โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนลดเป้าเศรษฐกิจไทยปี 68 เหลือกว่า 1.8% หั่นเป้าดัชนีหุ้นไทยลงต่ำอีกจากกว่า 1,320 จุดเหลือกว่า 1,230 จุด

BTimes

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 19.52 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในไตรมาสแรกของปี 2568 พบว่า นักวิเคราะห์ลดเป้า GDP และ SET Index สิ้นปี จากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับสมมติฐานหลักที่นักวิเคราะห์ใช้ประเมินการคาดการณ์ ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้ 68.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สมมติฐาน GDP ปี 68 รายที่ต่ำสุดที่ 1.4% สูงสุดที่ 2.4% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.87% ลดลงจากการประเมินเมื่อไตรมาสก่อน ซึ่งคาดการณ์ไว้เดิมที่ 2.56%

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี 2568 แบ่งเป็น ปัจจัยบวกที่มีผู้โหวตเกิน 50% มีเพียง 2 ปัจจัย คือ อัตราดอกเบี้ยในประเทศ ผู้ตอบแบบสำรวจ 90.91 % เทคะแนนให้อย่างชัดเจน ปัจจัยรองลงมา ผู้ตอบ 72.73% โหวตให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ส่วนปัจจัยลบ คือ ปัจจัยด้านการเมืองในประเทศ มีผู้ตอบ 100% ของ ผู้ตอบทั้งหมด รองลงมาเศรษฐกิจภายในประเทศ มีผู้ตอบ 85.71% ตามมาด้วย Fund Flows ไหลออก และปัจจัยขัดแย้งไทย-กัมพูชา มีผู้ตอบ 80.95% เท่ากันที่มองว่ามีผลกระทบในทางลบ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบอีก 3 ปัจจัยที่โหวตเกิน 50% คือ การเมืองโลก เศรษฐกิจโลก และผลประกอบการปี 68 ของ บจ.ไทย

ปัจจัยที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในไตรมาส 3 คือ การเมืองในประเทศ ตามมาด้วยผลการเจรจาเรื่องการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ส่วนคาดการณ์การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ในสิ้นปี 2568 นั้นมีความเห็นต่างกันพอสมควร โดยผู้ตอบร้อยละ 71 คาดว่าลดลงจากเดิมมาอยู่ที่ 1.50% และมีเพียงร้อยละ 29 มองว่าอาจลดลงมาที่ 1.25% โดยไม่มีผู้มองว่าอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นหรือคงที่ระดับเดิม

ด้านคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 2568 ของตลาดเฉลี่ยได้ที่ 85.43 บาท ปรับลดจากผลสำรวจครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่ 90.03 บาท ต่อหุ้น และคาดว่า EPS Growth ของปี 2568 เฉลี่ยอยู่ที่ 10.45% ทางด้านคาดการณ์ทิศทางหุ้นไทย คาดว่าจะปิดสิ้นไตรมาส 3 ที่ 1166 จุดและเมื่อมองตลอดปี จะแกว่งตัว ในกรอบ 1023 ถึง 1267 จุด โดยไปปิดสิ้นปี 2568 ที่ 1231 จุด

นักวิเคราะห์แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน แบ่งเป็น เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 11.50% กองทุนตราสารหนี้ 20.25% หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 33.50% หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 19% ทองคำหรือกองทุนทองคำ 10.55% และกองทุนอสังหาฯหรือ REIT 5.20% โดยความเห็นการลงทุนต่างประเทศ แนะนำกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ หรือกลุ่ม AI-Technology และ Selective Asia เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย เกาหลี

สำหรับในการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหมวดธุรกิจท่องเที่ยว การแพทย์ เทคโนโลยีและการสื่อสาร ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม พลังงานและปิโตรเคมี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...