เผชิญภัยวันสิ้นโลกในนิยาย
ข้อมูลเบื้องต้น
จะเป็นยังไงต่อไปเมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนแบบไม่ทันรู้ตัว รอบกายมีแต่พวกซอมบี้เต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่อันตราย แล้วเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้หรือไหม?
เยี่ยหมิงเฉิน
เซียวหลียาง
เก๋ออวิน
Episode 1
ฉันมีชื่อว่าเซียวเหมยมีอายุสิบหกปีไม่มีนามสกุลเพราะฉันเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน และฉันก็โหยหาความรักของครอบครัวมาโดยตลอด แต่มันก็ไม่มีสำหรับฉันหรอก ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองหูเป่ย อยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ที่ชานเมือง ฉันเป็นนักเรียนมัธยมปีที่สามแล้วอีกหน่อยก็จะได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วล่ะ ฉันมีงานอดิเรกก็คือการเขียนนิยาย นิยายที่มาจากการจินตนาการของฉันเอง…
หล้า~หล้า~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในจังหวะเพลงสบายๆ หญิงสาวจึงละความสนใจจากการเขียนเนื้อเรื่องหันไปคว้ามือถือมาดูว่าใครกันที่เป็นคนโทรมา เธอจึงยิ้มอ่อนเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมาหา เพราะนั้นก็คือเพื่อนรักของเธอไงหล่ะ
" ฮัลโหล ว่าไง มีอะไรเหรออิงอิง ฉันกำลังยุ่งอยู่นะ "
เธอพูดกับคนในปลายสายและแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างไม่จริงจังนัก ใครบอกให้เพื่อนตัวน้อยโทรมาหาตอนนี้หล่ะคนกำลังเขียนนิยายนะ เดี๋ยวก็ลืมบทกันพอดี แต่ก็…คิดถึงเหมือนกัน
" อะไรกันเซียวเหมย! ฉันอุตส่าห์คิดถึงเธอนะ "
เพื่อนตัวน้อยอิงอิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์โกรธปนน้อยใจ
" เหอะ… ก็ได้ๆ ไม่แกล้งแล้วฉันทำอะไรเธอไม่ได้เลยจริงๆ อยากคุยอะไรหล่ะ ฉันกำลังเขียนบทที่เพิ่งจะนึกออกนะ เธอไม่เข้าใจฉันหรอกอิงอิง " เธอพูดออกไปอย่างเพลียจิต ก็รู้หรอกว่าเพื่อนเป็นห่วง
" ฉันขอโทษนะ นะ นะ เธอควรจะพักบ้างสิเหมย หรือ มาเที่ยวกับพวกเราบ้างก็ได้เธอทำให้พวกเราเป็นห่วงนะเหมย "
" ขอบใจนะจ๊ะที่เป็นห่วง แต่ตอนนี้ฉันต้องเขียนให้จบก่อน มันเหลือไม่กี่บทเองนะอีกเดี๋ยวก็จะจบแล้วหล่ะ เธอเองก็กำลังรออ่านฉากจบของนิยายเรื่องนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ? "
เซียวเหมยพูดลากยาว เธอก็อยากจะพักแล้วเหมือนกันแต่อีกใจก็อยากจะเขียนให้มันจบไว้ๆ เหมือนกันนี้น่าทำยังได้
" ฮึ่ม มันก็ใช่ที่ฉันกำลังรออ่านฉากจบ ชิ! เธอก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย โอเคๆ แต่เธออย่าลืมนอนพักบ้างหล่ะ ฉันนี้อดกังวลแทนเธอไม่ได้เลยจริงๆ เอาละฉันต้องไปขึ้นเครื่องแล้วเดี๋ยวจะโทรไปหาถ้าไปถึงแล้ว "
คนในปลายสายพูดบ่นยืดยาวจนเธอฟังไปยิ้มไปกับความเป็นห่วงของเพื่อนคนนี้ เธอจึงพูดว่า
" จ้าๆ คุณเพื่อนที่รักรู้แล้วน่า~งั้นก็แค่นี้ก่อนนะขอให้ทริปนี้ไปเที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ "
เมื่อวางมือถือลง เธอก็ถอนหายใจยาวอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า
เฮ้อ… โชคดีที่ไม่ได้ลืมเนื้อเรื่อง มาเริ่มเขียนต่อดีกว่า ที่นี่แหละฉันจะต้องเขียนเรื่องนี้ให้จบให้ได้เลย!
ห้าว~ ง่วงชะมัดเลยอ่ะนี้ฉันอดหลับอดนอนมากี่วันแล้วละเนี่ย มึนหัวชะมัดเลย ….
ตึง! ตึง!
ตึก! ตึก!
แฮ่! แฮ่!
" กรี๊ด!! ช่วยด้วย! อย่าทิ้งฉัน! อย่า- "
อืม…เสียงของใครนะทำไมมากรี๊ดร้องเสียงดังลั่นภายในบ้านของฉันได้เนี่ย อาลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในห้องเช้า เดียว เดี๋ยวก่อน ฉันจำได้ว่าไม่ได้เปิดประตูทิ้งเอาไว้นี้น่า…
คิ้วเรียวขมวดมุ่น เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดออกช้าๆ แต่ว่าเมื่อต้องแสงกะทันหันก็ต้องปิดลง แต่เมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นรอบๆ ตัว เธอจึงจำเป็นต้องลืมตาขึ้นมามอง แต่เธอก็ต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่เธอได้เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ไกล
เห้ย! นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น ฉัน ฉันจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งเขียนนิยายอยู่ในห้องเช้าไม่ใช่เหรอ!? ใช่แล้วเธอฟุบหลับบนโต๊ะหนังสือที่เขียนไม่ใช่เหรอ? แล้วนี้มันอะไรกัน! ซอมบี้กินคนพวกนี้มันมาจากไหน! หรือว่าเธอกำลังฝันอยู่? เธอรู้สึกสับสนมึนงงไปหมดแล้ว ยืนคิดได้ไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเสียงดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของเธอ
" นี้เธอ! รีบหนีเร็วเข้า จะยืนให้พวกมันทำร้ายรึไง! เร็วเข้า! " พูดเสร็จก็รีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
อ อะไรกัน!
