Standard Chartered ชี้ RWA ที่ไม่ใช่ Stablecoin เตรียมโตแรง
#StandardChartered #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก CoinDesk ได้ระบุว่า แม้ว่า Stablecoin จะครองตลาดการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ในโลกแห่งความจริง (Real-World Assets: RWA) แต่ธนาคารเพื่อการลงทุน สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered - STAN) ระบุว่า กำลังเริ่มเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง
จากข้อมูล ณ ปัจจุบัน มีมูลค่าสินทรัพย์ RWA ที่ไม่ใช่ Stablecoin อยู่ที่เพียง 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 10% ของขนาดตลาด Stablecoin โดยสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อกฎระเบียบมีความชัดเจนขึ้น และโฟกัสเปลี่ยนไปสู่สินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการอยู่บนเชนอย่างแท้จริง ตามรายงานวิจัยของธนาคารเมื่อวันพุธ
การโทเคนไนซ์เซชันถือเป็นหนึ่งในการใช้งานหลักของเทคโนโลยีบล็อกเชน และได้รับความสนใจจากภาคการเงินดั้งเดิม (TradFi) อย่างต่อเนื่อง โดย Stablecoin เป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าผูกกับสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐหรือทองคำ และมีบทบาทสำคัญในตลาดคริปโต รวมถึงการโอนเงินข้ามพรมแดน
ธนาคารระบุว่า ประเทศอย่างสิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ สหภาพยุโรป และเจอร์ซีย์ ได้มีความคืบหน้าในด้านกฎระเบียบแล้ว แต่ยังมีปัญหาจากกฎKnow Your Customer (KYC) ที่ไม่สอดคล้องกันในหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม โอกาสยังอยู่ที่การโทเคนไนซ์ในสินทรัพย์ที่การย้ายมาอยู่บนเชนสร้าง “คุณค่าที่แท้จริง” รายงานระบุ
“เพื่อปลดล็อกศักยภาพในการเติบโต เราเชื่อว่าความพยายามด้านการโทเคนไนซ์เซชันควรมุ่งไปที่สินทรัพย์บนเชนที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือมีสภาพคล่องมากกว่าของเดิมที่อยู่นอกเชน มีเวลาชำระธุรกรรมที่สั้นกว่า หรือสามารถตอบโจทย์ความต้องการบนเชนได้”เจฟฟ์ เคนดริก หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าว
ธนาคารยังระบุว่า การโทเคนไนซ์สินเชื่อเอกชน (Private Credit) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ดี ด้วยการชำระธุรกรรมที่รวดเร็วและประหยัดต้นทุน
ในทางตรงกันข้าม ความพยายามในการโทเคนไนซ์สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอยู่แล้ว เช่น ทองคำหรือหุ้นสหรัฐฯ กลับไม่ได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากไม่ได้มอบข้อได้เปรียบที่ชัดเจนบนเชน
ธนาคารคาดการณ์ว่า กลุ่มสินทรัพย์ประเภท Private Equity และสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่นอกเชนซึ่งมีสภาพคล่อง จะเป็นพื้นที่เติบโตถัดไปของตลาดโทเคนไนซ์เซชันที่ไม่ใช่ Stablecoin