มายด์ ปลื้ม ทางบ้านรัก เพ็ชร แง้มอยากอุ้มหลาน ตรวจสุขภาพแล้ว รอขอแต่ง
มายด์ ปลื้ม ทางบ้านรัก เพ็ชร แง้มอยากอุ้มหลาน ตรวจสุขภาพแล้ว เหลือแค่รอโมเมนต์ขอแต่ง
เป็นคู่รักที่ลงตัว ครอบครัวเริ่มคุยเรื่องงานแต่ง เหลือแค่รอโมเมนต์คุกเข่า สำหรับคู่รักดารา มายด์ ฑาริกา อินสุวรรณ์ และ เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์ ที่วางแพลนอนาคตร่วมกัน หลังครอบครัวบอกอยากอุ้มหลาน
ล่าสุด มายด์-เพ็ชร ได้ให้สัมภาษณ์ในงานบวงสรวงละคร ปิ่นอนงค์ ที่ กันตนา รัชดา ถึงเรื่องดังกล่าว
แต่งเลยไหม? เพ็ชร : “ใจเย็น (ยิ้ม) นี่งานบวงสรวงนะ ไม่ใช่งานมงคลสมรส ตื่นเต้นนะเนี่ย อยู่ๆ ก็ลากดึงเข้ามาถ่าย แต่สัมภาษณ์คู่"
วันนี้ไม่ได้มาในฐานะนักแสดง? เพ็ชร : “ผมมาในฐานะคนขับรถครับ และผู้จัดการ"
มาเฝ้าสุดที่รักหรือเปล่า? เพ็ชร : “เรียกว่ามาเฝ้าก็ได้ ดูแลน้องเขา"
ได้บอดี้การ์ดส่วนตัวรู้สึกยังไงบ้าง? มายด์ : “วีไอพีมากเลยค่ะ เพราะว่าดูแลดีมาก เรียกได้ว่าหาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว (หัวเราะ) อวยกันไปอวยกันมา งงมาก ถ้าคิวเขาว่างเขาก็จะมาซัพพอร์ตเรา อย่างถ้ามายด์ว่าง วันไหนที่เขาเหนื่อย เราก็จะขับรถแทนบ้าง"
ว่างปุ๊บมาเฝ้าปั๊บ? เพ็ชร : “ว่างปุ๊บมาปั๊บนะ มาคอยดูแลน้องเขา คือเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพครับ น้องเขาเป็นคนที่ขับรถนานๆ ไม่ค่อยได้ สายตาน้องเขาไม่ค่อยดี หลายอย่างครับสุขภาพ คือเขาหนืด อากาศไม่ค่อยเลี้ยงสมอง เวลาเจออากาศร้อนๆ ก็จะคอยเอายาดมมาให้เขาตลอด"
พ่อแม่ฝากฝัง? เพ็ชร : “คือเป็นหน้าที่ของเราครับ ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่เขาอยู่ชลบุรี น้องอยู่กรุงเทพฯคนเดียว เราฐานะผู้ชายคอยซัพพอร์ต คอยดูแลน้องเขาอยู่แล้วเป็นหน้าที่”
น้องเคยเป็นลม? มายด์ : “เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดเมื่อวาน คือโลเกชั่นหนาวมาก ด้วยความที่เราตื่นเช้า พักผ่อนน้อยมันก็เลยตัวร้อน เราก็ซึม เขาก็พุ่งมาดูว่าเราเป็นอะไรในจังหวะที่ว่างๆ เขาก็มาช่วยดูว่าเอาน้ำมั้ย สดชื่นๆ เอาผลไม้มั้ย"
เขาจะอยู่ในสายตาเราตลอด? เพ็ชร : “คือเราจะคอยสังเกตเขาก่อนว่าเขาอาการเป็นยังไง เหนื่อยมั้ย วูบหรือเปล่า เราจะคอยเอาน้ำเย็นๆ ไปให้เขา ผลไม้ด้วย แต่ถ้าต่างคนต่างทำงานก็แยกย้ายกันไป อย่างตัวเพ็ชรเอง ถ้าไม่ว่างเพ็ชรก็ไปทำงาน แต่ถ้ามายด์ว่างเขาก็มานั่งข้างๆ เพราะเราเป็นคนที่ขับรถ ทำงานทุกวัน เป็นคนที่ชอบหลับในตลอดครับ"
