โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ราชทัณฑ์" ยัน "ทักษิณ" ป่วยจริง ต้องใช้ออกซิเจน–ใส่เฝือก รักษาตัวในรพ.ตำรวจ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.53 น.

ไม่ได้ใส่กำไล EM ราชทัณฑ์ ยัน “ทักษิณ” ป่วยจริง ต้องใช้ออกซิเจน–ใส่เฝือก รักษาตัวในรพ.ตำรวจ ตามMOU กรมราชทัณฑ์

วันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการนัดพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 ซึ่งอัยการสูงสุดร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ

ช่วงบ่ายเวลา 13.10 น. ศาลเริ่มการไต่สวนนัดที่3 โดยพิจารณาพยานฝ่ายโจทก์เพิ่มเติมอีก 4 ปาก ประกอบด้วย นักทัณฑวิทยาปฏิบัติการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 1 คน , เจ้าพนักงานราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 2 คน , และเจ้าพนักงานราชทัณฑ์จากเรือนจำอุตรดิตถ์อีก 1 คน

การไต่สวนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง โดยพยานทั้ง 4 คน ให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลจำเลยในระหว่างการพักรักษาตัวของจำเลยที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีการสังเกตการณ์ที่บริเวณหน้าห้องพักผู้ต้องขังทุก 10–15 นาที เป็นระยะต่อเนื่อง และรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบวันละ 4 ครั้ง

ในประเด็นเรื่องอาหาร พยานระบุว่า จำเลยได้รับอาหารจากโรงพยาบาลตำรวจเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรายอื่น ไม่มีสิทธิพิเศษแต่อย่างใด ทั้งนี้ อาหารทุกมื้อจะต้องผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ก่อนนำส่งให้จำเลย ขณะเดียวกัน ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมในห้องพัก เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมตามระเบียบราชทัณฑ์

พยานให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของจำเลยในขณะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า จำเลยอยู่ในสภาพอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ขณะนั้นนอนอยู่บนเตียง ไม่สามารถทรงตัวหรือลุกขึ้นได้ด้วยตนเอง ต้องมีพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

นอกจากนี้ พยานยังให้ข้อมูลว่า จำเลยมีอาการหายใจเหนื่อยและอ่อนแรงเป็นระยะ จึงมีการใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ (ออกซิเจน) อยู่เป็นบางช่วง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทีมแพทย์และการประเมินอาการในขณะนั้น โดยจำเลยยังสวมอุปกรณ์พยุงคอ (neck brace) และใส่เฝือกเพื่อประคองอวัยวะที่บาดเจ็บอีกด้วย

เมื่อศาลสอบถามว่าได้มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อควบคุมตัวจำเลย เช่น กำไลอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ พยานยืนยันว่า ไม่มีการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ในระหว่างการดูแลจำเลยแต่อย่างใด

ต่อประเด็นที่ว่าทำไมจึงต้องส่งตัวจำเลยไปรักษายังโรงพยาบาลตำรวจ พยานชี้แจงว่า เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีข้อตกลง (MOU) ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ หากผู้ต้องขังมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน และได้รับการประเมินจากพยาบาลเวรว่าเกินศักยภาพของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในการดูแลรักษา จะต้องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจเป็นลำดับแรก เนื่องจากโรงพยาบาลตำรวจถือเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายที่ได้รับการรับรองจากกรมราชทัณฑ์

ในช่วงท้าย ศาลได้สอบถามเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ผู้ต้องขังออกไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำ พยานให้การว่า การดำเนินการดังกล่าวขึ้นอยู่กับการตีความกฎหมายและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจแต่ละราย โดยต้องอ้างอิงตามระเบียบราชการและหลักเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการไต่สวนพยานทั้ง 4 คน เสร็จสิ้น ศาลได้สรุปว่าการไต่สวนพยานกลุ่มเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้ง 9 รายได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมนัดพิจารณาครั้งถัดไปในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ตามกำหนดเดิม

นอกจากนี้ ศาลได้เน้นย้ำให้คู่ความและผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในห้องพิจารณาคดี ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...