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าวิ่งและเสียงกรี๊ดร้องทำให้เธอได้สติกลับมา ใบหน้าของเซียวเหมยซีดขาวเมื่อหันไปเห็นซอมบี้ฝูงหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาทางที่เธอกำลังนั่งอยู่ นะ หนีเธอต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้!
ด้วยสัญชาติญาณของความกลัวทำให้เธอต้องลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเท้าของเธอขยับออกตัววิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วมาราธอน ทั้งๆ ที่เธอนั้นไม่เคยวิ่งเร็วในระยะไกลขนาดนี้มาก่อนเลย! ฮือฮือ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย! อะลืมไปว่าเธอไม่มีพ่อแม่นิ! ฮือฮือฮือ ทำไมชีวิตของฉันมันถึงบัดซบเฮ้งซวยได้ขนาดนี่! ทำไมต้องมาเจอเรื่องประหลาดๆอะไรแบบนี้ด้วย เธอวิ่งไปร้องให้ไปตลอดทาง ไม่รู้ว่าเธอวิ่งหนีฝูงซอมบี้ฝูงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยแทบจะตายอยู่แล้ว! แต่เธอก็ไม่สามารถหยุดวิ่งได้ ถ้าหยุดวิ่งละก็เธอต้องกลายมาเป็นอาหารของพวกมันแน่ๆ เมื่อเธอกำลังจะวิ่งผ่านประตูของโรงแรมแห่งหนึ่ง จูๆ ประตูรั่วอันเล็กก็เปิดออกอย่างฉับพลันแล้วมีมือหนาของผู้ชายคนหนึ่งเอื้อมมากระชากแขนซ้ายของเธอจนเซ้ถลาเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เมื่อเธอกำลังจะกรี๊ดร้องด้วยความกลัวก็ถูกปิดปากด้วยมือหนาๆ นั้นซะก่อน
กรี๊ด! อุบ
มับ!
ปัง!
" ชู้ว…ใจเย็นๆ คุณ! ผมไม่ใช่ซอมบี้ไม่ต้องกลัว "
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้เธอต้องหุบปากเงียบเสียงลง เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวสงบลงแล้วเขาจึงยอมปลอยมือออกจากปากของเธอ และมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อว่าเธออาจจะถูกพวกซอมบี้กัดมาเขาจะได้จัดการเธอเสีย
เซียวเหมยรีบก้าวถอยหลังไปสองก้าวเมื่อชายตรงหน้าปล่อยมือออกจากปากของเธอแล้ว
" ค คุณคิดจะทำอะไรคะ " เธอเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อผู้ชายตรงหน้าจ้องมองเธอตาไม่กระพริบและมองสำรวจตัวของเธอขึ้นลง
" เธอถูกพวกมันกัดมารึเปล่า? "
เมื่อเขาเอ่ยถามเธอมาแบบนั้น เธอจึงรีบสายหน้าและมองสำรวจตัวเองทันทีทำให้รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงนอนสีขาวและรองเท้าแตะเหมือนเดิม เธอจึงรู้ว่าไม่ได้ทะลุมิติมาสิงร่างของคนอื่นเหมือนในนิยายที่เธอเคยเขียนแน่ๆ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
" เฮ้ ผมถามคุณอยู่นะหรือว่าคุณถูกซอมบี้กัดมา! "
พูดจบชายหนุ่มก็ยกปืนในมือที่ถืออยู่ขึ้นมาจอศีรษะของเธอทันที จนทำให้เซียวเหมยหน้าซีดรีบโบกไม้โบกมือพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัว
" ม ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นน่ะ! ฉันไม่ได้ถูกกัด จริงๆ นะคะ ค คุณ อย่า อย่ายิงฉันนะ อึก! "
เธอรู้สึกกลัวจนตัวของเธอสั่นไปหมดแล้ว นี้มันปืนเลยน่ะ! แหละมันก็ไม่ใช่ของปลอมอีกด้วยแต่มันเป็นปืนของจริง! เขามองประเมินเธอก่อนจะเอ่ยถามเธออีกครั้ง
" แน่ใจน่ะ " หญิงสาวพยักหน้าระรั่วร้าวกับไก่จิกข้าวสาร ทำให้ชายหนุ่มลดปืนในมือลง เมื่อแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวตัวเล็กคนนี้ไม่ได้ถูซอมบี้กัดจึงเดินไปสังเกตุการณ์ด้านนอกผ่านช่องว่างประตูของโรงแรมตอนนี้มีซอบบี้เดินไปมาอยู่มากมายกว่าเดิม สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้วในตอนนี้ เขาต้องหาหนทางออกไปจากที่นี้ให้ได้โดยเร็วแล้วติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ทหารแห่งชาติ
เธอแอบมองผู้ชายคนนั้นเงียบๆ เมื่อเห็นว่าเขาละออกมาจากประตูรั่วแล้วเดินมาทางนี้จึงเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา
" คุณ คือ คือว่าคุณรู้ไหมคะว่าที่นี้คือเมืองอะไร? " เขาขมวดคิ้วงุ่นงง เอ๋… คำถามของเธอแปลกเหรอ? ทำไมต้องมองมาที่เธอเหมือนคนโง่ด้วยล่ะ
" คุณไม่ใช่คนในเมืองนี้เหรอครับถึงได้ไม่รู้ว่าเมืองนี้ชื่ออะไร? แล้วคุณมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่รู้ว่าที่นี้คือที่ไหน แล้วคุณเดินทางมาที่นี้ได้ยังไงกันในเมื่อไม่รู้จักชื่อเมืองแบบนี้? "
นั้นนะสิเธอมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง เธอเองยังไม่รู้เลยแต่ก็ต้องแถ้ไปก่อนเพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์อันเลวร้ายแบบนี้
" คือว่า…ตอนนั้นฉันตื่นขึ้นมาก็อยู่ในรถตู้สีดำคันหนึ่งพอเปิดประตูออกมาก็เห็นคนประหลาดเหล่านั้นเดินไปมาและวิ่งกัดคนไปทั่วฉันกลัวมากเลยวิ่งหนีออกมาจนมาเจอกับคุณที่นี้ ฮึก ฉะ ฉันกลัวมากฮึก "
เขาหรีตาลงและพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถูกจับตัวมางั้นเหรอ?
