โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เผชิญภัยวันสิ้นโลกในนิยาย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 พ.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 11.11 น. • Maomei
จะเป็นยังไงต่อไปเมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนแบบไม่ทันรู้ตัว รอบกายมีแต่พวกซอมบี้เต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่อันตราย แล้วเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้หรือไหม?

ข้อมูลเบื้องต้น

จะเป็นยังไงต่อไปเมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนแบบไม่ทันรู้ตัว รอบกายมีแต่พวกซอมบี้เต็มไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่อันตราย แล้วเธอจะสามารถเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้หรือไหม?

เยี่ยหมิงเฉิน

เซียวหลียาง

เก๋ออวิน

Episode 1

ฉันมีชื่อว่าเซียวเหมยมีอายุสิบหกปีไม่มีนามสกุลเพราะฉันเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ของตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน และฉันก็โหยหาความรักของครอบครัวมาโดยตลอด แต่มันก็ไม่มีสำหรับฉันหรอก ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองหูเป่ย อยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ที่ชานเมือง ฉันเป็นนักเรียนมัธยมปีที่สามแล้วอีกหน่อยก็จะได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วล่ะ ฉันมีงานอดิเรกก็คือการเขียนนิยาย นิยายที่มาจากการจินตนาการของฉันเอง…

หล้า~หล้า~

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในจังหวะเพลงสบายๆ หญิงสาวจึงละความสนใจจากการเขียนเนื้อเรื่องหันไปคว้ามือถือมาดูว่าใครกันที่เป็นคนโทรมา เธอจึงยิ้มอ่อนเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมาหา เพราะนั้นก็คือเพื่อนรักของเธอไงหล่ะ

" ฮัลโหล ว่าไง มีอะไรเหรออิงอิง ฉันกำลังยุ่งอยู่นะ "

เธอพูดกับคนในปลายสายและแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างไม่จริงจังนัก ใครบอกให้เพื่อนตัวน้อยโทรมาหาตอนนี้หล่ะคนกำลังเขียนนิยายนะ เดี๋ยวก็ลืมบทกันพอดี แต่ก็…คิดถึงเหมือนกัน

" อะไรกันเซียวเหมย! ฉันอุตส่าห์คิดถึงเธอนะ "

เพื่อนตัวน้อยอิงอิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์โกรธปนน้อยใจ

" เหอะ… ก็ได้ๆ ไม่แกล้งแล้วฉันทำอะไรเธอไม่ได้เลยจริงๆ อยากคุยอะไรหล่ะ ฉันกำลังเขียนบทที่เพิ่งจะนึกออกนะ เธอไม่เข้าใจฉันหรอกอิงอิง " เธอพูดออกไปอย่างเพลียจิต ก็รู้หรอกว่าเพื่อนเป็นห่วง

" ฉันขอโทษนะ นะ นะ เธอควรจะพักบ้างสิเหมย หรือ มาเที่ยวกับพวกเราบ้างก็ได้เธอทำให้พวกเราเป็นห่วงนะเหมย "

" ขอบใจนะจ๊ะที่เป็นห่วง แต่ตอนนี้ฉันต้องเขียนให้จบก่อน มันเหลือไม่กี่บทเองนะอีกเดี๋ยวก็จะจบแล้วหล่ะ เธอเองก็กำลังรออ่านฉากจบของนิยายเรื่องนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ? "

เซียวเหมยพูดลากยาว เธอก็อยากจะพักแล้วเหมือนกันแต่อีกใจก็อยากจะเขียนให้มันจบไว้ๆ เหมือนกันนี้น่าทำยังได้

" ฮึ่ม มันก็ใช่ที่ฉันกำลังรออ่านฉากจบ ชิ! เธอก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย โอเคๆ แต่เธออย่าลืมนอนพักบ้างหล่ะ ฉันนี้อดกังวลแทนเธอไม่ได้เลยจริงๆ เอาละฉันต้องไปขึ้นเครื่องแล้วเดี๋ยวจะโทรไปหาถ้าไปถึงแล้ว "

คนในปลายสายพูดบ่นยืดยาวจนเธอฟังไปยิ้มไปกับความเป็นห่วงของเพื่อนคนนี้ เธอจึงพูดว่า

" จ้าๆ คุณเพื่อนที่รักรู้แล้วน่า~งั้นก็แค่นี้ก่อนนะขอให้ทริปนี้ไปเที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ "

เมื่อวางมือถือลง เธอก็ถอนหายใจยาวอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า

เฮ้อ… โชคดีที่ไม่ได้ลืมเนื้อเรื่อง มาเริ่มเขียนต่อดีกว่า ที่นี่แหละฉันจะต้องเขียนเรื่องนี้ให้จบให้ได้เลย!

