์ต่อยอดเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่เข้าถึงใจได้อย่างง่ายดาย เช่น การนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังการทำแบรนด์ การไลฟ์ขายของ การสู้ชีวิตของทีม ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนให้เห็นความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ในการขายของดี ราคาจับต้องได้

"La Glace" สวยแบบไม่มีกรอบ เทรนด์ไร้ขนบ เข้าถึงใจโซเชียล

อีกฝั่งของสมรภูมิที่ใช้กลยุทธ์ตรงข้ามกับ Love Potion แต่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเช่นกัน La Glace โดย ไอติม-เอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ (CEO) เจ้าของช่อง @itimbaebie ที่มีผู้ติดตามกว่า 6.6 แสนคน ร่วมกับ เฟรนฟราย-ทิวาทัพพย์ ธรารักษ์อนันต์ (CMO)

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และตัดสินใจปั้นแบรนด์เครื่องสำอางร่วมกันในปี 2560 (8 ปี) โดยมีไอเทมชิ้นแรก คือ “เบสหน้าเนียน La Glace” โดยปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์ La Glace มากกว่า 80 SKU ประกอบไปด้วยกลุ่มเครื่องสำอางที่มีสินค้าดาวเด่นอย่าง บลัชออนที่เปลี่ยนสีตามค่า pH ผิว ลิปกลอสแท่งเขียว กลุ่มสกินแคร์ และกลุ่มมาสก์ชีท

ความสำเร็จของการปั้นแบรนด์ La Glace เริ่มต้นจากนำเอา Personal Branding ที่ชูเจ้าของแบรนด์อย่าง ไอติม ในฐานะเน็ตไอดอลสายบิวตี้มีสไตล์ชัดเจน เช่น สวย มั่นใจ แต่งตัวเก่ง มาเป็นสารตั้งต้นในการขายและการทำการตลาดที่สอดคล้องไปกับคาแรกเตอร์ของแบรนด์

อย่างไรก็ตามแบรนด์ได้ปรับภาพลักษณ์และทิศทางการตลาดใหม่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และจุดยืนของตนเองและขยายการรับรู้ที่มากกว่า ไอติม โดย La Glace วางจุดยืนที่ใหญ่ขึ้นด้วย “ปรัชญาของแบรนด์” ที่ต้องการเป็นตัวแทนของ Underground Beauty หรือ “สวยแบบไม่มีกรอบ” ขอแค่มั่นใจในแบบของตัวเอง พร้อมกับเป้าหมายที่ต้องการสร้างคัลเจอร์การแต่งหน้า การดูแลผิวที่สร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ซึ่งสอดคล้องไปกับเทรนด์ความงามและทัศนคติของคนรุ่นใหม่

เมื่อ “พลังอินฟลูฯ” คือ อาวุธ “ภาพจำ” คือ เกมของแบรนด์

บทสรุปจากสองแบรนด์ที่พอจะบอกอะไรกับเราได้ นั่นก็คือ การจะขายสวยให้ปังในยุค Gen Z ไม่ใช่เรื่องของความหรูหรา ความพรีเมียม หรือ คุณภาพ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

La Glace และ Love Potion ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ต่างใช้จุดแข็งของตัวเองเป็นสารตั้งต้นที่ดี ทั้งสองยึดการสร้างความสัมพันธ์แบบแบรนด์-เพื่อน ที่สร้างการมีส่วนร่วมและทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายกว่า เพราะ แบรนด์ยุคใหม่ต้องไม่ใช่แค่ขายของแต่ต้องอยู่กับลูกค้าแบบเพื่อนที่เชื่อใจได้ แม้มีจุดผิดพลาดก็ขอโทษอย่างจริงใจ ไม่หนีปัญหาและเลือกรับผิดชอบเต็มที่ผ่านช่องทางของตนเอง

Love Potion และ La Glace ใช้กลยุทธ์ที่ตรงจุดกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเน้น 2 สิ่งสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแรงและยั่งยืน คือ การเจาะกลุ่มลูกค้าอย่างแม่นยำ โฟกัสกลุ่มวัยรุ่นถึงวัยทำงานที่สนุกกับการแต่งหน้า ขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และการตั้งราคาที่เป็นมิตรต่อกำลังซื้อ

แม้ว่าทั้งสองแบรนด์จะกำลังแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดบิวตี้สุดแมส แต่สิ่งที่ชัดเจนและเป็นเหตุผลที่ทั้งสองแบรนด์ยืนหนึ่งในใจ Gen Z และมีฐานแฟนคลับแบรนด์ที่เหนียวแน่น มาจากความเข้าใจในตัวลูกค้า ตั้งแต่ดีไซน์ ราคา ไปจนถึงความจริงใจ

รายได้ 5 ปีย้อนหลังของ La Glace บริษัท ไอดีล แอนด์ มาเวลลัส เท็น จำกัด

  • ปี 2563 รายได้รวม 16,928,985 บาท กำไรสุทธิ 3,195,301 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 13,216,551 บาท กำไรสุทธิ 1,135,236 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 39,966,483 บาท กำไรสุทธิ 1,649,558 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 401,252,389 บาท กำไรสุทธิ 108,139,842 บาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 420,007,403 บาท กำไรสุทธิ 37,768,588 บาท

รายได้ 5 ปีย้อนหลังของ Love Potion บริษัท เลิฟโพชั่น จำกัด

  • ปี 2563 รายได้รวม 7,671,858 บาท กำไรสุทธิ 1,267,849 บาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 12,616,878 บาท กำไรสุทธิ 1,066,969 บาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 55,784,901 บาท กำไรสุทธิ 14,326,642 บาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 154,462,297 บาท กำไรสุทธิ 34,628,413 บาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 454,413,542 บาท กำไรสุทธิ 84,180,856 บาท

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Love Potion vs La Glace เมื่อ “พลังอินฟลูฯ” คือ อาวุธ สองแบรนด์ไทย เปลี่ยนเกมขายสวยในยุค Gen Z

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...