" อา คุณไม่ต้องร้อง ตอนนี้คุณก็ปลอดภัยแล้ว ที่นี้คือใจกลางเมืองกวางโจวสถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก คุณอาศัยอยู่ในโรงแรมนี้ไปก่อนก็แล้วกัน คุณก็ขึ้นไปหาห้องพักที่ชั้นสองได้เลยนะครับ ส่วนชั้นสามมีพวกซอมบี้อยู่หามขึ้นไปเด็ดขาด " เซียวเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ
Episode 2
" ฉันเข้าใจแล้ว ค คือว่า ขอบคุณนะคะที่คุณช่วยฉันเอาไว้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับตัวอะไรบ้าง "
เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสลด เพราะเธอรู้จักโลกในหนังสือที่เธอได้ปั้นแต่งขึ้นมาดีกว่าใครก็น่ะเธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือนี้! ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามันก็จะเหลวร้ายมากกว่านี้อีกหลายเท่า!
" มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณอยู่ในนี้ตลอดผมรับรองความปลอดภัยของคุณได้ประมาณหนึ่ง "
พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? เหอะ เหอะ เธอละถึงกับคำพูดของผู้ชายคนนี้จริงๆ หมายความว่าถ้าเธอเดินออกจากโรงแรมนี้ไปเธอก็ไม่ได้อยู่ในการควบคุ้มหรือปกป้องจากเขา ฉันแปลคำพูดของเขาได้หรอก ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย
" ยะ อย่างนั้นเหรอ ฉัน ฉันเข้าใจแล้ว เออ…คือว่าพวกเรายังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลย ฉันเซียวเหมย ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณตำรวจ " ที่เธอรู้ว่าเขาเป็นตำรวจเพราะดูเสื้อผ้าที่เขาใส่ตอนนี้ยังไงล่ะ
อา…นี้เขาจะบอกชื่อตัวเองกับฉันรึเปล่าดูสิหน้าตาเย็นชาขนาดนี้ ถ้าเขายิ้มสักหน่อยหัวใจของเธอคงจะวายแน่ๆ อืม…แค่ทำหน้านิ่งๆ ก็หล่อมากขนาดนี้แล้ว
" ผม เยี่ยหมิงเฉิน " ห่ะ! อะไรนะ! นี้ นี้ผู้ชายคนนี้คือ…พระเอกผู้น่าสงสารคนนั้นนะเหรอ!เธอจำชื่อได้แม่นเลยเขาคือพระเอกที่ปรากฏตัวออกมาคนแรก คนโง่ที่เธอเขียนให้เขาเข้าไปช่วยเหลือนางเอกโดยไม่คิดจะสนว่าตัวเองจะต้องตายหรือเปล่า? ผู้ชายที่น่าสงสารคนนั้นตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ในตอนนี้…
" เออ…ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปพักก่อนนะคะ ขอบคุณคุณอีกครั้งที่ได้ช่วยฉันเอาไว้ "
พูดเสร็จเธอก็ก้มโค้งขอบคุณแล้วจึงเดินไปทางบันไดเพื่อขึ้นไปพักที่ชั้นสอง ไม่นึกเลยว่าเธอจะได้มาเจอกับตัวละครพระเอกคนแรกในนิยายที่เธอได้แต่งขึ้นมาแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาได้เจอกับนางเอกหรือยัง? แต่เธอคิดว่าคงจะยังไม่เจอแน่นอนเพราะนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นของโรคระบาดในกลางเมืองของกวางโจวสินะ
ดวงตาคมจ้องมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของเซียวเหมยจนเธอขึ้นบันไดไปแล้วเขาจึงหันไปส่องประตูดูอีกครั้งแล้วคิดในใจ
' เมื่อกี้สายตาของเธอ…มีแต่ความสงสารและเห็นใจ? เพราะอะไร? ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้เลยน่ะแล้วทำไหมถึง…'
ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองเหลวร้ายมากขึ้นไปทุกที ตามถนน ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารที่พักก็เต็มไปด้วยซอมบี้ บางคนพยายามลบซ่อนตัวเองให้มิดชิด ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังเคลือบคลานเข้ามาในจิตใจของพวกเขา ไม่รู้ว่าพวกเขาจะอยู่รอดไปได้อีกนานแค่ไหน…
ณ บ้านหลังเล็กตรงตรอกคับแคบแห่งหนึ่งภายในเมือง
เพี๊ยะ!
" แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกกู! ออกไป! ออกไปจากบ้านกูเดียวนี้! " เสียงตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยวของชายวัยกลางคนดังลั่นบ้านหลังเล็กแห่งหนึ่ง จนทำให้พวกตัวประหลาดที่อยู่แถวนั้นหันมาสนใจเสียงของเขาทันทีพวกมันหันมามองตามเสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในที่แห่งนี้ และร้องคำรามออกมาด้วยความหิว!
คว๊ากก!
แฮ่!
แฮ่!
" พ่อ…ผมเป็นลูกของพ่อเหมือนกันน่ะ! พ่อเคยมองผมเป็นลูกของพ่อบ้างหรือเปล่า? ทำไม ทำไมผมต้องผิดทุกครั้งทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรเผิดลยสักอย่างเนี่ยน่ะ! "
เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังและเสียใจ ทำไม่พ่อถึงเกลียดเขากับแม่! พวกเขาแม่ลูกทำผิดอะไร? ความรักความอบอุ่นของพ่อ เขาไม่เคยได้รับจากพ่อคนนี้เลยสักครั้ง ตั้งแต่เล็กจนโต จนกระทั่งแม่ของเขาเสียชีวิตไป พ่อก็พาผู้หญิงและเด็กผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิตของพวกเรา
" แกไม่ใช่ลูกกูตั้งแต่แรกแล้ว! แม่ของแกท้องกับไอ้ผู้ชายที่ไหนไม่รู้และมาให้ฉันรับผิดชอบแทนหึ! แกรีบไปเก็บข้าวของของแกแล้วออกไปจากบ้านของกูเดี๋ยวนี้! "
อะไรนะ! นี้เขาไม่ใช่ลูกของผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือ แล้วทำไมแม่ไม่เคยบอกเขาในเรื่องนี้เลยล่ะ…เขาลุกขึ้นเดินออกไปทางประตูอย่างเมอลอยโดยไม่ขึ้นไปเก็บของอะไรมาสักอย่างจากบ้านหลังนี้ เพราะมันก็ไม่ใช่ของๆ เขามาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ ต่อให้ขึ้นไปก็ไม่มีอะไรให้เก็บอยู่ดี
' หึ! ในที่สุดบ้านและที่ดินตรงนี้ก็เป็นของฉันกับแม่ แกคิดว่าตัวเองจะเอาตัวรอดจากโลกภายนอกนั้นหรือไง! ตลกสิ้นดีกูจะค่อยดูว่ามึงจะรอดไปถึงเมื่อไหร่ หึ! '
แฮ่!