ห้าว~ ง่วงชะมัดเลยอ่ะนี้ฉันอดหลับอดนอนมากี่วันแล้วละเนี่ย มึนหัวชะมัดเลย ….

ตึง! ตึง!

ตึก! ตึก!

แฮ่! แฮ่!

" กรี๊ด!! ช่วยด้วย! อย่าทิ้งฉัน! อย่า- "

อืม…เสียงของใครนะทำไมมากรี๊ดร้องเสียงดังลั่นภายในบ้านของฉันได้เนี่ย อาลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในห้องเช้า เดียว เดี๋ยวก่อน ฉันจำได้ว่าไม่ได้เปิดประตูทิ้งเอาไว้นี้น่า…

คิ้วเรียวขมวดมุ่น เปลือกตาบางค่อยๆ เปิดออกช้าๆ แต่ว่าเมื่อต้องแสงกะทันหันก็ต้องปิดลง แต่เมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นรอบๆ ตัว เธอจึงจำเป็นต้องลืมตาขึ้นมามอง แต่เธอก็ต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่เธอได้เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ไกล

เห้ย! นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น ฉัน ฉันจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งเขียนนิยายอยู่ในห้องเช้าไม่ใช่เหรอ!? ใช่แล้วเธอฟุบหลับบนโต๊ะหนังสือที่เขียนไม่ใช่เหรอ? แล้วนี้มันอะไรกัน! ซอมบี้กินคนพวกนี้มันมาจากไหน! หรือว่าเธอกำลังฝันอยู่? เธอรู้สึกสับสนมึนงงไปหมดแล้ว ยืนคิดได้ไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเสียงดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของเธอ

" นี้เธอ! รีบหนีเร็วเข้า จะยืนให้พวกมันทำร้ายรึไง! เร็วเข้า! " พูดเสร็จก็รีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

อ อะไรกัน!

ตึก! ตึก! ตึก!

เสียงฝีเท้าวิ่งและเสียงกรี๊ดร้องทำให้เธอได้สติกลับมา ใบหน้าของเซียวเหมยซีดขาวเมื่อหันไปเห็นซอมบี้ฝูงหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาทางที่เธอกำลังนั่งอยู่ นะ หนีเธอต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้!

ด้วยสัญชาติญาณของความกลัวทำให้เธอต้องลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเท้าของเธอขยับออกตัววิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วมาราธอน ทั้งๆ ที่เธอนั้นไม่เคยวิ่งเร็วในระยะไกลขนาดนี้มาก่อนเลย! ฮือฮือ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วย! อะลืมไปว่าเธอไม่มีพ่อแม่นิ! ฮือฮือฮือ ทำไมชีวิตของฉันมันถึงบัดซบเฮ้งซวยได้ขนาดนี่! ทำไมต้องมาเจอเรื่องประหลาดๆอะไรแบบนี้ด้วย เธอวิ่งไปร้องให้ไปตลอดทาง ไม่รู้ว่าเธอวิ่งหนีฝูงซอมบี้ฝูงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยแทบจะตายอยู่แล้ว! แต่เธอก็ไม่สามารถหยุดวิ่งได้ ถ้าหยุดวิ่งละก็เธอต้องกลายมาเป็นอาหารของพวกมันแน่ๆ เมื่อเธอกำลังจะวิ่งผ่านประตูของโรงแรมแห่งหนึ่ง จูๆ ประตูรั่วอันเล็กก็เปิดออกอย่างฉับพลันแล้วมีมือหนาของผู้ชายคนหนึ่งเอื้อมมากระชากแขนซ้ายของเธอจนเซ้ถลาเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เมื่อเธอกำลังจะกรี๊ดร้องด้วยความกลัวก็ถูกปิดปากด้วยมือหนาๆ นั้นซะก่อน

กรี๊ด! อุบ

มับ!

