โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมรวยแล้วโกง

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.28 น.

แม้จะมีเงินทองมหาศาล ชื่อเสียง และอำนาจทางสังคม แต่ทำไมคนยังทำผิดกฎหมายอยู่บ่อยครั้ง? คำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ใน “ความโลภ” แบบผิวเผิน แต่ลึกลงไปคือกระบวนการทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนซึ่งผลักดันพฤติกรรมเหล่านี้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว

โดยมี 5 ทฤษฎีจิตวิทยา ที่หยิบยกมาอธิบายได้ว่า ทำไมคนรวยบางคนยังแสวงหาความมั่งคั่งและอำนาจเพิ่มขึ้น แม้จะเสี่ยงทำผิดกฎหมาย ดังนี้

1. Hedonic Treadmill: เมื่อความสุขมีวันหมดอายุ

ทฤษฎี Hedonic Treadmill หรือวงล้อความสุข ชี้ว่ามนุษย์จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีบ้านหลังใหญ่ รถหรู หรือรายได้สูงขึ้น ความสุขจากสิ่งเหล่านั้นก็จะค่อยๆ จืดจางลง ทำให้ต้องแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ที่ใหญ่กว่า แพงกว่า หรือเร้าใจกว่า เพื่อให้รู้สึกพึงพอใจอีกครั้ง ผลคือ คนที่รวยอยู่แล้วมักไม่หยุดอยู่กับที่ แต่เดินอยู่บนลู่วิ่งแห่งความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันจบ

2. Social Comparison Theory: การเปรียบเทียบทางสังคมไม่สิ้นสุด

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรวย มักไม่ได้เปรียบเทียบกับคนจน แต่จะมองไปที่คนที่ “รวยกว่า” หรือ “ประสบความสำเร็จมากกว่า”การแข่งขันทางสถานะนี้นำไปสู่การสะสมทรัพย์สินหรืออำนาจเกินความจำเป็น เพื่อรักษาหน้า หรือไม่ยอมแพ้ใคร แม้ต้องเสี่ยงผิดกฎหมาย

3. อำนาจที่กัดกร่อนความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

งานวิจัยของ Paul Piff จากมหาวิทยาลัย UC Berkeley พบว่า คนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจสูง มักมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมเห็นแก่ตัวมากกว่าคนทั่วไป เช่น ฝ่าไฟแดง ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย หรือโกงเกม เมื่ออำนาจมากขึ้น ความกลัวต่อผลลัพธ์ทางกฎหมายอาจลดลง จึงกลายเป็นว่า “ฉันทำได้ เพราะไม่มีใครเอาผิดฉันได้”

4. Cognitive Dissonance: หาข้ออ้างให้ตัวเอง

เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกผิด คนรวยที่ทำผิดกฎหมายมักใช้เหตุผลในใจเพื่อทำให้รู้สึกว่า “สิ่งที่ทำไม่ผิด” เช่น:

“ทุกคนก็ทำ”

“มันเป็นช่องโหว่ ไม่ใช่การโกง”

“ระบบมันไม่ยุติธรรม ฉันแค่เอาคืน”

กลไกทางจิตนี้ช่วยให้พวกเขาทำผิดได้โดยไม่รู้สึกว่าตนเองผิด

5. Thrill-Seeking & Risk Addiction: เสพติดความตื่นเต้น

บางคนมีบุคลิกภาพแบบ “Thrill-Seeker” คือแสวงหาความตื่นเต้นและความเสี่ยงโดยธรรมชาติ ยิ่งในวงการการเงิน การลงทุน หรือการพนัน การละเมิดกฎหมายอาจถูกมองเป็น “เกม” ที่มีเดิมพันสูง ซึ่งมอบอะดรีนาลีนและความรู้สึกท้าทาย ความเสี่ยงจึงกลายเป็นเครื่องมือสร้างความตื่นเต้นในชีวิต มากกว่าแค่ผลประโยชน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...