แฮ่!
" หืม นั้นมันเสียงอะไรอยู่ด้านนอก " อยู่ๆ ก็มีเสียงประลาดๆ ดังขึ้นอยู่นอกประตูบ้าน
" พ่อ พ่อครับ! ม มีคนเยอะมากอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเรา! "
" อะไรน่ะ! คนมันมาจากไหน! เหลวไหล! พ่อจะออกไปไล่พวกมันเอง ลูกเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ในห้องก่อน " ใครกันที่กล้ามาก่อกวนถึงหน้าบ้านเขาขนาดนี้!
" ครับพ่อ พ่อระวังตัวด้วย " พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองทันทีอย่างคนขี่ขลาดตาขาว
แกร๊ก
แฮ่! แฮ่!
อ่ะเฮ้ย! นี้มันอะไรกัน! ทำไมบนตัวของคนพวกนี้ถึงมีแต่เลือดเต็มตัวไปหมดแบบนี้ล่ะ! ไม่ได้การแล้ว หรือว่าพวกมันจะเป็นฆาตกร
" เฮ้ย! พวกแกอย่าเข้ามาเชียวน่ะ! ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!ฉันจะแจ้งตำรวจถ้าพวกแกเข้ามา! ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไม่ได้ยินหรือไง เห้ย! อะ โอ้ย! " เขาผลักชายแก่ที่อยู่ตรงหน้าออก สีตาของชายคนนี้ขาวขุ่นมัวจนไม่เห็นสีดำในแววตาของเขา แต่ว่าเมื่อเขายืนมือออกไปคิดจะผลักคนตรงหน้า ชายแก่คนนั้นก็คว้าจับมือของเขาไว้และกัดอย่างแรงจนเลือดออก
" โอ๊ย!! มือฉัน "
แฮ่!
แฮ่!
อ๊าก! ข แขนฉัน! ไม่ ไม่นะ! น นี้มันไม่ใช่คนแล้ว!
" โอ้ยย ช ช่วยด้วย อ อาลาง ช่วยพ่อด้ว- "
ซอมบี้มากมายกรู่เข้ามากัดทึ่งชายวัยกลางจนเขาสิ้นใจไป มีซอมบี้อีกมากมายแหเข้ามาในบ้านหลังน้อยแห่งนี้เพราะกลิ่นเลือด!
ณ โรงแรมเติ๋งจั่ว
เซียวเหมยเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องหมายเลขสามและปิดประตูแล้วก็ล็อกไว้อย่างแน่นหนา เธอมองสำรวจรอบๆ ภายในห้องนี้จนแน่ใจว่ามันไม่มีตัวอะไรแปลกปลอมอาศัยอยู่ในนี้เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างโลงอก ไม่นึกเลยว่าเธอจะต้องเข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนแบบนี้ เรื่อง รักโรแมนติกในวันสิ้นโลก นี้แต่งขึ้นมาจากการจินตนาการของเธอเองล้วนๆเลย ในเรื่องนี้จะมีอุปสรรคมากมายให้พวกพระเอกและนางเอกได้ฝ่าฝัน แต่… แล้วทำไมต้องมีฉันเข้ามาอยู่ในเรื่องนี้ด้วยล่ะ! เธอไม่ได้ตายแล้วมาสิ่งร่างของคนอื่น แต่กลับทะลุมิติเข้ามาในนิยายทั้งตัวและจิตวิญาณ! เห้อ ช่างซวยจริงๆ ทำไมฉันต้องมาตกระกรรมลำบากแบบนี้ด้วย ฮือฮือ ไม่ได้ๆ ฉันต้องตั้งสติ ในเมื่อฉันได้เข้ามาอยู่ในโลกนิยายแห่งนี้แล้วเธอก็ต้องเอาชีวิตรอดจากโลกวิบัติแห่งนี้ไปให้ได้ ฉันต้องว่างแผนให้ดีแล้วล่ะ แต่เธอไม่มีแรงไปต่อสู้กับซอมบี้แน่ๆ แต่ว่า พวกพระเอกนางเอกจะมีพลังในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้นา ใช่แล้วถ้าเธอมีพลังเหมือนกับพวกเข้าล่ะ ไม่ได้การเธอต้องรีบเก็บรวบรวมผนึกหินในสมองของซอมบี้ให้ได้เยอะๆ ซะแล้ว แต่ก่อนอื่นต้องหาคนมาช่วยถึงจะทำสำเร็จได้…
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอจึงเดินไปส่องมองที่ตาแมวที่ติดในช่องบนของประตูดู จึงรู้ว่าคนที่มาเคาะประตูห้องคือเยี่ยหมิงเฉิน
แอด~
" คุณ…มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่าคะ " ชายหนุ่มพยักหน้าและ ให้เธอเดินตามเขาไปที่ห้องโถงที่เป็นพื้นที่ของห้องอาหารในโรงแรม เมื่อนั่งลงเรียบรอยเธอจึงเอ่ยถามเขาอีกครั้ง
" คุณมีอะไรที่อยากจะให้ฉันช่วยเหรอคะ "
" ผมอยากจะให้คุณตามไปกับผมถ้าคุณอยู่คนเดียวที่นี้ผมคิดว่ามันอาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับคุณที่จะอยู่ที่นี้เพียงลำพังในโรงแรมแห่งนี้ ผมจะออกไปสำรวจที่ด้านนอก " ในที่สุดโอกาสก็มาถึงแล้ว! ฉันไม่มีทางอยู่คนเดียวอยู่แล้วล่ะ ใครจะโง่อยู่รอให้พวกที่หนีตายเข้ามาเจอเธอที่นี้ ไม่มีทางยะ!
