โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโลกการลงทุนโลหะมีค่า ที่อาจให้โอกาสมากกว่าทองคำ?

Finnomena

อัพเดต 30 ก.ย 2568 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 08.00 น. • Finnomena Funds

รู้จักกองทุนเหมืองแร่และโลหะ ทั้งกลุ่มโลหะมีค่าอย่างเงินและทองคำ รวมถึงกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก ทองแดง ถ่านหิน และแร่หายาก Rare Earth

กองทุนเหมืองทอง เหมืองเงิน แร่ Rare Earth

ดูรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติม

  • DAOL-RARE
  • TRAREEARTH
  • KT-MINING
  • DAOL-GOLD
  • KT-PRECIOUS

โลหะมีค่าถือเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ล่าสุด “เงิน” (Silver) กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีที่ 39.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ตลอดปีนี้ราคาปรับขึ้นมาแล้วกว่า 36% แซงหน้าทองคำซึ่งเพิ่มขึ้น 31% ในช่วงเดียวกัน

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ยังสะท้อนการเก็งกำไรในโลหะที่ถูกมองว่ามีโอกาสเติบโตในยุคของพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องใช้เงินเป็นวัตถุดิบสำคัญ

ทองคำ หลักประกันในยามวิกฤต

ทอง Gold

ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่นักลงทุนพึ่งพาในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนหรือเงินเฟ้อพุ่งสูง ด้วยประวัติที่ยาวนานหลายศตวรรษ ทองคำพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ง่ายในตลาดทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ทองคำก็มีข้อจำกัดที่ไม่อาจมองข้ามได้ เช่น การไม่สร้างกระแสเงินสดเหมือนหุ้นหรือพันธบัตร รวมถึงราคาที่มักจะนิ่งเมื่อเศรษฐกิจดี รวมถึงมีต้นทุนในการจัดเก็บ

หุ้นเหมืองทอง โอกาสโตแรง แต่ต้องเสี่ยงมากกว่า

หุ้นเหมืองทอง

อีกทางเลือกหนึ่งน่าสนใจคือ “หุ้นเหมืองทองคำ” โดยแทนที่จะถือทองคำโดยตรง การลงทุนในหุ้นเหมืองคือการลงทุนในบริษัทที่ขุดและผลิตทอง ซึ่งมูลค่าของหุ้นเหล่านี้มักเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ

ข้อดีของหุ้นเหมืองทองคือ มี Leverage ต่อราคาทอง เช่น หากทองคำปรับขึ้น 5% ราคาหุ้นเหมืองอาจกระโดดขึ้นถึง 10–15% นอกจากนี้ บางบริษัทในกลุ่มนี้ยังจ่ายเงินปันผล ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดควบคู่ไปกับการเติบโต

แต่ก็ต้องแลกมากับความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิต ราคาน้ำมัน การบริหารจัดการ และปัจจัยเฉพาะของกิจการ หากบริษัทขาดทุน หรือราคาทองไม่เป็นใจ หุ้นอาจปรับลดได้แรงเช่นกัน

เงิน โลหะในยุคเทคโนโลยี

เงิน (Silver) มีบทบาทมากกว่าการเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เพราะครึ่งหนึ่งของความต้องการเงินทั่วโลกมาจากภาคอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ ราคาของเงินจึงผันผวนมากกว่าทองคำ ซึ่งอาจมองได้ทั้งเป็นความเสี่ยงและโอกาส นักลงทุนที่รับความผันผวนได้ดี มักใช้ Silver เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรระยะสั้น ขณะที่ในช่วงเงินเฟ้อสูง เงินเคยให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทองในบางช่วง

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนสูงก็หมายถึงความเสี่ยงขาลงที่รุนแรง ตลาดเงินมีขนาดเล็กกว่าและสภาพคล่องน้อยกว่า อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ และต้นทุนจัดเก็บต่อมูลค่าอาจสูงกว่าทอง

แร่หายาก Rare Earth

Source: Stanford Materials

Rare Earth ถือเป็นแร่ธาตุหายากที่กำลังมีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยถูกนำมาใช้งานหลัก ๆ เช่น ยานยนต์, จอภาพทางการแพย์, ส่วนประกอบของแบตเตอรี่, โรงกลั่นปิโตรเลียม และการสื่อสารผ่านดาวเทียม เป็นต้น

ทำให้ผู้ผลิต Rare Earth ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์แห่งอนาคต เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญธีมเทคโนโลยีล้ำสมัยต่าง ๆ และมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว

ปัจจุบันจีนคือผู้ผลิต Rare Earth & Strategic Metals อันดับ 1 ของโลก ครองสัดส่วนมากกว่า 60% และรัฐบาลจีนเริ่มประกาศนโยบายควบคุมปริมาณการผลิต Rare Earth ในเดือนสิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา ยิ่งหนุนให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก

แล้วแบบไหนเหมาะกับเรา?