คือต่างคนต่างห่วง? เพ็ชร : “ถามว่าตัวติดกันมั้ยก็ประมาณหนึ่ง ทำงานก็แยกกัน (ช่วงโปรหรือเปล่า?) อันนี้ไม่สามารถบอกได้ คือเราทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เราเสมอต้นเสมอปลาย เราไม่อยากว่าเป็นช่วงโปรดีกว่า”
ได้ยินว่าแอบไปคุยกับคุณแม่ของฝ่ายหญิง? มายด์ : “เม้าธ์หน่อยว่าที่บ้านรักเขามาก รักมากจนแบบบางทีพ่อแม่ก็จะดุว่าเราไปดุเขามากมั้ย ทำไมถึงดูเหมือนลุกลน เหมือนกลัวเรา ที่บ้านก็จะคอยถามมายด์ไปดุเขาหรือเปล่า คือคนที่บ้านจะค่อนข้างเทคแคร์เขาดีมาก มายด์อิจฉาเลยจริงๆ เพราะเอ็นดูมาก ถือว่าเป็นลูกรักอีกคน แล้วเขาเป็นคนที่ดูแลพ่อแม่มายด์ดีมาก ทำให้ผู้ใหญ่เขาไว้วางใจในส่วนหนึ่งด้วย”
มีแซวบ้างไหม? เพ็ชร : “ก็มีแซวๆ ครับว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้ม อายุก็มากๆ กันแล้ว ทางครอบครัวน้องมายด์คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่สาวก็แซวว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้ม"
มีโอกาสพาสองครอบครัวไปคุยในเรื่องนี้? เพ็ชร : “รอจังหวะดีๆ อยู่ครับ รอฤกษ์ดีๆ ว่ามีโอกาสได้พบปะ ไปกินข้าวคุยกันเรื่องนี้จริงๆ จังๆ"
อีกนานไหม? เพ็ชร : “ประมาณหนึ่ง ใช้เวลาสักพักเพราะการแต่งงานของเราทั้งคู่เป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องที่ตัดสินชีวิตของเราสองคนด้วย
มายด์ : “เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง
กี่ปีดีที่จะวางแพลนใช้ชีวิตคู่? เพ็ชร : “เราวางไม่ได้ เราจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ประคองกันไปเรื่อยๆ ถามว่าพร้อมมั้ยก็พร้อมประมาณหนึ่งแต่ต้องรอเคลียร์งานทุกอย่างให้มันเสร็จก่อน น้องมายด์เขาก็มีงานเยอะ มันยังไม่ลงตัวถ้าเกิดสมมติมีหลานให้พ่อแม่ขึ้นมา น้องมายด์ค่อนข้างที่จะลำบาก เราก็เป็นห่วงด้วย เราทำงานหนักก็ยิ่งรีบกลับบ้าน เพราะยิ่งน้องเขาเมื่อยหลัง ปวดหลัง อุ้มท้องมันจะยุ่งยาก”
คิดถึงชุดเจ้าสาวหรือยัง? มายด์ : “ยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น แต่ก็มีปรึกษาคุณหมอไว้บ้างแล้วค่ะ มีไปตรวจไว้บ้างแล้ว สุขภาพของเราสองคนคือโอเค แข็งแรงดี"
ตอนนี้รอโมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงาน? มายด์ : “มายด์ยังมองว่ามันอยู่ในช่วงเวลาที่เราต่างคนยังสามารถทำงานได้เต็มที่ประมาณหนึ่ง ถ้ามันถึงเวลาที่รู้สึกว่าพร้อมมากขึ้นเมื่อไหร่ อย่างตัวมายด์ก็รู้สึกว่ายังมีงานเรื่อยๆ อยากที่จะทำงานอยู่ ยังมีไฟในเรื่องนี้อยู่ ก็เลยอยากที่จะทำงานก่อน”
