โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เดินตามความฝันไปกับ ‘ATLAS’ บอยแบนด์รุ่นใหม่ที่อยากเห็น T-POP ไปได้ไกลมากกว่าแค่ในประเทศ

The Momentum

อัพเดต 28 มิ.ย. 2565 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. • กิตตินันท์ วัฒนธิติกุล

In focus

  • ช่วง 1-2 ปีมานี้กระแสเพลงแนว T-POP กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เช่นเดียวกับกระแสของวงบอยแบนด์ โดย ‘ATLAS’ ก็เป็นหนึ่งในศิลปินประเภทดังกล่าว ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงเป็นอย่างดี หลังประกาศเดบิวต์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564
  • วง ATLAS ประกอบด้วยสมาชิก 7 คน คือ มิวอ้อน, เออร์วิน, แทด, ไนซ์, ภูมิ, เจ็ท และจูเนียร์ โดยทันทีที่ปล่อยซิงเกิลเปิดตัวอย่าง MAYDAY MAYDAY ตามมาด้วย Lolay (โลเล) ก็ได้รับการจับตามองมากกว่าเดิม เมื่อสามารถทำยอดวิวทะลุล้านภายในเวลาไม่นาน
  • ล่าสุดวงบอยแบนด์ ATLAS ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ต้อนรับความเหงาของฤดูฝน ในชื่อว่า ‘คุยแก้เหงา’ (Mr.Lonely) โดยที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นกับการเดินตามความฝันในฐานะศิลปิน T-POP ที่อยากเห็นตลาดเพลงป็อปของไทยโด่งดังไปทั่วโลก

หากย้อนกลับไปราวช่วงต้นทศวรรษ 2000 กระแสวง ‘บอยแบนด์’ และแนวเพลง ‘T-POP’ ในประเทศไทย ล้วนได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม ด้วยเอกลักษณ์ของตัวศิลปิน ท่าเต้นอันแปลกใหม่ และท่วงทำนองสุดฮิตติดหู ทว่าด้วยวัฏจักรความชอบของนักฟังที่มาเร็วไปเร็วจนน่าใจหาย ทำให้คลื่นความนิยมในตัวศิลปิน และแนวเพลงดังกล่าวซบเซาลงไปตามกาลเวลา ขณะที่กระแสของแนวเพลง K-POP กลับเข้ามาตีตลาดเพลงไทยแทนที่

อย่างไรก็ดี ตลอด 1-2 ปีมานี้ ดูเหมือนว่ากระแสความนิยมในแนวเพลง T-POP จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังค่ายเพลงอย่าง XOXO Entertainment ได้เปิดตัววงเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ 4EVE กระทั่งปลายปี 2021 นักฟังทั้งหลายจะได้รู้จักวงบอยแบนด์นามว่า ‘ATLAS’ (แอทลาส) ที่ประกอบด้วยเด็กหนุ่มศักยภาพเปี่ยมล้นและมีคาแรกเตอร์สุดโดดเด่นทั้งเจ็ดคน ได้แก่ มิวอ้อน, เออร์วิน, แทด, ไนซ์, ภูมิ, เจ็ท และจูเนียร์

“ในวันที่มืดมิดไม่มีแม้หนทาง Burnin like fire ส่องไปสุดทาง”

ไม่ช้าที่วงบอยแบนด์น้องใหม่วงนี้ทำการเปิดตัว พวกเขาก็ได้ส่งซิงเกิลทั้งแนว Hip Hop Dance Electronic อย่าง ‘MAYDAY MAYDAY’ มาเขย่าวงการ T-POP จนผู้ฟังสามารถรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่น ความกล้า และความเชื่อที่จะเดินตามทางความฝันของตัวเอง โดยมีผลลัพธ์เป็นจำนวนยอดวิวทะลุล้านวิวภายในไม่กี่อึดใจ พร้อมกับบรรดากลุ่มแฟนคลับที่คอยเอาใจเชียร์พวกเขาอยู่ตลอด

