โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เรื่องเล่าตำนาน “ปลาออร์ฟิช” ผู้ส่งสารแห่งท้องทะเลญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

โลกใต้ทะเลลึกที่เต็มไปด้วยความลี้ลับและมหัศจรรย์ มีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ปรากฏในตำนานจากทั่วโลกมาเนิ่นนาน นั่นคือ “ปลาออร์ฟิช” หรือที่เราเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ปลาพญานาค” เป็นสัตว์น้ำรูปร่างยาว มีครีบสีแดงสดและลำตัวสีเงิน บางครั้งก็ถูกซัดขึ้นมาบนชายฝั่งอย่างลึกลับจนนำไปสู่ความเชื่อและเรื่องเล่าอันแปลกประหลาด

ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ 3 ตำนานน่าสนใจเกี่ยวกับปลาออร์ฟิช ทั้งจากญี่ปุ่น วรรณกรรมดั้งเดิม และตำนานจากทั่วโลก เพื่อสำรวจว่าทำไมปลาชนิดนี้ถึงถูกยกให้เป็น “ผู้ส่งสารแห่งท้องทะเล”

1. ผู้ส่งสารจากปราสาทริวกู: ความเชื่อจากตำนานอุราชิมะ ทาโร่

ปลาออร์ฟิช ตำนานอุราชิมะ ทาโร่

หนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นเกี่ยวกับปลาออร์ฟิช ก็คือ “ผู้ส่งสารจากปราสาทริวกู” หรือพระราชวังใต้ทะเลของเทพเจ้ามังกร ในเทพนิยายเรื่อง อุราชิมะ ทาโร่ พระเอกของเรื่องได้ช่วยชีวิตเต่าตัวหนึ่งไว้ และได้รับเชิญไปยังวังใต้สมุทร ซึ่งเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเจ้าหญิงโอโตะฮิเมะ แต่เมื่อตัดสินใจกลับสู่โลกมนุษย์ เขาพบว่าหลายร้อยปีได้ผ่านไป และเมื่อเปิดกล่องสมบัติลึกลับ เขาก็กลายเป็นชายชราในพริบตา

ลักษณะที่ดูแปลกตาและหายากของปลาออร์ฟิชซึ่งมีตัวสีเงินแวววาว ครีบสีแดงคล้ายเส้นไหม และขนาดมหึมาที่อาจยาวเกิน 5 เมตร ทำให้ผู้คนในอดีตจินตนาการถึงความเชื่อมโยงกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น ทูตจากพระราชวังริวกู ซึ่งอธิบายไว้ในเอกสารโบราณอย่าง Nihon Shoki และ Manyoshu

2. ตำนานนางเงือกและความเป็นอมตะ

ปลาออร์ฟิช ตำนานนางเงือก

ปลาออร์ฟิชยังถูกเชื่อมโยงกับตำนาน “นางเงือก” ที่แพร่หลายตามชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น โดยเฉพาะลักษณะทางกายภาพ ที่มีผิวสีเงิน ผมสีแดง ครีบที่พลิ้วเหมือนเส้นผม ทำให้ผู้คนบางกลุ่มเชื่อว่าปลาชนิดนี้คือนางเงือกในตำนานที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารเก่าอย่าง Nagasaki Travelogue และ Kokin Chomonshu ในยุคคามาคุระ ซึ่งบันทึกเรื่องราวของนางเงือกติดตาข่ายและความพยายามของชาวประมงในการลากตัวเธอกลับเข้าฝั่ง

นอกจากนี้ ยังมีตำนาน ยาโอบิคุนิ หญิงสาวที่กินเนื้อนางเงือกและกลายเป็นอมตะ ซึ่งอาจมีรากฐานจากความเชื่อเกี่ยวกับปลาออร์ฟิชเช่นกัน

แต่ตำนานนางเงือกในญี่ปุ่นกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความโรแมนติกเสมอไป ในบางยุค ปลาออร์ฟิชถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของคำสาปหรือภัยพิบัติ โดยเฉพาะเมื่อปรากฏตัวบนชายฝั่ง ซึ่งอาจสะท้อนความกลัวของผู้คนต่อสิ่งที่ควบคุมไม่ได้จากธรรมชาติ

