โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สุริยุปราคา คราสเต็มดวงยาวนาน 4 นาที ยันไม่เกี่ยวพายุสุริยะ ไม่เกิดอันตราย

Khaosod

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 05.46 น.

“สุริยุปราคา” หรือ "สุริยคราส" นับเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อดวงจันทร์อยู่ตำแหน่งตรงกลางบดบังดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลกในองศาที่ตรงกันก็จะเห็นเป็นเงาบังโดยรอบ

ล่าสุด NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์อธิบายถึงการเกิดสุริยุปราคา เต็มดวง พร้อมอธิบาย ยืนยัน ว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับ พายุสุริยะ โพสต์ระบุว่า "วันที่ 8 เมษายนนี้ เตรียมพบกับ #สุริยุปราคาเต็มดวง และยังไม่มีรายงานถึงพายุสุริยะในวันดังกล่าว

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ มีข้อมูลที่แชร์กันอย่างล้นหลามผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นคลิปเตือนภัยว่า NASA ได้ออกมาประกาศว่าในวันที่ 8 เมษายน 2567 จะเกิดพายุสุริยะขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบกับโลก ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง แท้จริงแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานถึงพายุสุริยะในวันดังกล่าว และ #ปรากฏการณ์สุริยุปราคา #ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเกิดพายุสุริยะ

จากข้อมูลในเว็บไซต์ NOAA (National Oceanic and AtmosphericAdministration) https://www.noaa.gov/ ของ NASA ที่ใช้สำหรับแจ้งเตือน และเฝ้าระวังภัยจากพายุสุริยะ ยังไม่มีการกล่าวถึง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดพายุสุริยะในวันที่ 8 เมษายน 2567 แต่อย่างใด

ล่าสุดมีเพียงข้อมูลการเตือนภัยในช่วงวันที่ 23-24 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาเท่านั้น เกี่ยวกับการเกิดพายุสุริยะ ระดับ G4 ที่มาถึงโลกในวันที่ 24 มีนาคม นับว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างหาได้ยาก อาจเรียกได้ว่าเป็นพายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

พายุสุริยะนั้น เกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยมวล (Coronal Mass Ejections: CME) ซึ่งเป็นอนุภาคมีประจุ พุ่งไปในอวกาศ เมื่ออนุภาคมีประจุเหล่านี้มาเยือนยังโลก อาจเกิดการรบกวนต่อการทำงานของดาวเทียม เช่น GPS และนักบินอวกาศที่อยู่นอกสถานีอวกาศอาจจะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พายุสุริยะที่รุนแรงสามารถเบี่ยงสนามแม่เหล็กของโลก ก่อให้เกิดการรบกวนต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าบนโลกโดยเฉพาะในละติจูดสูง ๆ ได้ และจะเป็นช่วงที่เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้ หรือออโรรา ให้เห็นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งพายุสุริยะในระดับ G4 ที่ผ่านมาในวันที่ 24 มีนาคมนั้น #ไม่ได้เกิดอันตราย หรือรบกวนต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ บนพื้นโลกแต่อย่างใด มีเพียงรายงานไฟฟ้าขัดข้องในบางพื้นที่ของประเทศแคนาดา และการพบแสงออโรราที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่แถบขั้วโลกเพียงเท่านั้น เนื่องจากสนามแม่เหล็ก และชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของโลก จะสามารถป้องกันอนุภาค และรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์เอาไว้ได้นั่นเอง

ปกติแล้วดวงอาทิตย์มีการปลดปล่อยพลังงานซึ่งเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ และจะปลดปล่อยพลังงานมากขึ้น ในช่วง Solar Maximum ของวัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) ที่กำลังจะมาถึงในปี 2567 นี้ อย่างไรก็ตาม วัฏจักรสุริยะ (Solar Cycle) เป็นเพียงช่วงความถี่ที่จะพบกับจุดบนดวงอาทิตย์ (Sunspot)

รวมถึงพายุสุริยะในระดับต่าง ๆ เท่านั้นเอง และไม่ส่งผลต่อการปลดปล่อยพลังงาน หรือปริมาณแสงอาทิตย์แต่อย่างใด และปกติแล้วในช่วงที่ดวงอาทิตย์ใกล้เข้าสู่ “Solar Maximum” จะมีการแจ้งเตือนถึงพฤติกรรมบนดวงอาทิตย์ที่บ่อยครั้งกว่าปกติ อาจส่งผลให้มีการคาดการณ์ถึงการเกิดอันตรายบนโลกได้

สำหรับข่าวที่มีการแชร์ในช่วงนี้ คาดว่าเป็นการนำเอาข่าวเตือนภัยพายุสุริยะในครั้งก่อน ๆ มาบวกกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ซึ่งในขณะที่พายุสุริยะนั้นเกิดขึ้นมาจากพื้นผิวของดวงอาทิตย์ แต่สุริยุปราคานั้นเกิดขึ้นจากการที่ดวงจันทร์บังเอิญโคจรมาบดบังดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ทั้งสองนี้จึง #ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

และสำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 8 เมษายน 2567 เป็นสุริยุปราคาที่สามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และแคนาดา คราสเต็มดวงอาจยาวนานถึง 4 นาที อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่สามารถสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ แต่สามารถรับชมไลฟ์ปรากฏการณ์ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:42 - 03:52 น. (ตามเวลาประเทศไทย)"

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุริยุปราคา คราสเต็มดวงยาวนาน 4 นาที ยันไม่เกี่ยวพายุสุริยะ ไม่เกิดอันตราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...