The Momentum มีโอกาสได้คุยกับวง ATLAS หลังพวกเขาปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุดที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศความเหงาท่ามกลางฤดูฝน ในชื่อเพลงว่า ‘คุยแก้เหงา’ (Mr.Lonely) รวมไปถึงเคล็ดลับความสำเร็จ เส้นทางศิลปินในฐานะบอยแบนด์น้องใหม่ และความฝันที่อยากจะเห็นวงการ T-POP โด่งดังมากกว่าแค่ในประเทศ

หมายเหตุ – บทสัมภาษณ์เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แทดและภูมิสมาชิกของวงอีก 2 ราย ยังคงกักตัวเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 จึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมพูดคุยได้

หลังจากเดบิวต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับของวงเป็นอย่างไรบ้าง

จูเนียร์:ก่อนอื่นต้องบอกว่ากระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ มีคนถูกใจแนวเพลงของวง ตอนนี้เราปล่อยเพลงออกมาทั้งหมด 3 ซิงเกิล คือ 1. MAYDAY MAYDAY 2. LOLAY (โลเล) และ 3. คุยแก้เหงา (Mr.Lonely) ซึ่งพวกเราตั้งใจที่จะเพลงออกมาหลายๆ แนวทาง ด้วยความที่เราเป็นวงน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ประมาณ 7 เดือน (7 ธันวาคม 2564) ก็เริ่มมีแฟนคลับสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น เวลาไปไหนมาไหนข้างนอกมีคนเข้ามาทักทายกัน

ไนซ์:ตอนแรกที่เริ่มเดบิวต์ พวกเรายังมีความรู้สึกที่ไม่มั่นใจอยู่บ้าง ต้องคอยปรับปรุงเทคนิคด้านการเต้น การร้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรามีชั่วโมงบินมากขึ้น ได้ขึ้นเวทีโชว์ ได้ออกกองถ่ายทำเอ็มวี เจอกล้องบ่อยๆ ยิ่งทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น และกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

เจ็ท: จากตอนแรกที่แทบไม่มีคนรู้จักเลย แต่ตอนนี้เรามีคนรู้จักมากขึ้น ถ้าหากถามว่ารู้สึกอย่างไร ก็ต้องบอกว่าเป็นความรู้สึกที่ดีครับ เมื่อเราทำชิ้นงานออกไปแล้วมีคนชื่นชอบ นั่นถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากจะทำเพลงกันต่อไปเรื่อยๆ และอยากที่จะให้แฟนคลับได้เห็นถึงพัฒนาการร้องการเต้นของวงต่อไป

ทราบมาว่าพวกคุณประสบความสำเร็จอย่างมากกับซิงเกิล Lolay (โลเล) ที่ยอดวิวทะลุ 4 ล้านภายในเดือนเดียว

จูเนียร์:ตอนนี้ทะลุ 5 ล้านแล้ว (หัวเราะ) ต้องขอขอบคุณผู้ฟังทุกคนที่ชื่นชอบ และแฟนคลับที่มีส่วนร่วมช่วยกันปั่นยอดวิวให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นกำลังใจให้เราเดินหน้าทำงานในเพลงอื่นต่อไป จริงๆ Lolay เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจพัฒนากันมาตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เดบิวต์ และสุดท้ายออกมามีหน้าตาเป็นแบบที่เราเห็น

เคล็ดลับความสำเร็จของพวกคุณคืออะไร ยิ่งเมื่อต้องทำงานเป็นทีมที่มีแต่สมาชิกรุ่นราวคราวเดียวกัน