" ได้สิค่ะ แต่ว่า…ฉันต่อสู้ไม่เป็นนะคะ " ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะต่อสู้เป็นอยู่แล้ว ต่อให้พาเธอไปด้วยแล้วจะลำบากมากกว่าเดิมก็ไม่เป็นไร เขารู้สึกไม่ว่างใจที่ให้เธออยู่ที่นี้คนเดียว
" อืม ผมรู้ดูจากรูปร่างของคุณแล้วไม่น่าจะต่อสู้เป็นอยู่แล้วนิครับ " นะ นี้เขา! ฮึ่ม เขากำลังดูถูกฉันอย่างสุภาพใช่ไหม!?
Episode 3
คิดไม่ถึงเลยนะผู้ชายคนนี้ที่เธอเห็นเขาทำตัวเงียบๆ และมีนิสัยก็เย็นชาซะขนาดนั้น ใครจะไปคิดกันเหล่าว่าเขาจะเป็นคนที่ร้ายกาจได้มากขนาดนี้กัน! นี้เขาเดินฆ่าซอมบี้ตาไม่กระพริบเลยด้วย! มือเล็กจับกระชับไม้เบสบอลในมือเอาไว้แน่นพยายามกดน้ำหนักเท้าของตัวเองให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี้ฉันไม่ได้ตั้งท่าจะสู้นะ น้ำหน้าอย่างฉันเนี่ยนะจะไปสู้ใครเขาได้กัน ยิ่งซอมบี้เหล่านี้อีก ไม่มีทางพาตัวเองไปเป็นอาหารมือเที่ยงของพวกซอมบี้นั้นแน่นอน!
ก่อนหน้านั้นพวกเธอได้เดินทางออกมาจากโรงแรมที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อไปหาเสบียงอาหารและน้ำเก็บเอาไว้กินเพราะถ้าชักช้ารออีกหน่อยก็คงจะไม่มีของอะไรเหลือมาถึงให้พวกเขาได้เก็บอีกแล้วละนะ สถานที่แรกที่ได้ไปก็คือร้านขายอุปกรณ์กีฬาและร้านเสื้อผ้าที่อยู่แถวนั้น พวกเราได้กระเป๋าสะพายมาคนละสองใบ ส่วนเธอก็ได้ไม้เบสบอลมาด้วยอันหนึ่งตอนที่เดินไปดูที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ส่วนหมิงเฉินเขาก็มีอาวุธไว้ในมืออยู่แล้ว จึงเอาแต่กระเป๋าและเสื้อผ้าสองสามชุดเท่านั้น เธอก็ได้เสื้อผ้ามาสามชุดเช่นกัน แน่นอนว่ามันต้องมีพนักงานซอมบี้อยู่ในนั้นด้วยแต่ก็ถูกหมิงเฉินฆ่าจนหมด พวกเราได้ไปสำรวจมาหลายที่เหมือนกัน แล้วก็ได้ของติดไม้ติดมือมาไม่น้อยเลย แถมของที่เธอขาดไม่ได้ก็คือของใช้ส่วนตัวนั้นเอง ระวางทางก็ถูกเขาแตะอั้งอีกด้วย อุ้ย ก็แหม… ก็การกระทำนั้นมันมาจากการช่วยเหลือเธอก็เถอะ แต่กอดบ่อยๆ เกินไปมันก็ไม่ดีต่อใจของฉันเอาซะเลยฮือ หัวใจของฉันมันบางมากเลยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้เสียใจหรอก กลับกัน ฉันรู้สึกยินดีมากอ่ะ!…
" คุณ- "
ชู้ว…
" เซียวเหมยคุณรีบเข้าไปแอบในตรอกด้านข้างนั้นก่อนเร็ว! " น้ำเสียงที่กดให้ต่ำและเบาหวิวจากชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้าเธอตอนนี้ดังขึ้นมาเบาๆ เกิดอะไรขึ้น! ข้างหน้าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ต่อให้อยากรู้แค่ไหนแต่เธอก็รีบเข้าไปแอบตรงซอกกำแพงตามที่ชายหนุ่มบอกอย่างเชื่อฟัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ล่ะก็เธอไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย เวลานี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีเขาจะได้ไม่ต้องกังวลหน้าพะวงหลัง
" คุณ…ระวังตัวด้วยนะ " เธอมองไปที่เขาอย่างเป็นห่วง เขาต้องเห็นอะไรที่ไม่หน้าดูอยู่ข้างหน้านั้นแน่ไปเลย มันคืออะไรกัน? สามารถทำให้นายตำรวจผู้เก่งกาจและเด็ดเดียวอย่างเขามีสีหน้าเป็นกังวลได้ขนาดนี้มันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่แล้ว…
ถ้ากะจากระยะที่พวกเขากำลังแอบดูอยู่ตอนนี้ก็ประมาณสองร้อยเมตรน่าจะได้ ภาพที่หมิงเฉินเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือภาพของฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ พวกมันกำลังร้องคำรามตลอดเวลาแต่ไม่ได้เดินออกไปไหน บางตัวก็ตัวบิดไปบิดมามันเหมือน… หนอนที่กำลังโดนแดดเผา!
