โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘สหรัฐ-ไทย’เริ่มปฏิบัติการค้นหา‘นักบินมะกัน’สูญหาย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่2

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 มี.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ผ่าน 77 ปี!‘รัฐบาลสหรัฐ’ส่งหน่วย DPAA ร่วมไทย เปิดภารกิจค้นหานักบินรบอเมริกันที่สูญหายระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่‘บ้านแม่กัวะ ลำปาง’ อุปทูตเผยเป็นพันธสัญญาต้องพาทหารทุกนายกลับบ้าน

3 มีนาคม 2565 ที่บ้านแม่กัวะ ต.แม่กัวะ อ.สบปราบ จ.ลำปาง นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในการปฏิบัติการร่วมกับทางการไทย เพื่อค้นหานักบินอเมริกันที่สูญหายระหว่างการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากพบหลักฐานเบาะแสที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีเครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ รุ่น P-38 ตกในพื้นที่ทุ่งหน้าบ้านแม่กัวะ เมื่อราวๆ 77 ปีก่อน

ทั้งนี้ เชื่อว่านักบินคนดังกล่าวพร้อมด้วยเครื่องบิน P-38 ตกใกล้กับบ้านแม่กัวะ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เชี่ยวชาญ 9 คนจากสำนักงานค้นหาเชลยศึกและผู้สูญหาย (DPAA) สำนักงานใหญ่ในฮาวาย กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เดินทางมาเพื่อร่วมปฏิบัติการค้นหา โดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนบ้านแม่กัวะ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ไมเคิล ฮีธ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ฌอน โอนีลล์ และพันเอก อลงกต ดอนมูล ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่และพบกับคณะค้นหา อีกทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มดังกล่าว ตลอดจนร่วมในปฏิบัติการค้นหาด้วย

สำหรับเบาะแสที่ทำให้เชื่อได้ว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่เครื่องบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯตก เป็นคำบอกเล่าของหญิงสูงวัยชาวบ้านแม่กัวะ อายุ 98 ปี ที่จำเหตุการณ์วันที่เครื่องบินตกได้ซึ่งขณะนั้นหญิงสูงวัยคนดังกล่าวอายุ 21 ปี และในพื้นที่ดังกล่าวจากการบอกเล่าของชาวบ้าน มีการพบชิ้นส่วนเครื่องบินรบในบริเวณดังกล่าว สำหรับนักบินประจำเครื่องบินลำนี้ชาวบ้านพูดตรงกันว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ไม่แน่ชัดว่ามีการฝังหรือเผาร่างนักบินรายนี้

ปฏิบัติการในครั้งนี้ ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านแม่กัวะ และเจ้าของพื้นที่นาดังกล่าว ในการขุดค้นหา มีการตั้งฐานปฏิบัติการ และจ้างชาวบ้านในพื้นที่บ้านแม่กัวะ จำนวน 30 คน เข้ามาช่วยทำภารกิจในครั้งนี้ หลังจากเริ่มขุดค้นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ทางพันตรีไบรอันดับเบิลยู.สมิท ได้ขุดพบชิ้นส่วนที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องรบ P-38 โดยสิ่งที่ยืนยันว่าเป็นชื้นส่วนของเครื่องบิน คือตัวหนังสือที่สลักบนชิ้นส่วนระบุว่าผลิตในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ทราบว่าเป็นชิ้นส่วนใดในเครื่องบิน

อุปทูตฮีธ กล่าวว่า แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 70 ปีแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังคงดำเนินการเพื่อนำทหารทุกนายของเรากลับบ้าน ภารกิจด้านมนุษยธรรมนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ในนามของสหรัฐฯ และประชาชนอเมริกัน ผมขอขอบคุณสมาชิกชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตลอดจนรัฐบาลไทยที่ช่วยเราปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญและทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับชาติของเรา

ด้าน พ.ต. ไบรอัน ดับเบิลยู. สมิท หัวหน้าคณะค้นหา กล่าวว่า เป้าหมายของเราที่นี่คือการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด และสื่อสารกับครอบครัวของผู้สูญหายอย่างเปิดเผย ขอขอบคุณเจ้าภาพชาวไทยที่ช่วยเรานำทหารของเรากลับสู่มาตุภูมิ

ทั้งนี้ ทหารอเมริกันประมาณ 81,600 คน ยังคงสูญหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในอดีต รัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งมั่นหาข้อมูลของผู้สูญหายอย่างเต็มความสามารถเพื่อนำพวกเขากลับสู่มาตุภูมิและครอบครัว ภารกิจนี้เป็นปฏิบัติการนำตัวผู้สูญหายกลับสู่มาตุภูมิที่สำคัญครั้งแรกในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2550 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561

สำนักงาน DPAA ได้รับข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับการพบเครื่องบินที่สูญหายไปของสหรัฐฯ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองจำนวน 3 ลำในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานเครื่องบินที่สูญหายในพื้นที่ ความสูญเสียแต่ละเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทหารอเมริกันที่ยังคงสูญหายอยู่ ภารกิจนี้เกิดขึ้นได้จากการค้นคว้าโดยละเอียดของนักประวัติศาสตร์และอาสาสมัครทั้งจากไทยและสหรัฐฯ ตลอดจนใช้ข้อมูลที่ได้จากบันทึกของผู้เห็นเหตุการณ์

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...