โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยผลติดตาม ‘อุณหภูมิใจคนไทย’ 1 ใน 10 มีอารมณ์การเมืองรุนแรง

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • The Bangkok Insight

เผยผลติดตาม "อุณหภูมิใจคนไทย" พบ 1 ใน 10 มีอารมณ์การเมืองรุนแรง พบเพศชายมากกว่าเพศหญิง

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความเปราะบางและซับซ้อนนี้ กรมสุขภาพจิตเฝ้าระวังและสำรวจผลกระทบทางสุขภาพจิต โดยจัดทำแบบประเมินอารมณ์ทางการเมืองผ่านระบบออนไลน์

โดยสำรวจ "อุณภูมิใจประชาชน" 14,502 คน พบ 1 ใน 10 มีความเสี่ยงต่อความเครียดและขัดแย้งสูงจากการติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมือง

อารมณ์การเมือง

1 ใน 10 มีอารมณ์การเมืองรุนแรง ชายมากกว่าหญิง

กลุ่มประชาชนส่วนใหญ่มีระดับอารมณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับปกติ 63.39% มีแนวโน้มอารมณ์ปานกลางถึงรุนแรงคิดเป็น 36.61%

โดยกลุ่มประชาชนที่มีระดับอารมณ์ทางการเมืองที่น่ากังวลในกลุ่มรุนแรง 9.91% ซึ่งสะท้อนว่ายังมีความตึงเครียดสะสมในสังคม โดยเพศชายมีแนวโน้มแสดงอารมณ์ทางการเมืองมากกว่าเพศหญิงในระดับรุนแรง

กลุ่มอายุน้อยต่ำกว่า 30 ปี มีจำนวนผู้ที่มีอารมณ์รุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี กลับพบว่ามีอารมณ์ทางการเมืองรุนแรงน้อยที่สุด

ในด้านการศึกษาจากผลการสำรวจพบว่ากลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญาตรี มีแนวโน้มอารมณ์รุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น และกลุ่มอาชีพที่มีแนวโน้มอารมณ์รุนแรง ได้แก่ ว่างงาน, ธุรกิจส่วนตัว นักเรียน/นักศึกษา

ที่สำคัญยังพบว่าความถี่ในการติดตามข่าวการเมืองเป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยยิ่งติดตามข่าวการเมืองทุกวันยิ่งมีแนวโน้มอารมณ์รุนแรงมากขึ้น โดยข้อคิดเห็นจากการสำรวจพบว่าวิธีที่ช่วยลดระดับอารมณ์ได้ดีที่สุด คือ เลือกไม่สนใจหรือเบี่ยงเบนความสนใจจากสถานการณ์และพูดคุยทางการเมืองกับผู้อื่น

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์

จำกัดเวลาการเสพข่าว-รับข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิตจึงขอแนะนำให้ประชาชนรู้เท่าทันการเสพข่าว เช่น จำกัดเวลาการติดตามข่าวไม่ให้มากเกินไป พร้อมส่งเสริมบรรยากาศของความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจในสังคม เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการดูแลจิตใจของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง

กรมสุขภาพจิตได้จัดทำสื่อความรู้ด้านสุขภาพจิตเกี่ยวกับการดูแลตนเอง การจัดการอารมณ์ และการลดความขัดแย้ง เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์และเครือข่ายในพื้นที่ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต เช่น การประชาสัมพันธ์ช่องทางปรึกษา อาทิ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 การจัดตั้งจุดปรึกษาใจเคลื่อนที่ และการเตรียมความพร้อมของทีม MCATT เพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะการสื่อสารร่วมกับสื่อมวลชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการนำเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์และไม่ซ้ำเติมสถานการณ์

กรมสุขภาพจิต จะติดตามอุณภูมิใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงขึ้นในวงกว้าง และลดความตึงเครียดในสังคม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดความขัดแย้ง ส่งเสริมความปรองดอง และนำไปสู่ความสุข ความสงบ และสันติภาพในประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หากประชาชนรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรือไม่สามารถจัดการอารมณ์ได้ด้วยตนเอง สามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...