" ทำไมผีดิบพวกนี้มันแปลกๆ! " ชายหนุ่มพิมพัมเบาๆ สายตาจ้องมองไปข้างหน้าเงียบๆ
แขนขาของซอมบี้ตัวหนึ่งบิดหงอไปมาดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก ซอมบี้ตัวหนึ่งล้มลงไปนอนกับพื้นถนน แต่ตัวของมันก็ยังบิดหงอผิดรูปร่าง เนื้อของมันค่อยๆ ปูดบวม ถ้าสาวน้อยที่อยู่ข้างหลังเขาได้มาเห็นคงจะได้อาเจียนเอาอาหารที่กินไปเมื่อเช้าออกมาหมดไส้แน่ๆ
" เกิดอะไรขึ้นอยู่ข้างหน้านั้นกันแน่เหรอคะคุณ "
เสียงหวานดังขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับมามองหญิงสาวแต่ก็ยังพูดบอกเล่าเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นให้เธอฟังเสียงเบา
" อืม ข้างหน้านี้ผมเห็นซอมบี้กลุ่มหนึ่ง แต่มันแปลกมาก " เมื่อเขาเล่ามาถึงตรงนี้เธอจึงรู้สึกสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม
" แปลกยังไงเหรอคะ? " ชายหนุ่มจึงเริ่มเล่าต่อ
" แปลกตรงที่ตัวของพวกมันบิดไปบิดมาผิดรูปนะสิ แล้วพวกมันก็ไม่ยอมเดินไปไหนมั่วซั่วเหมือนพวกซอมบี้ตัวอื่นๆที่เราเจอก่อนหน้านี้ แต่พวกมันกลับยังอยู่กับที่เป็นฝูง? " ห๊ะ! บิดหงอผิดรูปนี้มัน! มันร่วมตัวเป็นกลุ่มเหรอ? นี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกละเนี่ย! ทำไมเวลาอันตรายมันเข้ามารวดเร็วขนาดนี้ล่ะ! น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว นี้มันผิดจากในนิยายที่เธอเขียนไปไกลแล้ว! ทำยังไงดี มันไม่ควรจะอัพเกรดเร็วขนาดนี้! นี้มันผิดเพียนจากเนื้อเรื่องเกินไป! คิดสิคิด! แต่ก่อนอื่นพวกเธอต้องรีบหนีออกไปจากที่นี้โดยเร็วที่สุดซะก่อน
" ค คือคุณเยี่ย! ไม่สิ พี่หมิงเฉิน! พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่อาจชักช้าไปมากกว่านี้ได้แล้วเร็วเข้า! " ถ้ามีซอมบี้ที่รับรู้กลิ่นได้เร็วในฝูงนั้นด้วยละก็พวกเธอต้องแย่แน่ๆ หมิงเฉินตกใจกับเสียงที่สั่นเครือและความหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของหญิงสาว ไม่รู้ว่าเขาเดินไปยืนอยู่ข้างๆ คนตัวเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาทั้งๆ ที่ตัวเขานั้นไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน…
" ได้! ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบออกไปจากที่นี้กันเถอะ " ชายหนุ่มเดินเข้าไปจับมือเล็กแล้วพากันวิ่งออกไปจากตรงนั่นจึงทำให้รู้ว่ามือเล็กๆนี้สั่นไม่หยุด เขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของพวกซอมบี้เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีแน่ๆไม่มากก็น้อย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องมาสอบถามเธอในตอนนี้ เขาจึงบีบกระชับมือเล็กอย่างปลอบโยน พวกเขาทั้งสองรีบวิ่งออกไปเงียบๆ ตอนนี้ตามถนนไม่ค่อยมีซอมบี้โผล่ออกมาเพราะถูกชายหนุ่มฆ่าไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงทำให้พวกเขาออกเดินทางได้อย่างสะดวก เธอได้คุยตกลงกับพี่หมิงเฉินตั้งแต่อยู่ในโรงแรมแล้วว่าพวกเขาไม่ควรที่จะรออยู่ในโรงแรมแห่งนั้น เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าอันตรายมันจะมาถึงเมื่อไหร่ จึงตกลงกันว่าจะต้องเดินทางออกจากเมืองกวางโจวแห่งนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราในวันข้างหน้าในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยซอมบี้ที่อัพเกรดแล้วแล้วมากมายอาศัยอยู่ และถ้ามีมนุษย์คนไหนเดินเสล่สล่าเข้ามาเพียงลำพังคนผู้นั้นก็จะกลายมาเป็นอาหารให้กับซอมบี้น่ากลัวเหล่านั้นทันที่
พวกเธอได้ออกสำรวจและเก็บเสบียงอาหารมาได้เยอะพอสมควรแล้วเลยไม่ต้องมากังวลกับเรื่องนี้ แต่พวกเราต้องไปหารถสักคันที่โชว์รูม ถ้าไม่มีรถก็ไม่สามารถไปที่ชานเมืองในวันนี้ได้แน่ เพราะฉะนั้นพาหนะอย่างรถยนต์คือสิ่งสำคัญมากในตอนนี้
และในที่สุดยอดพวกเราก็ได้มาเจอโชว์รูปขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองกวางโจวแห่งนี้ แต่ทำไมมันเงียบจัง อย่างน้อยก็ควรมีซอมบี้หนึ่งหรือสองตัวสิ?
หมิงเฉินเปิดประตูกระจกออกอย่างแผวเบาทั้งสองค่อยๆเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง สายตาก็มองสำรวจรอบๆ ไปด้วย แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความเงียบในโชว์รูมแห่งนี้
" พวกคุณกำลังหารถที่มีกุญแจใช่ไหม? "
อะ!
ฟุบ พรึบ!
" นายเป็นใคร! เข้ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง? หรือว่านายตามพวกเรามา " หมิงเฉินรีบยกปืนในมือขึ้นมาขู่ชายหัวแดงที่ออกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขาทันที และดันร่างบางให้เข้าไปยืนอยู่ที่ด้านหลังของตัวเองทันที
" เห้ย! เดี๋ยวก่อนสิ! วะ ว่างปืนลงก่อน พวกคุณใจเย็นๆสิ ผมมาถึงที่นี้ก่อนพวกนายน่ะ! ผมก็มาหารถเหมือนกับพวกนายนั้นแหละ " หมิงเฉินไม่ได้ลดปืนในมือลงแต่อย่างใด เอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นช้า
" นายคงไม่ได้ถูกพวกมันกัดมาใช่ไหม? บอกมา! " ชายหัวแดงรีบพูดอย่างรัวเร็วกลัวว่าชายคนนี้พลั้งเผลอยิงเขาขึ้นมาก็แย่แน่ๆ เขายังไม่อยากตายตอนนี้หรอกน่ะ !
" ผมไม่ได้ถูกพวกมันกัดนะ ผมยินยอมถอดเสื้อผ้าให้พวกคุณดูก็ได้! ผมเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี้ได้สองวันเท่านั้นเอง ผมได้เข้ามาแอบอยู่ในนี้มาโดยตลอดยังไม่ได้ออกไปไหนเลย
ห้ะ! ถอดเสื้อผ้าเหรอเห็นฉันเป็นฝักทองหรือไง! อยู่ที่นี้ตลอดเวลาไม่ได้ไปไหน? แล้วเขากินอะไรล่ะตอนนั้น ไม่หิวแย่เลยเหรอ?
" เฮ้คุณ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ! ผมก็มีอาหารที่เก็บมาเหมือนกันน่ะ! " ชายหัวแดงที่ยังไม่รู้ชื่อโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของสาวน้อยคนงามที่ยืนอยู่ข้างหลังชายหน้านิ่งชะโงกหน้ามองมาที่ตัวเขาแบบแปลกๆ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่!