ปัง!

" ชู้ว…ใจเย็นๆ คุณ! ผมไม่ใช่ซอมบี้ไม่ต้องกลัว "

เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะ ทำให้เธอต้องหุบปากเงียบเสียงลง เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวสงบลงแล้วเขาจึงยอมปลอยมือออกจากปากของเธอ และมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อว่าเธออาจจะถูกพวกซอมบี้กัดมาเขาจะได้จัดการเธอเสีย

เซียวเหมยรีบก้าวถอยหลังไปสองก้าวเมื่อชายตรงหน้าปล่อยมือออกจากปากของเธอแล้ว

" ค คุณคิดจะทำอะไรคะ " เธอเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อผู้ชายตรงหน้าจ้องมองเธอตาไม่กระพริบและมองสำรวจตัวของเธอขึ้นลง

" เธอถูกพวกมันกัดมารึเปล่า? "

เมื่อเขาเอ่ยถามเธอมาแบบนั้น เธอจึงรีบสายหน้าและมองสำรวจตัวเองทันทีทำให้รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงนอนสีขาวและรองเท้าแตะเหมือนเดิม เธอจึงรู้ว่าไม่ได้ทะลุมิติมาสิงร่างของคนอื่นเหมือนในนิยายที่เธอเคยเขียนแน่ๆ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?

" เฮ้ ผมถามคุณอยู่นะหรือว่าคุณถูกซอมบี้กัดมา! "

พูดจบชายหนุ่มก็ยกปืนในมือที่ถืออยู่ขึ้นมาจอศีรษะของเธอทันที จนทำให้เซียวเหมยหน้าซีดรีบโบกไม้โบกมือพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัว

" ม ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นน่ะ! ฉันไม่ได้ถูกกัด จริงๆ นะคะ ค คุณ อย่า อย่ายิงฉันนะ อึก! "

เธอรู้สึกกลัวจนตัวของเธอสั่นไปหมดแล้ว นี้มันปืนเลยน่ะ! แหละมันก็ไม่ใช่ของปลอมอีกด้วยแต่มันเป็นปืนของจริง! เขามองประเมินเธอก่อนจะเอ่ยถามเธออีกครั้ง

" แน่ใจน่ะ " หญิงสาวพยักหน้าระรั่วร้าวกับไก่จิกข้าวสาร ทำให้ชายหนุ่มลดปืนในมือลง เมื่อแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวตัวเล็กคนนี้ไม่ได้ถูซอมบี้กัดจึงเดินไปสังเกตุการณ์ด้านนอกผ่านช่องว่างประตูของโรงแรมตอนนี้มีซอบบี้เดินไปมาอยู่มากมายกว่าเดิม สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้วในตอนนี้ เขาต้องหาหนทางออกไปจากที่นี้ให้ได้โดยเร็วแล้วติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ทหารแห่งชาติ

เธอแอบมองผู้ชายคนนั้นเงียบๆ เมื่อเห็นว่าเขาละออกมาจากประตูรั่วแล้วเดินมาทางนี้จึงเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา

" คุณ คือ คือว่าคุณรู้ไหมคะว่าที่นี้คือเมืองอะไร? " เขาขมวดคิ้วงุ่นงง เอ๋… คำถามของเธอแปลกเหรอ? ทำไมต้องมองมาที่เธอเหมือนคนโง่ด้วยล่ะ

" คุณไม่ใช่คนในเมืองนี้เหรอครับถึงได้ไม่รู้ว่าเมืองนี้ชื่ออะไร? แล้วคุณมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่รู้ว่าที่นี้คือที่ไหน แล้วคุณเดินทางมาที่นี้ได้ยังไงกันในเมื่อไม่รู้จักชื่อเมืองแบบนี้? "

นั้นนะสิเธอมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง เธอเองยังไม่รู้เลยแต่ก็ต้องแถ้ไปก่อนเพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์อันเลวร้ายแบบนี้

" คือว่า…ตอนนั้นฉันตื่นขึ้นมาก็อยู่ในรถตู้สีดำคันหนึ่งพอเปิดประตูออกมาก็เห็นคนประหลาดเหล่านั้นเดินไปมาและวิ่งกัดคนไปทั่วฉันกลัวมากเลยวิ่งหนีออกมาจนมาเจอกับคุณที่นี้ ฮึก ฉะ ฉันกลัวมากฮึก "

เขาหรีตาลงและพยักหน้าอย่างเข้าใจ ถูกจับตัวมางั้นเหรอ?