3. ปลาออร์ฟิชกับคำทำนายแผ่นดินไหว

ปลาออร์ฟิช แผ่นดินไหว

อีกหนึ่งความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคมญี่ปุ่น คือ ปลาออร์ฟิชเป็น “ลางบอกเหตุแผ่นดินไหว” โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าพบปลาออร์ฟิชขึ้นฝั่งก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้ง ทำให้เกิดตำนานเชื่อมโยงสัตว์ทะเลน้ำลึกกับภัยพิบัติ

แม้ทางวิทยาศาสตร์จะพยายามหาคำอธิบาย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตไกและมหาวิทยาลัยชิซูโอกะได้รวบรวมข้อมูลปลาน้ำลึก 336 กรณีตั้งแต่ปี 1928 ถึง 2011 และพบว่า มีเพียงแผ่นดินไหวในนีงาตะ ปี 2007 เท่านั้นที่อาจมีความสัมพันธ์กับการพบปลาเหล่านี้

ผลการวิจัยชี้ว่า ความเชื่อเกี่ยวกับปลาออร์ฟิชกับแผ่นดินไหวอาจเป็น “ความสัมพันธ์ลวงตา” เช่นเดียวกับความเชื่อเรื่องแมวดำนำโชคร้าย หรือฝันเห็นฟันหลุดแล้วญาติจะเสียชีวิต

ในประเทศไทยก็มีความเชื่อคล้ายกัน คือ “ปลาอานนท์” ในพุทธตำนานที่เชื่อว่าแบกโลกไว้ และเมื่อมันขยับตัว จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว ภาพของปลาอานนท์สามารถพบได้ในจิตรกรรมฝาผนังและศิลปะภายในวัดหลายแห่ง

งูทะเลและราชาแห่งปลาในตำนานโลกตะวันตก

งูทะเล

ในโลกตะวันตก ปลาออร์ฟิชปรากฏในรูปของ “งูทะเล” สิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายงูยักษ์หรือมังกร และปรากฏในตำนานของนักเดินเรือจากยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา

คำอธิบายเกี่ยวกับงูทะเลเหล่านี้มักตรงกับรูปร่างของปลาออร์ฟิชอย่างน่าประหลาด เช่น ลำตัวยาวเหมือนริบบิ้น ครีบที่พลิ้วไหวราวแผงคอ และสีสันที่เปล่งประกายเมื่อโดนแสง

ต่างจากญี่ปุ่นที่มองปลาออร์ฟิชเป็นลางร้าย ชาวตะวันตกกลับเชื่อว่า การปรากฏของปลาออร์ฟิชนำมาซึ่งความโชคดี โดยเฉพาะกับชาวประมง เพราะมันเป็น “ราชาแห่งปลาเฮอริ่ง” และมักนำไปสู่การจับปลาได้จำนวนมาก

ต้นกำเนิดชื่อและความเชื่อมโยงกับริวกิว

oarfish-legend

ชื่อ “ปลาออร์ฟิช” ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Ryūgū no tsukai” หมายถึง “ผู้ส่งสารจากปราสาทริวกู” ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิว (ปัจจุบันคือโอกินาว่า) ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับมังกรและเทพเจ้าแห่งทะเล มีทฤษฎีว่า วังใต้ทะเลตามตำนานอาจได้รับแรงบันดาลใจจากซากปรักหักพังใต้น้ำใกล้เกาะโยนากุนิ ในขณะที่วรรณกรรมญี่ปุ่นโบราณ เช่น Nihon Shoki (ค.ศ. 720) และ Wakan Sansun Zue (ค.ศ. 1712) กลับไม่กล่าวถึงปลาออร์ฟิชอย่างชัดเจน อาจเป็นเพราะความหายากและรูปลักษณ์ลึกลับของมัน ทำให้คนสมัยก่อนไม่รู้จะอธิบายมันว่าอย่างไร

ตำนานของปลาออร์ฟิชเป็นภาพสะท้อนของจินตนาการ มนุษยธรรม และความพยายามของมนุษย์ในการเข้าใจสิ่งที่เกินเอื้อม บางคนมองมันเป็นทูตจากโลกอื่น บ้างเห็นว่าเป็นลางร้าย หรือแม้กระทั่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล

แม้ปัจจุบันวิทยาศาสตร์จะไขความลับของปลาออร์ฟิชได้มากขึ้น แต่เสน่ห์ของมันในฐานะสัตว์ที่ดูลี้ลับและเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่า ยังไม่จางหายไปจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นและโลกแห่งตำนาน

สรุปเนื้อหาจาก : nyanitsuri.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...