" เออ…แหะๆ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย " เขาไม่เชื่อ สีหน้าของเธอแสดงออกมาหมดแล้วนะสาวน้อย
" สีหน้าของคุณมันฟ้องอยู่น่ะ ไม่รู้ก็บ้าแล้วครับ " หมิงเฉินไม่พอใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพูดคุยกับชายแปลกหน้าคนนี้
" อะแฮ่ม! นายไม่ได้ถูกกัดก็ดีแล้ว ฉันคงไม่มีเวลามาสนทนากับนาย ฉันต้องการพาหนะเพื่อเดินทางไกล และฉันก็รีบมากด้วย " โอ๊ะ โอ๋ นี้คงจะเป็นคำพูดที่ยาวที่สุดของเขาที่พูดกับคนอื่นยกเว้นเธอละมั้งตั้งแต่เธอได้พบกับเขามา หรือเปล่า?
" ผมขอไปกับพวกคุณด้วยได้ไหม? รับรองว่าผมนะมีประโยชน์ต่อพวกคุณแน่นอน! " เธอมองสำรวจชายหัวแดงเงียบๆ ดูเหมือนเขาจะมีนิสัยที่ร่าเริงแจ่มใส? แต่ก็ดูเหมือนว่าจะพูดมากเป็นพิเศษรึเปล่านะ?
" พี่คิดว่ายังไงพี่หมิงเฉิน จะให้เขาตามไปกับพวกเราด้วยรึเปล่า? " เขารู้สึกไม่ชินกับคำเรียกชื่อของเขาที่เปลี่ยนไปของเธอเลยจริงๆ เขารู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนทุกครั้งที่ได้ยินเธอเรียกเขาว่าพี่หมิงเฉิน โชคดีจริงๆ ที่เขามีผิวสีแทนไม่อย่างนั้นคงเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขากำลังหน้าแดงเพราะเขิน! อึก! นี้เขากำลังป่วยเหรอ? หรืออากาศมันร้อนเกินไป? เหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย บ้าจริง!
" พี่ พี่หมิงเฉิน! "
" อะ อืม มีอะไรเหรอ ทำไมเรียกพี่เสียงดังขนาดนี้ " อ้ายย ตายแล้วๆ เขาแทนตัวเองว่าพี่ด้วยล่ะ โอ้ย เขินจัง!
" ก็พี่ยืนเหม่อลอยตั้งนานเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน ก็เลยต้องตะโกนแบบนี้ "
" สรุปแล้วให้ผมไปด้วยเถอะนะ ผมขอร้องนะครับ ผมไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ " ชายหัวแดงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้ามอง
" อืม ได้! แต่นายต้องช่วยฉันดูแลเซียวเหมย " เฮ้ ฉันไม่ได้เป็นคนอ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อยนี้! ตาบ้านี้พูดคำนี้ออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ได้ยังไง ฮึ่ม!
" ไม่มีปัญหาอยู่แล้วละครับ ผมยินดีมากที่จะดูแลน้องสาวของคุณอย่างดี " พูดจบก็ขยิบตาให้กับสาวน้อยที่หนึ่งแล้วจึงแนะนำชื่อของตัวเองให้กับทั้งสสองหมิงเฉินมองชายหน้าแดงอย่างไม่พอใจ เซียวเหมยเป็นน้องสาวเขาที่ไหนกัน! เขายังไม่ได้แก้ความเข้าใจผิดนี้เลย ชายตรงหน้าก็พูดขึ้นมาซะก่อน
" ผมเซี่ยวหลียาง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ " ห๊ะ! อะไรนะ! นี้ฉันตกใจมากี่ครั้งแล้วน่ะวันนี้ หลียาง… นี้มันจะบังเอิญเกินไปมั้ง? เซี่ยวหลียาง นักฆ่าในโลกมืดที่เป็นตัวละครที่อันตรายที่สุด! ถ้าเธอไม่รู้มาก่อนละก็…เธอคงจะคิดว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลาแน่ๆ นี้โง่รึเปล่าเนี่ย! ใครจะมาอารมณ์ดีในวันที่โลกมันแตกด้วยล่ะ! เหอะๆ นี้มันไม่ปกติเลยชัดๆ!
" เยี่ยหมิงเฉิน " สามเณรกลับมาล่ะ ประหยัดไปป่าวค่ะคุณพี่ เมื่อกี้ยังพูดประโยคยาวๆได้อยู่เลยแท้ๆ
" ฉันเซียวเหมย " เธอรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาเลย ต่อหน้าคนโหดหน้าซื่อไม่ให้กลัวได้ยังกัน ก็นะ คนที่ฆ่าคนได้ด้วยรอยยิ้มอย่างสนุกสนานแถมก่อนฆ่ายังทรมานก่อนฆ่าอีกด้วย! ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว
" ว้าว นามสกุลของพวกเราคลายๆกันมากเลยนะครับ ช่างดีจริงๆ " ดีกับผีนะสิ! นั้นใช่นามสกุลที่ไหนกัน เธอได้แต่คิดในใจอะนะ
" เอาล่ะ พวกเรารีบไปหารถกันเถอะ ถ้ายังจะชักชาอาจจะไปสายก่อนฟ้าจะมืดซะก่อน " หมิงเฉินพูดตักเตือน เพราะเวลาเดินทางในตอนกลางคืนจะเป็นอันตรายมากเกินไปในตอนนี้ เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วันทั่วทั้งประเทศก็เต็มไปด้วยซอมบี้มากมายขนาดนี้แล้ว
" ผมมีรถที่เหมาะสมกับการเดินทางด้วยนะ สนใจไปดูก่อนไหม? " หมิงเฉินพยักหน้าตกลง พวกเขาเลยเดินตามหลียางไปดูรถที่ว่า มันเป็นรถอเมริกาออฟโรดคันสีดำนั้นเองมันดูเท่ห์มาก!