จูเนียร์:จริงๆ เราดูแลกันเป็นแบบพี่น้อง เริ่มจากติดลบมาด้วยกัน เลยต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจ แก้ไขกันทีละจุด ช่วงแรกมันยากมากกับการที่เด็กผู้ชาย 7 คน ต้องมาอยู่รวมกัน ด้วยความที่แต่ละคนมีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่ต่างกันมากๆ เลยทำให้ต้องใช้เวลาปรับตัวมากขึ้น เราก็จะมีการเรียกทุกคนมานั่งคุย ถามไถ่ถึงฟีดแบ็กตรงไหนโอเคไม่โอเค เน้นพูดตรงๆ ใส่กัน ตรงไหนดี ตรงไหนไม่ดี ไม่จำเป็นต้องมานั่งเกรงใจว่าใครอายุเยอะกว่าน้อยกว่า อย่างทุกวันนี้ก็ยังพยายามแก้ไขกันอยู่

ไนซ์:ใน 7 คน มีคาแรกเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน เราไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นลีดเดอร์คอยนำ ดังนั้น การมีอยู่ของแต่ละคนจึงเหมือนการอุดช่องว่าง คอยช่วยเติมเต็มกันและกัน ทั้งในเรื่องซ้อมร้อง ซ้อมเต้น เราพยายามอยู่ดูแลกันเป็นแบบครอบครัว

เราซ้อมกันแทบจะทุกวันเลย ถ้ามีช่วงว่างจากการเรียนหรือหลังเลิกเรียนไม่ได้มีธุระที่ต้องไปทำต่อ เราก็จะนัดซ้อมกันเอง บางทีก็จะมีคุณครูเขามาเทรนให้

จูเนียร์:อย่างคนไหนที่เรียนจบไปแล้ว ช่วงกลางวันก็จะมีเรียนร้องเพลงเพิ่ม แล้วลองอัดเพลงที่ร้องมาลองให้เพื่อนฟัง เราอยากเป็นวงที่ก้าวไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ เพราะเรารู้สึกว่ายังเป็นวงหน้าใหม่

เออร์วิน:แต่ละคนต่างที่มากันมากๆ ครับ ยกตัวอย่าง ผมเป็นเด็กจากเชียงใหม่ พี่เจ็ทมาจากอังกฤษ พอต้องมารวมตัวกัน การต้องทลายกำแพงของตัวเอง เพื่อเปิดรับความเข้าใจเพื่อนในวงจึงเป็นสิ่งที่ยากมากๆ

มิวอ้อน: ช่วง 2-3 ปีแรกที่เราเจอกันอาจจะยังมีกำแพงกั้นระหว่างความเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ทำให้บางอย่างยังไม่กล้าที่จะพูดออกไป แต่พออยู่ด้วยกันมาค่อนข้างนาน รู้จักกันมากขึ้น เลยทำให้เรากล้าที่จะพูดออกไปมากกว่าตอนนั้น สามารถออกความคิดเห็นได้ตลอดโดยไม่มีใครสำคัญกว่าใคร นั่นคือสิ่งที่สำคัญของวงเราครับ (ยิ้ม)

แสดงว่าช่วงแรกที่รวมตัวมีอาการงอแงกันบ่อย

จูเนียร์:เกิดขึ้นบ่อยเลยครับ การงอแงเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายที่สนิทแล้วต้องมารวมตัวกัน เช่น วันนี้ไม่อยากซ้อมเลย วันนี้เหนื่อยขอไปดูหนังแทนได้ไหม ขอเล่นเกมก่อนแปปนึง ก็จะต้องคอยห้ามกัน เป็นสีสันตลกของแต่ละวัน

เราเคยมีช่วงเวลาที่เครียดไปแล้ว ทุ่มเทพลังไปกับงานจนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น เราต้องพยายามหาจุดผ่อนคลาย หาอย่างอื่นทำบ้าง เพื่อให้รู้สึกมีความสุขไปกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

