โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC ชี้หากไทยถูกสหรัฐเก็บภาษีอัตราสูงสุด จีดีพีปี 68 อาจหดตัวเหลือ 0.8%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 18 มิ.ย. – SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำไม่ถึง 2% ยาวไปปีหน้า จากสงครามการค้าไม่แน่นอน-แผลเป็นเศรษฐกิจเรื้อรัง ชี้หากถูกเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐสูงสุด จีดีพีปีนี้อาจหดตัวเหลือ 0.8% คาดปีนี้ กนง.ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ระบุงบ 1.57 แสนล้าน ยังไม่พอกระตุ้นเศรษฐกิจ มองขึ้นค่าแรง 400 บาท กลุ่มโรงแรม อาจกระทบรายย่อย แนะเพิ่มทักษะแรงงานเพื่อความยั่งยืน

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน, ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 2.3% ในปี 2568 และ 2569 ชะลอลงจาก 2.8% ในปีก่อน จากสงครามการค้าและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นมาก มองว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าอาจยืดเยื้อ ประกอบกับกระบวนการทางกฏหมายภายในของสหรัฐฯ ต่อประเด็นอำนาจของประธานาธิบดีในการใช้นโยบายภาษีนำเข้า โดยผลกระทบด้านการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนจะรุนแรงและชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความผันผวนในตลาดการเงินจากความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์สหรัฐ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น จากสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้น แม้ในระยะสั้นอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นไม่มากนัก จากอุปทานส่วนเกินที่ยังมีมาก แต่หากความขัดแย้งขยายวงและกระทบต่อแหล่งอุปทานในตะวันออกกลาง ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจโลกได้ โดย SCB EIC ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง (25 bps) ในช่วงปลายปีนี้ และลดดอกเบี้ยอีกเพียง 2 ครั้ง (ครั้งละ 25 bps) ในปี 2569 เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงจากกำแพงภาษีและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมสู่ระดับ 1%

ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปีนี้ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้ว 100 bps และมีแนวโน้มจะลดอีก 25 bps ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ต่ำลง

สำหรับเศรษฐกิจไทย SCB EIC ยังคงมุมมองประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตต่ำที่ 1.5% และต่อเนื่องถึงปี 2569 ที่ 1.4% จากสงครามการค้า แผลเป็นเศรษฐกิจในภาคครัวเรือนและ SMEs ที่มีอยู่เดิม และข้อจำกัดด้านนโยบายการคลัง โดยเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้จะโตเฉลี่ยต่ำกว่า 1% และมีโอกาสเข้าสู่ Technical recession จากการส่งออกและการลงทุนที่จะแผ่วลง ขณะที่แรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวจะน้อยกว่าคาด โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ลดลงเหลือ 34.2 ล้านคน จากนักท่องเที่ยวจีนหดตัวและนักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า กำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่อ่อนลง และความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ลดลง ส่งผลให้ภาคธุรกิจเลือกที่จะชะลอการลงทุน แม้ตัวเลขการอนุมัติการสนับสนุนการลงทุนของ BOI ยังเพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ ต้องติดตามการเจรจาไทย-สหรัฐ ประเมินว่าหากไทย ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ในอัตราสูงสุด เศรษฐกิจไทยปีนี้ อาจโตต่ำลงไปถึงระดับ 0.8%

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการบริโภคภาคเอกชนจะชะลอลงมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคครัวเรือนยังอยู่ในช่วงการปรับลดภาระหนี้ที่สูงขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า (Deleveraging) ซึ่งจะส่งผลให้ครัวเรือนระมัดระวังในการใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความเปราะบางด้านการจ้างงานและรายได้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมาก และภาวะการเงินที่ยังตึงตัว

ขณะที่แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท แทนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แม้จะช่วยเศรษฐกิจได้ตรงจุดมากขึ้น แต่ผลจะเกิดขึ้นช้ากว่าและยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าแรงส่งเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายงบประมาณในปี 2569 จะแผ่วลง ขณะที่หนี้สาธารณะมีแนวโน้มติดเพดาน 70% ของ GDP ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของการเพิ่มงบกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าหากไม่มีการปฏิรูปด้านการคลังควบคู่ไปด้วย

ด้านเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบ สะท้อนราคาพลังงานที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และกำลังซื้อในประเทศที่ยังซบเซา โดยประเมินว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 2 อาจยังติดลบอยู่ก่อนจะทยอยปรับสูงขึ้นในช่วงสิ้นปี มองเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่องในปี 2569 จากปัจจัยอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า ราคาพลังงาน รวมถึงสินค้าเกษตรขยายตัวต่ำ ทั้งนี้ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดย SCB EIC ประเมิน กนง. มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้เหลือ 1.25% และอาจลดดอกเบี้ยปีหน้าอีก 1 ครั้ง เพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่อง

ดร.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติม ถึงการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราวันละ 400 บาท เพิ่มเติมในพื้นที่ กทม. และจังหวัดอื่น ในกลุ่มกิจการโรงแรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป หรือโรงแรม 50 ห้องขึ้นไป และกิจการสถานบริการทั่วประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป มองว่าเป็นประโยชน์ แต่จะต้องทำอย่างไรให้แรงงานไทยมีประสิทธิภาพดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันมองว่าผู้ประกอบการรายย่อยอาจได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจรายใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีมาตรการติดตามผลกระทบของผู้ประกอบการด้วยเช่นกัน.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...