" ในเมื่อมีรถแล้วพวกเราเตรียมตัวเถอะ ต้องไปเเก็บน้ำมันที่ปั๊มด้วย " ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหมิงเฉิน ตอนนี้น้ำมันรถก็สำคัญร่วมทั้งอาหารที่ต้องไปหามาเพิ่ม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้สามารถใช้ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น
หลังจากตกลงว่าเราสามคนจะร่วมเดินทางมาด้วยกัน พวกเราก็พากันไปหาเสบียงตามร้านค้ารอบๆจนได้มาเยอะพอสมควร แต่พวกเธอก็เสียเวลาอยู่ในเมืองนี้ตั้งสองวันเลย วันนี้ก็ได้เวลาออกเดินทางสักที่ ทั้งสามคนรีบขึ้นรถทันที แน่นอนว่าคนที่รับผิดชอบเป็นคนขับรถก็คือหลียางนั้นเอง ส่วนหมิงเฉินนั่งข้างหน้าเป็นเพื่อนคนขับ ส่วนเธอก็นั่งที่เบาะข้างหลังพร้อมกับเสบียงอีกมากมายที่ไปเก็บมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนหน้านี้ร่วมทั้งมีเมล็ดพันธุ์อีกจำนวนหนึ่งที่เธอได้เก็บไปด้วยเพื่อมันจะมีประโยชน์กับพวกเธอในอนาคต พวกเราขับรถออกจากเมืองกวางโจวแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกทันที
" ใกล้จะมืดแล้วพวกเราหาที่พักแถวๆนี้ก่อนเถิดถ้าเดินทางในเวลามืดค่ำแบบนี้อาจจะเป็นอันตรายได้ " หมิงเฉินพูดขึ้นเมื่อรถได้ขับเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่นอกเมือง ไม่รู้ว่าที่นี้เป็นตำบลอะไร เพราะมันเป็นทางผ่านนั้นเอง คืนนี้พวกเขาน่าจะพักที่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางต่อก็แล้วกัน
" อืม หมู่บ้านเล็กๆ นี้ซอมบี้ไม่ค่อยมีเยอะเท่าไหร่นะ " หลียางพูดออกมาเบาๆ เมื่อขับรถเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้
" ใช่ ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนที่หมู่บ้านแห่งนี้มีคนน้อยมากอาศัยอยู่ที่นี้ แหละอาจจะมีแต่คนชราอีกด้วย " ในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเป็นบ้านที่อยู่หางไกลจากบ้านหลังอื่นๆ มาก เมื่อเดินเข้าไปสำรวจด้านในก็จะเห็นว่ามีห้องสองห้องนอน สองห้องน้ำและห้องนั่งเล่นหนึ่งห้องครัว แถมบ้านก็สะอาดดีไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำความสะอาดก่อนพักเลย
" เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเย็นเอง พวกคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ " เอ้…ทำไมรู้สึกเหมือนภรรยาบอกสามีเลยล่ะ เธอคงจะคิดไปเองแหละ!? ทำไมต้องพูดประโยคนี้ออกไปด้วยนะ ตอนนี้แก้มของเธอร้อนมากเลย งื้อ…
" หึ …" ทั้งสองยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี
ณ ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านซ้วยหนาน
คนกลุ่มหนึ่งเดินเท้าเข้ามาใกล้ประตูทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขามองไปรอบๆ อย่างระวาดระแวง ในมือของพวกเขาถืออาวุธคนละชิ้น
" เห้ย! แกเข้าไปดูก่อนดิ แล้วพวกฉันจะระวังหลังให้ " ชายหนุ่มแม่มปาก ทำไมต้องเป็นเขาอีกแล้ว! เขาได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนฝืนทน ในใจรู้สึกไม่ยินยอม! แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มีพี่สาวก็เหมือนไม่มี! กลัวตายจนยอมพลีกายให้กับพวกสารเลวนั้น! น่าขยะแขยงสิ้นดี!
" พี่หยงอย่าไปดุน้องชายของฉันมากไปสิค่ะ เขายังเด็กอยู่เลย " เสียงที่ดัดให้หวานหยดย้อยจนน่าขนหัวลุกพูดขึ้น ชายที่ถูกเรียกว่าพี่หยงจึงพยักหน้ารีบรับปากสาวงามในอ้อมแขนของตน
" ได้พี่จะให้คนของพี่ไปกับมันด้วยก็แล้วกัน "
เด็กหนุ่มมองทั้งสองอย่างรังเกียจคิดว่าพูดแบบนั้นแล้วเขาจะสำนึกในบุญคุณหรือไง! ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด! ถ้าไม่ใช่พวกสารเลวสองคนนี้แม่ของเขาก็จะไม่ตายอย่างน่าอดสูแบบนั้น! ในแววตาของเขามีแต่ความดำมืดอาขาตแคน!
ณ บ้านหลังน้อยท้ายหมูบ้าน
" นี้ ดูเหมือนว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในหมู่บ้านนี้เหมือนกัน " หลียางรีบพูดขึ้นมาเมื่อเขานั่งลงที่โซฟา ถ้าเขาไม่ได้ออกไปสำรวจหมู่บ้านนี้ก็คงไม่มีทางได้รู้แน่
"อืม อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว เรารอดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้ามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นพวกเราค่อยมาจัดการกับปัญหาตรงหน้านี้ก็ไม่สาย ตอนนี้เราอย่าให้พวกมันมาเจอกับพวกเราทึ่นี้ก็พอ "
" มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าทำไมพวกคุณดูเคร่งเครียดกันจัง ช่างเถอะ!อาหารสุกแล้ว รีบมากินตอนที่มันยังร้อนดีกว่าน่ะเดี๋ยวถ้ามันเย็นแล้วจะไม่อร่อย " เดี๋ยวอีกหน่อยก็ไม่มีอาหารอร่อยๆ แบบนี้ให้กินแล้ว… พวกเขาจึงเดินไปที่โต๊ะอาหาร เมื่อนั่งลงเรียบร้อยหมิงเฉินจึงเล่าสถานการณ์ด้านนอกให้สาวน้อยได้รู้
" แล้วพวกเราควรจะทำยังไงกับคนกลุ่มนั้นดีล่ะคะ "
" ตอนนี้พวกเราควรจะอยู่เฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวผมจะออกไปสืบดู แล้วเราค่อยมาคิดกันอีกที่หลังจากผมกลับมา "
หลี่ยางพูดขึ้นมาด้วยเสียงเคร่งขรึม ถ้าไม่ระวังตัวเอาไว้ก่อนละก็อันตรายอาจจะมาถึงตัวพวกเขาในไม่ช้านี้แน่ เพราะโลกนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้วยังไงล่ะ…