" อา คุณไม่ต้องร้อง ตอนนี้คุณก็ปลอดภัยแล้ว ที่นี้คือใจกลางเมืองกวางโจวสถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก คุณอาศัยอยู่ในโรงแรมนี้ไปก่อนก็แล้วกัน คุณก็ขึ้นไปหาห้องพักที่ชั้นสองได้เลยนะครับ ส่วนชั้นสามมีพวกซอมบี้อยู่หามขึ้นไปเด็ดขาด " เซียวเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ

Episode 2

" ฉันเข้าใจแล้ว ค คือว่า ขอบคุณนะคะที่คุณช่วยฉันเอาไว้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับตัวอะไรบ้าง "

เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสลด เพราะเธอรู้จักโลกในหนังสือที่เธอได้ปั้นแต่งขึ้นมาดีกว่าใครก็น่ะเธอเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือนี้! ในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามันก็จะเหลวร้ายมากกว่านี้อีกหลายเท่า!

" มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณอยู่ในนี้ตลอดผมรับรองความปลอดภัยของคุณได้ประมาณหนึ่ง "

พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? เหอะ เหอะ เธอละถึงกับคำพูดของผู้ชายคนนี้จริงๆ หมายความว่าถ้าเธอเดินออกจากโรงแรมนี้ไปเธอก็ไม่ได้อยู่ในการควบคุ้มหรือปกป้องจากเขา ฉันแปลคำพูดของเขาได้หรอก ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย

" ยะ อย่างนั้นเหรอ ฉัน ฉันเข้าใจแล้ว เออ…คือว่าพวกเรายังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลย ฉันเซียวเหมย ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณตำรวจ " ที่เธอรู้ว่าเขาเป็นตำรวจเพราะดูเสื้อผ้าที่เขาใส่ตอนนี้ยังไงล่ะ

อา…นี้เขาจะบอกชื่อตัวเองกับฉันรึเปล่าดูสิหน้าตาเย็นชาขนาดนี้ ถ้าเขายิ้มสักหน่อยหัวใจของเธอคงจะวายแน่ๆ อืม…แค่ทำหน้านิ่งๆ ก็หล่อมากขนาดนี้แล้ว
" ผม เยี่ยหมิงเฉิน " ห่ะ! อะไรนะ! นี้ นี้ผู้ชายคนนี้คือ…พระเอกผู้น่าสงสารคนนั้นนะเหรอ!เธอจำชื่อได้แม่นเลยเขาคือพระเอกที่ปรากฏตัวออกมาคนแรก คนโง่ที่เธอเขียนให้เขาเข้าไปช่วยเหลือนางเอกโดยไม่คิดจะสนว่าตัวเองจะต้องตายหรือเปล่า? ผู้ชายที่น่าสงสารคนนั้นตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ในตอนนี้…
" เออ…ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปพักก่อนนะคะ ขอบคุณคุณอีกครั้งที่ได้ช่วยฉันเอาไว้ "

พูดเสร็จเธอก็ก้มโค้งขอบคุณแล้วจึงเดินไปทางบันไดเพื่อขึ้นไปพักที่ชั้นสอง ไม่นึกเลยว่าเธอจะได้มาเจอกับตัวละครพระเอกคนแรกในนิยายที่เธอได้แต่งขึ้นมาแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาได้เจอกับนางเอกหรือยัง? แต่เธอคิดว่าคงจะยังไม่เจอแน่นอนเพราะนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นของโรคระบาดในกลางเมืองของกวางโจวสินะ