แบ่งเวลาการเรียนและการซ้อมกันอย่างไร

มิวอ้อน: หลักๆ คือจะไม่นัดซ้อมตรงกับเวลาเรียน แน่นอนว่าเราต้องเรียนให้ครบทุกคาบอยู่แล้ว เพราะทางมหาวิทยาลัยก็มีกฎเกณฑ์ของเขา วงก็มีกฎเกณฑ์ของเรา พี่ๆ ในวงเลยพยายามช่วยแบ่งเวลาไม่ให้กฎเกณฑ์ของทั้งสองชนกัน ส่วนเวลาว่างก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการไปติวเพิ่มบ้าง

ผมรู้สึกว่าการเรียนเป็นหน้าที่ แต่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ผมรู้สึกว่าเป็นการลงมือทำตามความฝัน ดังนั้น ต้องยอมแลกกับความเหนื่อยบ้างครับเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

ไนซ์: เราจะไม่นัดซ้อมในวันที่น้องมีเรียน เพื่อให้เขาได้ใช้เวลาเต็มที่กับตรงนั้น แต่ก็อาจจะต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าบ้าง หลังเลิกเรียนต้องมาซ้อมต่อถึงดึกหากใกล้กับช่วงที่เรามีคิวงาน แต่น้องๆ เขาเก่ง ทำได้ตลอด

ล่าสุดพวกคุณเพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ที่ชื่อว่า‘คุยแก้เหงา’ (Mr.Lonely) ช่วยแนะนำหน่อยว่าซิงเกิลนี้มีความพิเศษอย่างไร

เออร์วิน: ถือเป็นเพลงแนวใหม่ที่ผมเชื่อว่าไม่เคยมีใครได้ฟังจาก ATLAS เพลงคุยแก้เหงา ทำให้เราได้โชว์ศักยภาพที่แตกต่างออกไป ให้แฟนเพลงได้รู้จักด้านการร้องของเรามากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ 2 เพลงก่อนหน้านี้ทั้ง MAYDAY MAYDAY และ LOLAY (โลเล) จะเป็นเพลงที่ค่อนข้างเร็ว และเน้นเต้นเสียส่วนใหญ่

จูเนียร์:อีกความพิเศษ คือเราได้พี่ URBOYTJ มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ตอนแรกก็กดดันอยู่ครับ (หัวเราะ) เราเคยโดนบรีฟมาจากวง 4EVE ว่าพี่เขาเป็นคนค่อนข้างฟิต แต่พอได้ทำงานร่วมกันจริงๆ บรรยากาศถือว่าผ่อนคลายและสนุกมาก ทำให้พวกเรากล้าปล่อยของกันเต็มที่ พี่ทีเจเขาก็จะคอยดูว่าเราเตรียมอะไรมา และช่วยแนะนำปรับเปลี่ยนการร้องให้เข้าที่

เจ็ท:หลังปล่อยออกมากระแสค่อนข้างดีครับ ถือเป็นซิงเกิลที่มาแรงที่สุด มากกว่า 2 เพลงแรก หากเทียบกับระยะเวลา 1 อาทิตย์ที่ปล่อยออกมา พวกเราก็แอบคาดหวังกันพอสมควร และคิดว่าหลายๆ คนน่าจะเขาถึงเนื้อหาความหมายของเพลงไม่ยาก ด้วยห้วงบรรยากาศความเหงาตอนนี้ บวกกับเพลงนี้เราพยายามโชว์ความสามารถด้านการร้อง จะได้ยินถึงน้ำเสียงของสมาชิกวงชัดเจนมากขึ้น

นิยามความเหงาของวง ATLAS คืออะไร

จูเนียร์: ความเหงาของตัวผมเอง คือการอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ ผมชอบการอยู่กันเป็นครอบครัว ชอบการกอด อยู่ว่างๆ ก็ชอบไปคลุกคลีกับพวกน้องๆ เวลานอนต้องมีคนนอนเตียงเดียวกัน อาจจะเพราะเราได้สิ่งนี้มาจากพี่สาวที่บ้าน เลยอยากนำความอบอุ่นตรงนี้ส่งมอบให้กับน้องชายในวงทั้ง 6 คน