ต้องแต่งตัวสวยออกจากบ้านทุกวัน เพราะก็แอบลุ้น? มายด์ : “มายด์ไม่ค่อยคิดถึงโมเมนต์นั้นเลยนะ ก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่เซอร์ไพรส์ไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว คือสบตารู้เลย ว่าคิดอะไรอยู่
เพ็ชร : คือเขาเป็นคนที่เก่งทุกเรื่องรู้หมดเราคิดอะไร เราพูดอะไร เราซ่อนอะไรเขารู้หมด เราไม่สามารถที่จะเซอร์ไพรส์เขาได้ทุกเรื่อง”
มายด์ : “ใช่ มายด์ก็เลยไม่ได้คาดหวังในเรื่องพวกนี้มากค่ะ ก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งเราก็คงไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรกันขนาดนั้น แต่ว่าถ้าถึงเวลาก็ให้มันเป็นเวลาไป”
เขาเป็นคนโรแมนติก? มายด์ : “ไม่ค่อยค่ะ เป็นคนที่จะทำอะไรให้ตรงๆ ตลอดเวลา”
ถ้าเขาพร้อมคุกเข่าก็เซย์เยส? มายด์ : “ปรึกษากันก่อน (ยิ้ม) ยังขอเวลากันอีกสักหน่อย (ขอไว้ก่อนเดี๋ยวฤกษ์ตามมาทีหลัง?) ก็คุยกันบ้างแล้ว”
ต้องเตรียมแหวนเตรียมเรือนหอ? เพ็ชร : “เตรียมด้วยกันเนี่ยแหละครับ คุยกัน ไม่ได้เป็นทางการอะไรมาก คือช่วยกันวางแพลน ช่วยกันเตรียมการทุกอย่าง แม้กระทั่งบ้านเรือนหอที่สวน ค่อยๆ สร้างครับ คือทำไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ไปไหน เป็นทรัพย์สินของเราสองคน ลูกด้วย"
ล่าสุดเพ็ชรถอดเสื้อทำสวน? มายด์ : “เขาขยันมากค่ะ คือไม่ได้กลัวแดด แต่เราก็จะคอยบอกเขาเสมอว่าให้ทากันแดดนะ กินวิตามินนะ อย่าลืมที่จะบำรุงร่างกาย เพราะเราก็ยังทำงานที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตา เราก็เลยต้องกำชับเขา มันเป็นอีกความเป็นห่วงหนึ่งที่ต้องคอยบอกเขา เตือนเขา ดูแลเขาค่ะ”
รู้สึกโชคดีที่สุดในชีวิตที่เจอผู้ชายแบบเขา? มายด์ : “รู้สึกว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีคนหนึ่งที่เจอคนที่เขามีความรักดีๆ ให้เราเต็มที่ขนาดนี้”
เพ็ชร : “เราโชคดีมากกว่าได้เจอน้องเขา ถ้าไม่เจอน้องมายด์เพ็ชรก็ไม่ได้อยู่ทุกวันนี้ ด้วยความคิดเราเปลี่ยนไปมากในการใช้ชีวิต การคิดเรารอบครอบขึ้น มีสติขึ้น ขับรถเมื่อก่อนขับเร็วมาก โดนน้องมายด์ตลอด พี่ๆ ตื่นๆ ไวมากครับ จะคอยซัพพอร์ตเราทุกเรื่องเลย ต้องขอบคุณน้องเขาด้วย”
เป็นคู่รักที่ค่อนข้างเปิดเผย? เพ็ชร : “ขอบคุณแฟนคลับทั้งสองฝ่ายรวมไปถึงทุกคนเลยที่ติดตามเรา ถึงแม้ว่าคู่เราไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ก็หวาน ความรักเรามาจากความจริงใจล้วนๆ เราทำสวน เราติดดิน เรียบง่าย เขาก็รักในตัวตนของเราสองคน เราอยากให้เขาคิดอย่างนี้ไปนานๆ และมีผลงานให้เขาไปเรื่อยๆ ครับ"