ดวงตาคมจ้องมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของเซียวเหมยจนเธอขึ้นบันไดไปแล้วเขาจึงหันไปส่องประตูดูอีกครั้งแล้วคิดในใจ

' เมื่อกี้สายตาของเธอ…มีแต่ความสงสารและเห็นใจ? เพราะอะไร? ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้เลยน่ะแล้วทำไหมถึง…'

ตอนนี้สถานการณ์ในเมืองเหลวร้ายมากขึ้นไปทุกที ตามถนน ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารที่พักก็เต็มไปด้วยซอมบี้ บางคนพยายามลบซ่อนตัวเองให้มิดชิด ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังเคลือบคลานเข้ามาในจิตใจของพวกเขา ไม่รู้ว่าพวกเขาจะอยู่รอดไปได้อีกนานแค่ไหน…

ณ บ้านหลังเล็กตรงตรอกคับแคบแห่งหนึ่งภายในเมือง

เพี๊ยะ!

" แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกกู! ออกไป! ออกไปจากบ้านกูเดียวนี้! " เสียงตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยวของชายวัยกลางคนดังลั่นบ้านหลังเล็กแห่งหนึ่ง จนทำให้พวกตัวประหลาดที่อยู่แถวนั้นหันมาสนใจเสียงของเขาทันทีพวกมันหันมามองตามเสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในที่แห่งนี้ และร้องคำรามออกมาด้วยความหิว!

คว๊ากก!

แฮ่!

แฮ่!

" พ่อ…ผมเป็นลูกของพ่อเหมือนกันน่ะ! พ่อเคยมองผมเป็นลูกของพ่อบ้างหรือเปล่า? ทำไม ทำไมผมต้องผิดทุกครั้งทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรเผิดลยสักอย่างเนี่ยน่ะ! "
เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังและเสียใจ ทำไม่พ่อถึงเกลียดเขากับแม่! พวกเขาแม่ลูกทำผิดอะไร? ความรักความอบอุ่นของพ่อ เขาไม่เคยได้รับจากพ่อคนนี้เลยสักครั้ง ตั้งแต่เล็กจนโต จนกระทั่งแม่ของเขาเสียชีวิตไป พ่อก็พาผู้หญิงและเด็กผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิตของพวกเรา

" แกไม่ใช่ลูกกูตั้งแต่แรกแล้ว! แม่ของแกท้องกับไอ้ผู้ชายที่ไหนไม่รู้และมาให้ฉันรับผิดชอบแทนหึ! แกรีบไปเก็บข้าวของของแกแล้วออกไปจากบ้านของกูเดี๋ยวนี้! "

อะไรนะ! นี้เขาไม่ใช่ลูกของผู้ชายคนนี้จริงๆ หรือ แล้วทำไมแม่ไม่เคยบอกเขาในเรื่องนี้เลยล่ะ…เขาลุกขึ้นเดินออกไปทางประตูอย่างเมอลอยโดยไม่ขึ้นไปเก็บของอะไรมาสักอย่างจากบ้านหลังนี้ เพราะมันก็ไม่ใช่ของๆ เขามาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ ต่อให้ขึ้นไปก็ไม่มีอะไรให้เก็บอยู่ดี

' หึ! ในที่สุดบ้านและที่ดินตรงนี้ก็เป็นของฉันกับแม่ แกคิดว่าตัวเองจะเอาตัวรอดจากโลกภายนอกนั้นหรือไง! ตลกสิ้นดีกูจะค่อยดูว่ามึงจะรอดไปถึงเมื่อไหร่ หึ! '

แฮ่!

แฮ่!

" หืม นั้นมันเสียงอะไรอยู่ด้านนอก " อยู่ๆ ก็มีเสียงประลาดๆ ดังขึ้นอยู่นอกประตูบ้าน

" พ่อ พ่อครับ! ม มีคนเยอะมากอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเรา! "
" อะไรน่ะ! คนมันมาจากไหน! เหลวไหล! พ่อจะออกไปไล่พวกมันเอง ลูกเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ในห้องก่อน " ใครกันที่กล้ามาก่อกวนถึงหน้าบ้านเขาขนาดนี้!
" ครับพ่อ พ่อระวังตัวด้วย " พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองทันทีอย่างคนขี่ขลาดตาขาว

แกร๊ก

แฮ่! แฮ่!