เจ็ท:ยากนิดนึงนะ เพราะผมไม่ค่อยเหงา (หัวเราะ) แต่ความเหงาสำหรับผมที่นึกออกคงเป็นช่วงต้องกักตัว เพราะเราไม่สามารถออกไปทำงานหรือเจอเพื่อนได้

มิวอ้อน:สำหรับผม ความเหงาอาจจะเป็นเสียงมากกว่า ที่ไหนที่เงียบมากๆ แล้วเราอยู่คนเดียว มันชวนทำให้เรารู้สึกว่างเปล่า เวลาเหงาอยู่คนเดียวเลยต้องเปิดทีวี เปิดยูทูบ ให้มีเสียงอยู่กับเราตลอดเวลา

ไนซ์:นิยามความเหงาของผม คือความรู้สึกหนึ่งที่เราต้องการใครสักคนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ เข้ามาโต้ตอบ เข้ามาพูดคุยด้วย เพราะผมเป็นคนพูดเยอะ ฉะนั้น ถ้าไม่ได้พูดกับใครเลยก็จะเกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมา

เออร์วิน:คงเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง มีเวลาฟุ้งซ่านอยู่กับตัวเอง เพราะเราไม่มีใครให้คุยด้วย แต่นั่นเป็นจุดที่ทำให้เรานึกไอเดียการทำงานต่างๆ ออกมาได้ ผมเลยคิดว่าความเหงาแม้จะทำให้เราเจ็บปวด แต่ขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่ดีแฝงอยู่ในนั้น

ก่อนหน้านี้มีพูดถึงวง 4EVE ด้วย ทั้งสองวงสนิทกันมากน้อยแค่ไหน

ATLAS :มากๆ (หัวเราะ)

จูเนียร์:เราได้ร่วมงานกันหลายครั้งครับ เวลาไปซ้อมก็เจอกันบ่อย ได้พูดคุย ช่วยแนะนำการทำงาน มีเข้ามาเล่นกันบ้าง และทั้งสองวงก็มีพลังงานล้นเหลือยู่แล้ว เลยเหมือนเราได้แลกเปลี่ยนพลังงานตรงนั้นกัน

ด้วยกระแสแนวเพลง T-POP ในประเทศไทยที่กำลังมาแรง และมีวงต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย พวกคุณมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างต่อประเด็นนี้

จูเนียร์: ตื่นเต้นนะครับกับกระแสของแนวเพลง T-POP ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเรา และกำลังเติบโตก้าวขึ้นไปอีกขั้น พวกเราวง ATLAS ก็หวังจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้วงการ T-POP โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และทำให้ชาวต่างชาติรู้จักกับวัฒนธรรมประเทศไทยมากกว่าเดิม

ส่วนที่เห็นว่ามีวงบอยแบนด์ วงเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่เกิดขึ้นออกมาเยอะมากๆ ก็เป็นสิ่งที่ดีและสนุกครับ เวลาไปออกงานแล้วได้เจอวงใหม่ๆ รวมถึงได้เจอโปรดิวเซอร์ชื่อดัง เจอวงรุ่นพี่ที่เขาเป็นวงไอดอลเรา เลยเป็นความรู้สึกว่าเราได้รับพลังงานด้านบวกมาจากพวกเขาไปด้วย อนาคตก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน เราอยากที่จะเรียนรู้จากพวกเขาให้ได้มากที่สุดครับ

ไนซ์:ต้องบอกว่าศิลปินแนว T-POP ที่เพิ่งออกมา ทุกวงต่างมีแนวทางและคาแรกเตอร์ตัวตนชัดเจน ซึ่งทำให้คนจดจำภาพลักษณ์ของแนวเพลงนี้ได้มากขึ้นกว่าเก่า จนสามารถผลักดันวงการให้ไปถึงระดับเอเชียหรือระดับโลกได้

