โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ของดีมีคุณภาพ! 'ครกบ้านกลาง' ปั้นด้วยดินเหนียวผสมทรายแม่น้ำโขง ออเดอร์แน่นตลอดปี

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านกลาง หมู่ 1 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นอีกหมู่บ้านที่น่าสนใจแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาจากโรคโควิดระบาด จึงส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้า แต่สำหรับชาวบ้านกลางถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากมีอาชีพหลัก นอกจากการทำนา ยังมีการต่อยอดนำภูมิปัญญาท้องถิ่น จากวิถีชีวิตขุดดินปั้นครกใช้ในครัวเรือน ต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพในการขุดดินปั้นครกขายมายาวนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดปีละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท จากการปั้นครกส่งขายทั่วประเทศ

โดยชาวบ้านกลางไม่น้อยกว่า 50 หลังคาเรือน จะใช้เวลาว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา หันมาขุดดินในพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้านที่ติดกับลำห้วย ซึ่งมีความได้เปรียบกว่าที่อื่น ตรงที่บ้านกลางมีดินคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับนำมาปั้นครก โดยไม่ต้องมีส่วนผสม เพียงใช้ดินธรรมชาติที่ขุดมาได้ ผ่านขบวนการตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้าน ปั้นขึ้นรูปเป็นครก ตากลมจนแห้งแล้วเข้าเตาเผา ครั้งละ 1,800-2,000 ใบ โดยจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่ขนาดของเตา ใช้เวลา 4 คืน 3 วัน ก่อนนำออกส่งขาย สร้างรายได้มหาศาล ที่สำคัญชุมชนปั้นครกบ้านกลาง เป็นหมู่บ้านได้ชื่อว่าผลิตครกคุณภาพดีที่สุดในไทย ส่งออกขายไปทั่วประเทศ บางครอบครัวสามารถสร้างรายได้เดือนละนับแสนบาท

นายสุนทร ชื่นชม อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านกลาง ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน ประธานเครือข่ายเครื่องปั้นดินเผา เปิดเผยว่าชาวชุมชนบ้านกลาง ถือเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจสำคัญของ จ.นครพนม เนื่องจากมีรายได้จากการปั้นครกส่งขายทั่วประเทศ โดยนำอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน สืบทอดจากบรรพบุรุษมากว่า 100 ปี ผู้นำเข้ามาเป็นคนแรกคือพ่อเฒ่าไห พื้นเพเป็นคนมาจาก จ.อุบลราชธานี ที่มีวิชาปั้นโอ่งเป็นพื้นฐาน ประจวบกับหนองน้ำมีดินที่เหมาะแก่การปั้นโอ่ง จึงปั้นโอ่งไว้รองรับน้ำในฤดูฝน ภายหลังพ่อเฒ่าไหทดลองมาปั้นครก ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี ก่อนจะเผยแพร่ความรู้ให้กับคนในหมู่บ้าน

เริ่มจากการทดลองปั้นใช้ในครัวจนประสบความสำเร็จ กลายเป็นที่ต้องการของตลาด จึงปั้นส่งขายจนมีชื่อเสียง เนื่องจากเป็นครกที่ดีมีคุณภาพ เพราะมีปัจจัยพื้นฐาน คือวัตถุดิบเรื่องดิน ที่ขุดมาจากท้ายหมู่บ้าน เป็นดินที่มีคุณภาพเหมาะกับการปั้นครกที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ไม่ต้องมีส่วนผสม

“ในอดีตชาวบ้านจะใช้วิธีการปั้นแบบภูมิปัญญาชาวบ้านคือใช้มือหมุน คนหนึ่งหมุนอีกคนขึ้นรูป จนมีการพัฒนาใช้เครื่องทุ่นแรง ทำให้สามารถปั้นได้จำนวนมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยแต่ละวันถ้าใช้มือจะปั้นได้วันละ 40-50 ใบ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นเครื่องหมุนไฟฟ้า และมีแบบพิมพ์เข้ามาช่วย ทำให้ปั้นครกได้จำนวนมากขึ้นถึงวันละ 150 ใบ” นายสุนทร กล่าว