  • เน้น“ความมั่นคง” ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน “ทองคำ” ยังคงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและคลาสสิกที่สุด
  • ต้องการ “โอกาสเติบโตแบบทวีคูณ” ไปพร้อมกับแนวโน้มราคาทอง “หุ้นเหมืองทอง” คือทางเลือกที่ให้ Leverage ได้มากขึ้น
  • และหากมองหา “จังหวะเก็งกำไรในความผันผวน” และรับความเสี่ยงได้สูง “เงิน” หรือ Silver อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจ
  • สนใจกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ตามเมกะเทรนด์แห่งอนาคต “หุ้นเหมือง Rare Earth” น่าสนใจที่สุด5 กองทุนเปิดโอกาสลงทุนโลหะมีค่า

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกลุ่มโลหะมีค่า ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน หรือหุ้นเหมืองแร่ กองทุนรวมถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องลงทุนตรงในสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง ซึ่งในประเทศไทยมีกองทุนที่เปิดให้ลงทุนในธีมนี้หลายกอง แต่ละกองก็มีแนวทางเฉพาะตัว

1. เริ่มจาก DAOL-GOLD ซึ่งเป็นกองทุนที่มีจุดเด่นคือการจัดพอร์ตตามสถานการณ์ของตลาด

  • ถ้าตลาดอยู่ในโหมดขาขึ้น (Bullish) กองทุนจะเพิ่มน้ำหนักในหุ้นที่เกี่ยวกับเงินและทองคำ เช่น หุ้นเหมืองเงิน 45% หุ้นเหมืองทอง 40% และถือทองคำแท่ง 15% เพื่อเกาะกระแสราคาที่ปรับตัวขึ้นได้เต็มที่
  • แต่หากตลาดอยู่ในช่วงป้องกันความเสี่ยง (Defensive) กองทุนนี้จะถอยกลับไปเน้นความมั่นคง โดยถือทองคำแท่งถึง 90% และลดน้ำหนักหุ้นเหมืองทองเหลือเพียง 10%

การบริหารแบบนี้ถือว่ามีความยืดหยุ่น และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการมี Exposure ต่อทองและเงินแบบทั้งรับความเสี่ยงและลดความเสี่ยงตามภาวะตลาด

2. ถัดมาคือ KT-PRECIOUS เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นเหมืองโลหะมีค่าโดยตรง

  • สัดส่วนหลักอยู่ที่หุ้นเหมืองทองถึง 85%
  • และอีก 15% ในโลหะมีค่าอื่น เช่น เงิน แพลทินัม หรือพัลลาเดียม

เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในระยะกลางถึงยาวของกลุ่มเหมืองทอง และมองหาการเติบโตที่ล้อไปกับราคาทองคำ แต่ต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า ทั้งนี้ ผู้ลงทุนก็ต้องยอมรับระดับความผันผวนที่สูงกว่า

3. ต่อด้วย DAOL-RARE เป็นกองทุนที่ลงทุนใน VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มผู้ผลิตแร่หายาก (Rare Earth) และแร่อื่น ๆ ที่เป็นแร่โลหะอุตสาหกรรมสำคัญโดยเฉพาะ

4. TRAREEARTHเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในวัตถุดิบหายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Rare Earth & Strategic Metals) ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ

จุดเด่นคือ กองทุนนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะทองคำหรือเงินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมกลุ่มโลหะที่มีบทบาทสำคัญในนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในอนาคตอย่างแร่หายาก Rare Earth และ จะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมลิเธียม ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม EV โดยจะมีหุ้นอย่าง Tesla, CATL, Samsung SDI, LG ปน ๆ อยู่ด้วย

5. สุดท้ายคือ KT-MINING กองที่กระจายการลงทุนในหุ้นเหมืองหลากหลายประเภท ไม่ได้จำกัดแค่เหมืองทองหรือโลหะมีค่า

  • ลงทุนในหุ้นเหมืองทองประมาณ 30%
  • เหมืองทองแดง 11%
  • และเหมืองทรัพยากรอื่น ๆ รวมถึงเหมืองถ่านหิน เหล็ก และลิเธียมรวมกันอีก 59%

ถือเป็นกองทุนแนวกว้างที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Exposure ต่อกลุ่ม Commodity แต่ไม่อยากเลือกเฉพาะทองคำหรือเงินเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง: DAOL INVESTMENT, KTAM, TISCOAM, Franklin Templeton, VanEck

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมและประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...