เจ็ท:อีกส่วนหนึ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนวงการ T-POP คือผู้ใหญ่หรือผู้จัดที่เขาจัดงาน จัดเวทีประกวดต่างๆ ให้แต่ละวงได้มีโอกาสขึ้นไปโชว์เพื่อแสดงศักยภาพ ตรงนั้นมีส่วนช่วยให้ผู้ฟังเห็นแนวทางความแตกต่างของแต่ละวง นอกเหนือไปจากที่เห็นกันแค่ภายในเอ็มวี ผมว่าตรงนี้สำคัญมากๆ

มิวอ้อน:ดีใจนะครับ อย่างตัวพวกเราก็พยายามวิ่งตามความฝันที่จะได้เป็นศิลปิน อยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น พอมาเห็นกลุ่มคนที่เขาวิ่งตามความฝันเหมือนเราก็รู้สึกเข้าใจมากๆ และอย่างมีส่วนช่วยซัพพอร์ตพวกเขาอีกแรง

กดดันไหมกับการต้องเดินตามรอยความสำเร็จที่รุ่นพี่หลายวงทำเอาไว้ก่อนหน้า

เออร์วิน: ผมว่าไม่เสมอไป เพราะแต่ละวงก็มีเอกลักษณ์ มีแนวทางเป็นของตัวเอง เราก็สามารถดึงศักยภาพของตัวพวกเราเองให้ผู้ฟังรับรู้ และจำได้ว่าเราเป็นใคร ผมเลยคิดว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องเดินตามทางคนอื่นตลอดเวลา

มิวอ้อน: ผมรู้สึกว่าสิ่งที่รุ่นพี่ทำมาเราไม่จำเป็นต้องเดินตามเสมอไป เพียงแต่เรามองเป็นมาตรฐาน ที่ทำให้เราอยากพัฒนาให้ดีกว่านั้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ และทำให้วงการ T-POP เจริญเติบโตกว่าเดิม

ส่วนใหญ่คนคิดถึงวงบอยแบนด์มักจะนึกถึงประเทศเกาหลี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

จูเนียร์: ส่วนตัวไม่น่าแปลกใจเท่าไรครับ ทาง K-POP เขามีมาก่อนสักพักแล้ว และฐานของเขาก็แข็งแรงมากๆ แต่ขณะเดียวกัน T-POP ของไทยเราก็กำลังก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ ถามว่าการร้อง การเต้น จะต้องเป็นสไตล์เดียวกับทางเกาหลีเลยหรือเปล่า ตรงนั้นผมว่าไม่ใช่ เพราะนั่นเป็นถือแนวทางเดียวกันของศิลปินทั่วโลกอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น T-POP, K-POP หรือ J-POP ก็ตาม การเป็นวงบอยแบนด์มีหลายประเทศที่ทำ

ในเมื่อศิลปินถือเป็นผู้ผลักดันกระแส Soft Power ฉะนั้น พวกคุณอยากให้กระแสวงการเพลง T-POP สนับสนุนตรงจุดใดบ้าง

ไนซ์: คำว่า T-POP ถือเป็นตัวแทนของทุกคนในประเทศ เราสามารถเป็นกระบอกเสียงที่จะพูดแทนคนอื่นได้ ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะช่วยกันผลักดัน

จูเนียร์: ผมมองว่าเราเป็นส่วนเล็กๆ ที่จะแสดงความรู้สึก กล้าที่จะแสดงความคิดของเราออกไป และกล้าที่จะพูดเรื่องตรงนี้มากกว่า ทั้งผ่านโซเชียลฯ ผ่านบทเพลง ผ่านภาพยนตร์ เหมือนที่ศิลปินหลายๆ ท่านเคยทำมาก่อน ก็หวังว่าพวกเราจะมีส่วนช่วยผลักดันตรงนั้นได้ด้วย