อ่ะเฮ้ย! นี้มันอะไรกัน! ทำไมบนตัวของคนพวกนี้ถึงมีแต่เลือดเต็มตัวไปหมดแบบนี้ล่ะ! ไม่ได้การแล้ว หรือว่าพวกมันจะเป็นฆาตกร

" เฮ้ย! พวกแกอย่าเข้ามาเชียวน่ะ! ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!ฉันจะแจ้งตำรวจถ้าพวกแกเข้ามา! ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไม่ได้ยินหรือไง เห้ย! อะ โอ้ย! " เขาผลักชายแก่ที่อยู่ตรงหน้าออก สีตาของชายคนนี้ขาวขุ่นมัวจนไม่เห็นสีดำในแววตาของเขา แต่ว่าเมื่อเขายืนมือออกไปคิดจะผลักคนตรงหน้า ชายแก่คนนั้นก็คว้าจับมือของเขาไว้และกัดอย่างแรงจนเลือดออก
" โอ๊ย!! มือฉัน "

แฮ่!

แฮ่!

อ๊าก! ข แขนฉัน! ไม่ ไม่นะ! น นี้มันไม่ใช่คนแล้ว!

" โอ้ยย ช ช่วยด้วย อ อาลาง ช่วยพ่อด้ว- "

ซอมบี้มากมายกรู่เข้ามากัดทึ่งชายวัยกลางจนเขาสิ้นใจไป มีซอมบี้อีกมากมายแหเข้ามาในบ้านหลังน้อยแห่งนี้เพราะกลิ่นเลือด!

ณ โรงแรมเติ๋งจั่ว

เซียวเหมยเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องหมายเลขสามและปิดประตูแล้วก็ล็อกไว้อย่างแน่นหนา เธอมองสำรวจรอบๆ ภายในห้องนี้จนแน่ใจว่ามันไม่มีตัวอะไรแปลกปลอมอาศัยอยู่ในนี้เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างโลงอก ไม่นึกเลยว่าเธอจะต้องเข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองเขียนแบบนี้ เรื่อง รักโรแมนติกในวันสิ้นโลก นี้แต่งขึ้นมาจากการจินตนาการของเธอเองล้วนๆเลย ในเรื่องนี้จะมีอุปสรรคมากมายให้พวกพระเอกและนางเอกได้ฝ่าฝัน แต่… แล้วทำไมต้องมีฉันเข้ามาอยู่ในเรื่องนี้ด้วยล่ะ! เธอไม่ได้ตายแล้วมาสิ่งร่างของคนอื่น แต่กลับทะลุมิติเข้ามาในนิยายทั้งตัวและจิตวิญาณ! เห้อ ช่างซวยจริงๆ ทำไมฉันต้องมาตกระกรรมลำบากแบบนี้ด้วย ฮือฮือ ไม่ได้ๆ ฉันต้องตั้งสติ ในเมื่อฉันได้เข้ามาอยู่ในโลกนิยายแห่งนี้แล้วเธอก็ต้องเอาชีวิตรอดจากโลกวิบัติแห่งนี้ไปให้ได้ ฉันต้องว่างแผนให้ดีแล้วล่ะ แต่เธอไม่มีแรงไปต่อสู้กับซอมบี้แน่ๆ แต่ว่า พวกพระเอกนางเอกจะมีพลังในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี้นา ใช่แล้วถ้าเธอมีพลังเหมือนกับพวกเข้าล่ะ ไม่ได้การเธอต้องรีบเก็บรวบรวมผนึกหินในสมองของซอมบี้ให้ได้เยอะๆ ซะแล้ว แต่ก่อนอื่นต้องหาคนมาช่วยถึงจะทำสำเร็จได้…

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอจึงเดินไปส่องมองที่ตาแมวที่ติดในช่องบนของประตูดู จึงรู้ว่าคนที่มาเคาะประตูห้องคือเยี่ยหมิงเฉิน

