โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตัวเลขภาคการผลิตไทยล่าสุด กำลังบอกอะไรเรา ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.13 น.
Photo by REUTERS

คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด ผู้เขียน : พิสชา คำบุยา, ดร.กิ่งกาญจน์ เกษศิริ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก อุตสาหกรรมการผลิตดูจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากที่สุด แต่ตัวเลขที่สะท้อนภาวะของภาคการผลิตไทยล่าสุดกลับส่งสัญญาณการเริ่มฟื้นตัว ทั้ง GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ขยายตัวเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ Manufacturing Production Index (MPI) เดือน เม.ย. 2568 กลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในรอบ 9 เดือน

ขณะเดียวกัน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของไทย ที่จัดทำโดย S&P Global ในเดือน พ.ค. 2568 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 51.2 จาก 49.5 ในเดือนก่อน ซึ่งถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 9 เดือน แต่ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนภาวะที่ดีจริงและต่อเนื่องได้หรือไม่นั้น ผู้เขียนอยากพาผู้อ่านมาสำรวจข้อมูลดัชนี MPI ในเชิงลึก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

ดัชนี MPI เดือน เม.ย. 2568 ขยายตัว 2.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการผลิตในหลายหมวด โดยเฉพาะอาหารและวัสดุก่อสร้าง พร้อมกับการผลิตรถยนต์ ที่กลับมาฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 21 เดือน แต่หากคลี่รายละเอียดดูจะพบว่าเกือบ 15% ของ GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไทยอาจดีเพียงชั่วคราว ทำให้การฟื้นตัวต่อไปในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงที่จะไม่ยั่งยืน

หลายสินค้าเป็นการ “เร่งผลิตเพื่อส่งออก” เพื่อให้ทันกำหนดเส้นตายช่วงระงับภาษีศุลกากรตอบโต้ 90 วันของสหรัฐ ที่ใกล้จะสิ้นสุดในต้นเดือน ก.ค.นี้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีตลาดส่งออกหลักเป็นสหรัฐ เช่น อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งการผลิตเร่งขึ้นสอดคล้องกับการส่งออกที่ขยายตัว เหตุนี้เองอาจทำให้การผลิตของสินค้ากลุ่มนี้สูงขึ้นชั่วคราว และมีความเสี่ยงที่จะชะลอลงหรือลดลงในภายหลัง

อีกส่วนเป็นการ “เร่งผลิตตามการใช้จ่ายหรือมาตรการภาครัฐ” ได้แก่ การผลิตวัสดุก่อสร้างที่อาจดีขึ้นแค่ในระยะสั้น ตามการเร่งใช้งบประมาณเหลื่อมปี และการผลิตรถยนต์ที่ฟื้นตัวในเดือนนี้บางส่วนอาจเป็นเพียงภาพชั่วคราว เนื่องจากการผลิตรถยนต์นั่งไฮบริดและรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ส่วนหนึ่งเป็นการผลิตชดเชยการนำเข้าตามมาตรการสนับสนุน EV ของภาครัฐ และบางส่วนผลิตเก็บเข้าเป็นสินค้าคงคลัง สะท้อนจากอัตราส่วนสินค้าคงคลังต่อการขายของรถยนต์นั่งที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตรถยนต์นั่งสันดาปและการผลิตรถกระบะ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของการผลิตรถยนต์ ทั้งหมดยังคงหดตัว สะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอและแรงส่งจากการส่งออกที่แผ่วลง ซึ่งต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี มีหมวดการผลิตที่ขยายตัวโดยเฉลี่ยในช่วง 4 เดือนแรกและมีแนวโน้มขยายตัวในปีนี้ ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 8% ของ GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไทย ได้แก่ การผลิตอาหารหมวดที่ขยายตัวตามผลผลิตเกษตรจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

เช่น น้ำตาล น้ำมันปาล์ม และการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวตามความต้องการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การผลิต Hard Disk Drive (HDD) ซึ่งเติบโตสอดคล้องไปกับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งในไทยและต่างประเทศที่ขยายตัวสูงขึ้น

รวมถึงช่วงนี้ยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามรอบการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพื่อรองรับโปรแกรมรุ่นใหม่ และความนิยมที่กลับมาบางส่วนจากข้อจำกัดในการกู้คืนข้อมูลของ SSD

นอกจากนี้ การผลิตชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (IC & Semiconductor) ยังกลับมาขยายตัวเป็นบวกตั้งแต่เดือน มี.ค. 2568 ถือเป็นการฟื้นตัวในรอบ 31 เดือน ส่วนหนึ่งขยายตัวตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการพูดคุยกับผู้ประกอบการหลายรายในโครงการ Business Liaison Program ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่พบว่าการส่งออกในหมวดอิเล็กทรอนิกส์จะยังเติบโตสูงไปตลอดปีนี้ แต่ต้องติดตามการผลิตอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีสินค้าคงคลังของผู้ผลิตอยู่ในระดับสูง

แม้ว่าดัชนี MPI เดือน เม.ย. จะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวต่อของภาคการผลิตในไตรมาส 2 แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริง เพราะยังมีส่วนหนึ่งที่อาจได้ผลดีเพียงชั่วคราวหรือเพียงบางสินค้าของหมวดการผลิต และในระยะข้างหน้ายังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายทิศทาง

โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตไทย ทั้งทางตรงผ่านการส่งออกและทางอ้อมผ่านการไหลทะลักของสินค้านำเข้า ซึ่งกลุ่มที่โดนแย่งส่วนแบ่งตลาดจากสินค้านำเข้ามี Import Penetration Ratio จากจีน (สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนต่อยอดขายในประเทศทั้งหมด) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังช่วงโควิด เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์นั่ง เฟอร์นิเจอร์ ปิโตรเคมี มีน้ำหนักรวมกันอย่างน้อย 14% ของ GDP ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไทย

สุดท้ายนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของดัชนี MPI ปี 2568 ลงเหลือ 0-1% จากเดิม 1.5-2.5% เน้นย้ำถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวท่ามกลางแรงกดดัน จากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน

ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งเจรจากับทางการสหรัฐ และรายงานความคืบหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ผลิตในไทย ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อป้องกันสินค้านำเข้าทะลัก ทั้งในด้านการป้องกันสวมสิทธิสินค้า เพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่านในการส่งออก การตรวจสินค้าผ่านด่าน และการตรวจมาตรฐานสินค้า

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจเองก็จำเป็นต้องมองหาแนวทางรับมือ อย่างเช่น การกระจายตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาสหรัฐ ลดต้นทุนการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ ยังเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวด้วย

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวเลขภาคการผลิตไทยล่าสุด กำลังบอกอะไรเรา ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...