ไม่เห็นด้วย อุทยานขายเหี้ยตัวละ500 เสนอ ขอจับส่งเองตัวละ300 แล้วให้กรมขายต่อกำไร200ก็ได้
ชาวบ้านไม่เห็นด้วย อุทยานขายเหี้ยตัวละ500 เสนอ ขอจับส่งตัวละ300 แล้วให้กรมขายต่อกำไร200ก็ได้
วันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีมีกระแสข่าวจะให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเปิดจำหน่ายตัวเหี้ยพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ แก่ผู้สนใจนำไปเลี้ยงทำธุรกิจการค้าได้โดยขายราคาตัวละ 500 บาท แต่ไม่สามารถนำตัวเหี้ยจากธรรมชาติมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ เนื่องจากยังติดเงื่อนไขเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่นั้น หลังมีการเผยแพร่ข่าวดังกล่าวออกไป ทำให้มีกระแสแนวคิดของชาวสวนเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากตัวเหี้ย ออกมาให้ข้อมูลแนวคิด หรือ แนวทางที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง น่าจะมีการแก้ไขให้ตัวเหี้ยสามารถจับกินได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากตัวเหี้ยได้ออกลูกหลาน แพร่พันธุ์เร็ว และได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างแก่พื้นที่ หากใครจับกินจะมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากเหี้ยยังมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
นายมรกต คงทน เกษตรกรชาวสวนผลไม้ หมู่ที่ 9 ต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี กล่าวว่า เคยเอาปลามาปล่อยกว่า 2,000 ตัว ถูกตัวเหี้ยกินหมด เดี๋ยวนี้ปลาไม่มีเหลือแล้ว มาตอนนี้เอาเป็ด ห่านมาเลี้ยงกว่า 30 ตัว ตอนนี้เหลือเป็ด 10 ตัว ส่วนห่านตัวเหี้ยขโมยกินไข่หมด ถ้าเป็ดตัวเล็กจะถูกกินหมด หากตัวใหญ่จะกัดให้ตายแล้วพอเน่าจึงค่อยมากิน จึงไปหาซื้อกรงเหล็กมาดัก ตอนแรกซื้อกรงมาช่วงสั้นเวลาตัวเหี้ยติดได้ครึ่งตัวแล้วถอยออกได้ จึงเปลี่ยนให้เป็นกรงลูกใหญ่ โดยใช้เหล็กเสริมให้มีความแข็งแรงขึ้น ทำให้ตัวเหี้ยถอยหลังออกไม่ได้ วิธีการดักไปซื้อโครงไก่มาหั่น แล้วนำมาใส่ในท่อพีวีซีด้านหน้ากรง แต่กลับไปติดนกกระปูดที่เข้ามากินไก่ด้วย กรงกลับไม่ดีดปิด จึงหาแนวทางใส่โครงไก่เข้าไปในท่อพีวีซีให้ลึกวางท่อที่ใส่โครงไก่ลักษณะแนวนอน นกกระปูดจะจิกกินไม่ได้ พอใส่ไว้ 3 – 4 วัน เริ่มมีกลิ่นโชยออกมา ตัวเหี้ยจะได้กลิ่นเดินออกมาหากินก็จะมาเจอกรงที่ดักไว้คล้ายกรงดักหนูแต่จะมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อตัวเหี้ยเดินเข้าไปเหยียบแผ่นเหล็กที่เกี่ยวไว้ จะไปทำให้ฝากรงปิดทันที
นายมรกต กล่าวว่า ตั้งแต่ดักมาได้มาแล้วรวม 17 ตัว ล่าสุดดักได้เมื่อวานนี้มีขนาด 1.20 เมตร 1 ตัว นำไปปล่อยในป่าไกล ๆ ประมาณ 4 – 5 กม. บางตัวได้เอาสีสะท้อนแสงพ่นหัวไว้เป็นสัญลักษณ์ด้วย เพราะอยากรู้ว่าตัวที่เคยปล่อยไปนั้น จะกลับมาอีกหรือไม่ เกรงจะเข้ามาที่สวนซ้ำอีก
นายมรกต ยังให้แนวคิดว่า ที่จะมีการให้นำตัวเหี้ยไปเลี้ยง โดยให้ไปซื้อที่สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าราคาตัวละ 500 บาทนั้น แล้วอย่างนี้จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร ก็เท่ากับกรมอุทยานฯ ขายของตัวเอง ถ้าจะแก้ไข คือ ต้องให้ชาวบ้านจับ แล้วเอาไปขายกรมอุทยานฯได้ไหม สมมุติเขาขาย 500 บาท เราจับไปส่งตัวละ 300 บาท ทางกรมเอาได้ขาย 500 บาทจะกำไรไป 200 บาท เอามั๊ย คิดว่าแก้ปัญหาได้ดีกว่า
“ผมมีข้อเสนอว่า ถ้าปล่อยให้มันแพร่พันธุ์อยู่อย่างนี้ มันก็ทำความเดือดร้อนตลอดเวลา ตัวเหี้ยเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์อย่างเดียวคือ กินซาก กำจัดซากของเน่า เป็นตัวเก็บกวาด เป็ดโดนกิน ห่านตัวใหญ่จะโดนกินไข่หมด ก็เลยต้องเอากรงมาดักไปปล่อย ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวคิดว่า ปีหนึ่งให้ล่าได้ 1 เดือน เหมือนที่ออสเตรเลียเขามีจิงโจ้เต็มประเทศ แต่ปีหนึ่งเขาล่าครั้งหนึ่ง คิดว่าแก้ปัญหาได้ระยะยาว แล้วเราก็ไม่ได้กำจัดสูญสิ้นพันธุ์ เพียงแต่ลดจำนวนประชากรให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม จะช่วยประเทศได้เยอะกว่า ได้ยินมาว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบนิยมกินสัตว์แบบนี้ อย่างจระเข้จะกินบ้องตัน ตัวเหี้ยจะกินตรงโคนหางเนื้อจะแน่น
ถ้าเอามาเลี้ยงให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ ก็สามารถเอาอย่างอื่นมาเลี้ยงที่มันสะอาด ไม่ต้องกินของเน่า ก็สามารถกินได้ทั้งตัว และหนังยังเอาไปทำประโยชน์ได้ เช่น ทำกระเป๋า มองว่าถ้าไม่ให้จับตามสวนไปเลี้ยงแล้ว จะจำกัดประชากรได้อย่างไร ถ้าต้องซื้อของกรมอุทยานไปเลี้ยงตัวละ 500 บาท จึงไม่เห็นด้วยตรงนี้ แต่ถ้ารับซื้อ ผมจะช่วยกันจับไปขายทางกรมอุทยาน แล้วก็กรมเอาไปขายต่อเอากำไรบ้างก็ไม่ว่ากัน ส่วนการเลี้ยงฝังชิพ พวกที่อยู่ตามป่า ตามเขา ตามสวนไม่มีชิพ แล้วจะทำกันอย่างไร กับการจำกัดจำนวนประชากรเหี้ยพวกนี้ได้ หรือ ปีหนึ่งให้ล่า 1 เดือนได้มั๊ย อนุสัญญาไซเตส น่าจะมีข้อผ่อนผันได้บ้าง ไม่เช่นนั้นประชากรจะแพร่พันธุ์โดยที่ควบคุมไม่ได้”นายมรกต กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่เห็นด้วย อุทยานขายเหี้ยตัวละ500 เสนอ ขอจับส่งเองตัวละ300 แล้วให้กรมขายต่อกำไร200ก็ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th