แอด~

" คุณ…มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่าคะ " ชายหนุ่มพยักหน้าและ ให้เธอเดินตามเขาไปที่ห้องโถงที่เป็นพื้นที่ของห้องอาหารในโรงแรม เมื่อนั่งลงเรียบรอยเธอจึงเอ่ยถามเขาอีกครั้ง

" คุณมีอะไรที่อยากจะให้ฉันช่วยเหรอคะ "

" ผมอยากจะให้คุณตามไปกับผมถ้าคุณอยู่คนเดียวที่นี้ผมคิดว่ามันอาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับคุณที่จะอยู่ที่นี้เพียงลำพังในโรงแรมแห่งนี้ ผมจะออกไปสำรวจที่ด้านนอก " ในที่สุดโอกาสก็มาถึงแล้ว! ฉันไม่มีทางอยู่คนเดียวอยู่แล้วล่ะ ใครจะโง่อยู่รอให้พวกที่หนีตายเข้ามาเจอเธอที่นี้ ไม่มีทางยะ!

" ได้สิค่ะ แต่ว่า…ฉันต่อสู้ไม่เป็นนะคะ " ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะต่อสู้เป็นอยู่แล้ว ต่อให้พาเธอไปด้วยแล้วจะลำบากมากกว่าเดิมก็ไม่เป็นไร เขารู้สึกไม่ว่างใจที่ให้เธออยู่ที่นี้คนเดียว

" อืม ผมรู้ดูจากรูปร่างของคุณแล้วไม่น่าจะต่อสู้เป็นอยู่แล้วนิครับ " นะ นี้เขา! ฮึ่ม เขากำลังดูถูกฉันอย่างสุภาพใช่ไหม!?

Episode 3

คิดไม่ถึงเลยนะผู้ชายคนนี้ที่เธอเห็นเขาทำตัวเงียบๆ และมีนิสัยก็เย็นชาซะขนาดนั้น ใครจะไปคิดกันเหล่าว่าเขาจะเป็นคนที่ร้ายกาจได้มากขนาดนี้กัน! นี้เขาเดินฆ่าซอมบี้ตาไม่กระพริบเลยด้วย! มือเล็กจับกระชับไม้เบสบอลในมือเอาไว้แน่นพยายามกดน้ำหนักเท้าของตัวเองให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี้ฉันไม่ได้ตั้งท่าจะสู้นะ น้ำหน้าอย่างฉันเนี่ยนะจะไปสู้ใครเขาได้กัน ยิ่งซอมบี้เหล่านี้อีก ไม่มีทางพาตัวเองไปเป็นอาหารมือเที่ยงของพวกซอมบี้นั้นแน่นอน!

ก่อนหน้านั้นพวกเธอได้เดินทางออกมาจากโรงแรมที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อไปหาเสบียงอาหารและน้ำเก็บเอาไว้กินเพราะถ้าชักช้ารออีกหน่อยก็คงจะไม่มีของอะไรเหลือมาถึงให้พวกเขาได้เก็บอีกแล้วละนะ สถานที่แรกที่ได้ไปก็คือร้านขายอุปกรณ์กีฬาและร้านเสื้อผ้าที่อยู่แถวนั้น พวกเราได้กระเป๋าสะพายมาคนละสองใบ ส่วนเธอก็ได้ไม้เบสบอลมาด้วยอันหนึ่งตอนที่เดินไปดูที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ส่วนหมิงเฉินเขาก็มีอาวุธไว้ในมืออยู่แล้ว จึงเอาแต่กระเป๋าและเสื้อผ้าสองสามชุดเท่านั้น เธอก็ได้เสื้อผ้ามาสามชุดเช่นกัน แน่นอนว่ามันต้องมีพนักงานซอมบี้อยู่ในนั้นด้วยแต่ก็ถูกหมิงเฉินฆ่าจนหมด พวกเราได้ไปสำรวจมาหลายที่เหมือนกัน แล้วก็ได้ของติดไม้ติดมือมาไม่น้อยเลย แถมของที่เธอขาดไม่ได้ก็คือของใช้ส่วนตัวนั้นเอง ระวางทางก็ถูกเขาแตะอั้งอีกด้วย อุ้ย ก็แหม… ก็การกระทำนั้นมันมาจากการช่วยเหลือเธอก็เถอะ แต่กอดบ่อยๆ เกินไปมันก็ไม่ดีต่อใจของฉันเอาซะเลยฮือ หัวใจของฉันมันบางมากเลยนะ แต่ฉันก็ไม่ได้เสียใจหรอก กลับกัน ฉันรู้สึกยินดีมากอ่ะ!…