ด้าน นายสุรศักดิ์ สุวรรณะ อายุ 62 ปี สมาชิกเครือข่ายปั้นครกบ้านกลาง เปิดเผยว่า รับช่วงจากพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ญาติพี่น้องรวมทั้งในครอบครัวตน ต่างยึดอาชีพปั้นครกกันทั้งนั้น เคยเอาครกจากจังหวัดอื่นมาเปรียบเทียบก็พบว่าคุณภาพจะไม่สู้ของชุมชนบ้านกลาง ความพิเศษอยู่ตรงดินที่นำมาปั้น จังหวัดอื่นก็มีดินลักษณะใกล้เคียงกัน แต่จะมีเศษหินปนเยอะ ต่างจากดินที่นี่มีหินน้อยถึงไม่มีเลย เวลาขุดจึงต้องใช้แรงคนเพื่อช่วยคัดเอาหินออก ถ้าใช้แบ็คโฮขุดจบเลย

ส่วนขนาดครกจะมี 5 ขนาด คือ 1.จัมโบ้ ราคาส่ง 150 บาท 2.ใหญ่ 55 บาท 3.กลาง 38 บาท 4.เล็ก 33 บาท และ 5.จิ๋ว 28 บาท ออเดอร์มีสั่งเข้ามาทุกวัน จากพ่อค้าในทุกภูมิภาค ภาคอีสานจะมาจากจังหวัด อุบลราชธานี,ขอนแก่น,ร้อยเอ็ด,มหาสารคาม ฯลฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะหน้าฝนต้องสั่งจองล่วงหน้านับเดือน เนื่องจากสภาพอากาศถ้าฝนชุกการตากครกจะแห้งช้า ส่วนหน้าแล้งไม่มีปัญหา

สำหรับขั้นตอนการปั้นไม่ยุ่งยากใช้ความชำนาญตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำดินที่ขุดได้ท้ายหมู่บ้าน หรือซื้อจากชาวบ้านด้วยกัน คิวละประมาณ 350 บาท ปั้นได้ประมาณ 80 -100 ใบแล้วแต่ขนาด ที่สำคัญต้องใช้คนขุดห้ามใช้เครื่องจักร เพราะใช้แรงคนเขาจะคัดก้อนหินที่ปะปนมาออกให้ ก่อนจะนำดินมาทุบแช่น้ำบ่มให้เกิดความนุ่ม ประมาณ 1-2 คืน และนำมานวดด้วยมือให้ละเอียด หรือเข้าเครื่องบดอักออกมาเป็นแท่ง นำไปแบ่งเป็นส่วนลักษณะเป็นแท่งยาวเพื่อสะดวกในการปั้นขึ้นรูป

เริ่มจากฐานครกไปจนถึงปากครก พอเก็บรายละเอียดขึ้นรูปสำเร็จ ต้องนำครกไปตากแห้งโดยธรรมชาติ ประมาณ 4-5 วัน ก่อนที่จะเข้าเตาเผา แล้วนำออกมาพร้อมขาย ซึ่งต้องมีความชำนาญพอสมควร และเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ปัจจุบันยังได้มีการสืบทอดให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ไม่ให้อาชีพปั้นครกสูญหาย

ปัจจุบันชาวบ้านมีอาชีพปั้นครกกว่า 50 ครัวเรือน โดยตั้งเป็นกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านกลาง ภายหลังได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีโดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ละปีมีรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท เพราะมีตลาดต้องการไม่อั้น เนื่องจากเป็นครกที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากดินมีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับปั้นครก

โดยครกที่ผลิตจากบ้านกลาง มีจุดสังเกตดังนี้เอามือลูบจะสะดุดมือเป็นเนื้อหยาบ ผิวไม่เรียบเหมือนที่อื่น เนื่องจากแหล่งที่มาของดินมีทรายปน ปัจจุบันนำทรายในแม่น้ำโขงซึ่งมีแร่เหล็กปะปนมาผสม ทำให้ครกมีความแกร่งเพิ่มมากขึ้น เวลาเคาะจะมีเสียงกังวานคล้ายเสียงระฆัง ที่ผลิตอื่นเคยลองเอาทรายแม่น้ำโขงไปผสมก็ไม่ได้ผล แต่ทรายดังกล่าวกลับเข้ากับดินบ้านกลางได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้จึงไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ หากใครสนใจศึกษาดูงาน หรือสั่งซื้อสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082 198 5767

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...