โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์’ ปรับเกมสู้เศรษฐกิจโลก ปั้น 4 กลยุทธ์โตยั่งยืน ฝ่าพายุดอลลาร์อ่อน-เศรษฐกิจซบ

TODAY Bizview

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • workpointTODAY

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยและโลกยังเผชิญความผันผวนจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ (Global Markets Group) ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคง

ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนและเสริมศักยภาพลูกค้าไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[ เติบโตด้วยกลยุทธ์ 4 แกนหลัก ]

ในปี 2568 กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ มุ่งเน้นการเติบโตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:

1. ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้าน ESG: ด้วยความตระหนักถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน กรุงศรีได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับมิติ ESG อาทิ ESG-linked FX และ ESG-linked Interest Rate Derivatives

โดยในปี 2567 มูลค่าธุรกรรมรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ESG อยู่ที่ราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

2. ส่งเสริมการใช้สกุลเงินเกิดใหม่ (Emerging Currencies): ในยุคที่โลกการค้าเปลี่ยนไป การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมสกุลเงินต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น

ปีที่ผ่านมา กรุงศรีรองรับการใช้ AED และ MXN เพิ่มขึ้น ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องเติบโตถึง 10% สะท้อนถึงความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น

3. ขยายธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล: ด้วยพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลง FX@Krungsri มีอัตราเติบโตของจำนวนธุรกรรมสูงถึง 138% ในปี 2567 และเติบโตต่อเนื่องอีก 26% ในไตรมาสแรกปี 2568

นอกจากนี้ การพัฒนา FX API ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าระบบใหญ่สามารถเชื่อมต่อกับระบบธนาคารได้โดยตรง ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารเงินตราอย่างครบวงจร

4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: กรุงศรีไม่หยุดอยู่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม เช่น FX หรือ Interest Rate Derivatives แต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Bond Forward ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านตลาดและสภาพคล่องให้ลูกค้าได้อีกด้วย

[ ไตรมาสแรกยอดธุรกรรมโต 10% ]

ผลจากการดำเนินกลยุทธ์ทั้ง 4 ข้อ กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ รายงานว่าในไตรมาสแรกของปี 2568 ธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ สูงกว่าอัตราการเติบโตของการนำเข้าส่งออก (5.2%) และจีดีพี (3.1%) อย่างชัดเจน

‘ฮิโรทากะ คุโรกิ’ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับยุคสมัย

กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์

[ มุมมองตลาดครึ่งหลังปี 2568 ]

‘รุ่ง สงวนเรือง’ ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ กล่าวว่า เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์

โดยในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง ส่งผลให้สกุลเงินอื่นแข็งค่าตาม รวมถึงเงินบาทที่แข็งค่าราว 4.5%

แม้เงินทุนต่างชาติยังไม่ไหลเข้าสุทธิในไทย แต่การถือครองตราสารหนี้ระยะยาวสะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย

ถึงแม้จะมีแรงขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยบ้าง อันเป็นผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค

[ เตือนความเสี่ยงการคลังสหรัฐฯ ]

หนึ่งในปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ คือ ความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ ที่แตะระดับ 7% ของจีดีพี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก

ขณะเดียวกัน การแข่งขันของตราสารหนี้จากญี่ปุ่นและยุโรปที่ให้ความมั่นคงใกล้เคียงกัน เริ่มเบียดแย่งสภาพคล่องจากตลาดสหรัฐฯ

ตลาดจึงคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับเศรษฐกิจ โดยแต่ละครั้งคาดว่าจะลด 25 เบสิสพอยท์ (bps)

ทั้งนี้การลดดอกเบี้ยอาจถูกเร่งหากเศรษฐกิจชะลอตัวเร็วกว่าคาด

[ คาดบาทแข็งค่าในช่วงครึ่งหลัง ]

แม้เงินบาทจะแข็งค่าจากดอลลาร์อ่อน แต่แรงหนุนของค่าเงินบาทยังไม่ชัดเจน เนื่องจาก:

• เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัวในครึ่งหลัง

• การค้าโลกเข้าสู่ภาวะชะลอ

• ราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นสร้างแรงผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

• นักลงทุนต่างชาติยังไม่เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ

กรุงศรีประเมินว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.75 – 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงท้ายปี หาก Fed ลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด

[ แสงสลัวที่ปลายอุโมงค์ ]

แม้การท่องเที่ยวยังเป็นแรงขับเคลื่อน แต่แนวโน้มเริ่มชะลอตัว ผนวกกับปัจจัยการเมืองภายใน และผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ จะกดดันเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยลดลง สินค้านำเข้าจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาดไทย ขณะที่หนี้ครัวเรือนและโครงสร้างสังคมสูงวัยยังคงเป็นโจทย์ระยะยาว

คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประคองเศรษฐกิจโดยคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% ในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนจะพิจารณาลดลงอีก 0.25% หากภาพเศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง

[ ยั่งยืนด้วยมุมมองระยะยาว ]

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกและประเทศที่ยังเผชิญความไม่แน่นอน กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าด้วยยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์อนาคต

ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน ESG การเปิดรับสกุลเงินใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจ

ในระยะต่อไป ธนาคารจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็นคู่คิดทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าก้าวข้ามความไม่แน่นอน และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...