ATLAS มองเป้าหมายในอนาคตต่อจากนี้อย่างไร

จูเนียร์: เราไม่ได้วางแผนว่าเราจะต้องโด่งดังถึงจุดใด หรือต้องมีแฟนคลับมากขึ้นขนาดไหน ทุกวันนี้เราพยายามรีเช็กกันตลอดว่าเรายังมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ไหม การที่เราได้ขึ้นไปโชว์บนเวทียังสนุกอยู่ไหม แล้วเราได้แจกความสุขไปถึงคนดูหรือเปล่าเราต้องการแค่นั้น เพราะนี่เป็นเป้าหมายที่ทำให้เราตั้งวงขึ้นมา

อยากบอกอะไรถึงเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเดินตามรอยเข้าสู่วงการ T-POP บ้าง

เออร์วิน:ทำเลยครับ ตราบใดที่เราทำแล้วมีความสุข ยิ่งมีวงที่เดบิวต์ออกมาใหม่มากเท่าไร ก็ย่อมเป็นผลดีต่อวงการ และช่วยให้วัฒนธรรม T-POP มีรากฐานที่แข็งแรงและเป็นของเราจริงๆ เพราะฉะนั้น ถ้ามีความฝันก็เดินตามให้สำเร็จเลยครับ ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่กำลังทำแบบนั้นอยู่

แฟนเพลงจะได้เห็นอัลบั้มเต็มของพวกคุณเมื่อไร

จูเนียร์:ภายในปีนี้ครับ แฟนเพลงจะได้เห็นอัลบั้มแรกของพวกเราวง ATLAS ที่ภายในอัลบั้มจะรวมทุกเพลงเอาไว้ พร้อมกับชุดอัลบั้มภาพถ่าย ก็หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบกัน ส่วนคอนเสิร์ตต่างๆ สามารถติดตามได้ทางออฟฟิเชียลของพวกเราทุกช่องทาง ถ้ามากกว่านี้ทางค่ายจะหาว่าผมสปอยก่อน (หัวเราะ)

ไนซ์:สำหรับคนไหนที่ยังไม่รู้จักพวกเรา ก็อยากให้ลองเข้ามาฟังผลงานดู พวกเราหวังว่าผู้ฟังจะได้ความสุขกันกลับไป และได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันวงการ T-POP

Fact Box

  • วงบอยแบนด์ ATLAS ทั้งเจ็ด ได้แก่

1. ‘มิวอ้อน’ - ณณณ นามปีติ

2. ‘เออร์วิน’ - ศุภกฤต เพนนอร์ส

3. ‘แทด’ - ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์

4. ‘ไนซ์’ - วิชญ์พล สมคิด

5. ‘ภูมิ’ - เดชาธร วรรณวานิชกุล

6. ‘เจ็ท’ - ภัทร์ไพบูลย์ โอภาสสุวรรณ

7. ‘จูเนียร์’ - นภัทร โอสายไทย

โดยพื้นเพของสมาชิกในวงส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ ขอนแก่น และเชียงใหม่

  • ATLAS เป็นศิลปินลำดับที่ 2 ในสังกัดของค่าย XOXO Entertainment ต่อจากวงเกิร์ลกรุ๊ป 4EVE โดยก่อนหน้านี้สมาชิกทั้งเจ็ดคน เคยรู้จักกันมาก่อนในฐานะศิลปินฝึกหัดของค่าย 4NOLOGUE
  • ชื่อวง ATLAS สามารถตีความได้ 2 แบบ คือเทพไททันที่แบกโลกไว้ และอีกความหมายคือแผนที่ อันเปรียบเสมือนการเป็นนักสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ ทั่วทั้งจักรวาล โดยแฟนคลับของวงยังมีชื่อเรียกว่า A-Lis ที่ภาษาลาตินมีความหมายว่าปีก ดังนั้นแฟนคลับจึงเปรียบเสมือนปีกที่จะพาวงไปโลดแล่นผจญภัยในทุกๆ ที่
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...