“ดีอี” ผนึกเครือข่ายต้านพนัน เดินหน้า 4 แนวทาง ยกระดับสกัดพนันออนไลน์
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ว่า กระทรวงดีอีเตรียมยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ โดยมุ่งเน้นการลดการเข้าถึงเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูลและเบาะแส
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการลดโอกาสเข้าถึงเว็บไซต์พนัน และการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ซึ่งกระทรวงดีอีจะนำข้อเสนอจากเครือข่ายภาคประชาชนไปประกอบการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับแนวทางดำเนินงานร่วมกับภาคประชาสังคม แบ่งออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเปิดช่องทางให้ประชาชนและเยาวชนแจ้งข้อมูล เบาะแส หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการพนันออนไลน์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
ด้านที่สอง คือการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากประชาชน พร้อมประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น TikTok และ Meta เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการเฝ้าระวัง และส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ด้านที่สาม กระทรวงดีอีจะประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการ Search Engine เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในการลดการเข้าถึงเว็บไซต์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ผ่านช่องทางการค้นหา
ขณะที่ด้านที่สี่ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และนักศึกษา รวมถึงยกระดับความปลอดภัยในการใช้สื่อสังคมออนไลน์
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงดีอีได้ใช้มาตรการระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย รวมถึงเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ โดยอาศัยทั้งข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและมาตรการเชิงรุกของกระทรวง ซึ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการตรวจสอบและค้นหาเว็บไซต์พนัน
ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 ถึง ก.ย.2569 มีคำสั่งศาลให้ปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์แล้วรวม 835,207 รายการ แบ่งเป็นข้อมูลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงดีอี 749,546 รายการ และข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 85,661 รายการ
นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังได้ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อปิดกั้นเพิ่มเติมอีก 109,868 รายการ ส่งผลให้ยอดรวมการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อยู่ที่ 945,075 รายการ
นายไชยชนกกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์และเว็บไซต์ผิดกฎหมายไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และประชาชน โดยข้อมูลและเบาะแสที่ได้รับจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบเฝ้าระวัง และสนับสนุนการดำเนินมาตรการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น