" คุณ- "
ชู้ว…

" เซียวเหมยคุณรีบเข้าไปแอบในตรอกด้านข้างนั้นก่อนเร็ว! " น้ำเสียงที่กดให้ต่ำและเบาหวิวจากชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้าเธอตอนนี้ดังขึ้นมาเบาๆ เกิดอะไรขึ้น! ข้างหน้าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ต่อให้อยากรู้แค่ไหนแต่เธอก็รีบเข้าไปแอบตรงซอกกำแพงตามที่ชายหนุ่มบอกอย่างเชื่อฟัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ล่ะก็เธอไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย เวลานี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีเขาจะได้ไม่ต้องกังวลหน้าพะวงหลัง

" คุณ…ระวังตัวด้วยนะ " เธอมองไปที่เขาอย่างเป็นห่วง เขาต้องเห็นอะไรที่ไม่หน้าดูอยู่ข้างหน้านั้นแน่ไปเลย มันคืออะไรกัน? สามารถทำให้นายตำรวจผู้เก่งกาจและเด็ดเดียวอย่างเขามีสีหน้าเป็นกังวลได้ขนาดนี้มันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่แล้ว…

ถ้ากะจากระยะที่พวกเขากำลังแอบดูอยู่ตอนนี้ก็ประมาณสองร้อยเมตรน่าจะได้ ภาพที่หมิงเฉินเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือภาพของฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ พวกมันกำลังร้องคำรามตลอดเวลาแต่ไม่ได้เดินออกไปไหน บางตัวก็ตัวบิดไปบิดมามันเหมือน… หนอนที่กำลังโดนแดดเผา!

" ทำไมผีดิบพวกนี้มันแปลกๆ! " ชายหนุ่มพิมพัมเบาๆ สายตาจ้องมองไปข้างหน้าเงียบๆ
แขนขาของซอมบี้ตัวหนึ่งบิดหงอไปมาดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก ซอมบี้ตัวหนึ่งล้มลงไปนอนกับพื้นถนน แต่ตัวของมันก็ยังบิดหงอผิดรูปร่าง เนื้อของมันค่อยๆ ปูดบวม ถ้าสาวน้อยที่อยู่ข้างหลังเขาได้มาเห็นคงจะได้อาเจียนเอาอาหารที่กินไปเมื่อเช้าออกมาหมดไส้แน่ๆ

" เกิดอะไรขึ้นอยู่ข้างหน้านั้นกันแน่เหรอคะคุณ "

เสียงหวานดังขึ้นมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับมามองหญิงสาวแต่ก็ยังพูดบอกเล่าเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นให้เธอฟังเสียงเบา

" อืม ข้างหน้านี้ผมเห็นซอมบี้กลุ่มหนึ่ง แต่มันแปลกมาก " เมื่อเขาเล่ามาถึงตรงนี้เธอจึงรู้สึกสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

" แปลกยังไงเหรอคะ? " ชายหนุ่มจึงเริ่มเล่าต่อ

" แปลกตรงที่ตัวของพวกมันบิดไปบิดมาผิดรูปนะสิ แล้วพวกมันก็ไม่ยอมเดินไปไหนมั่วซั่วเหมือนพวกซอมบี้ตัวอื่นๆที่เราเจอก่อนหน้านี้ แต่พวกมันกลับยังอยู่กับที่เป็นฝูง? " ห๊ะ! บิดหงอผิดรูปนี้มัน! มันร่วมตัวเป็นกลุ่มเหรอ? นี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกละเนี่ย! ทำไมเวลาอันตรายมันเข้ามารวดเร็วขนาดนี้ล่ะ! น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว นี้มันผิดจากในนิยายที่เธอเขียนไปไกลแล้ว! ทำยังไงดี มันไม่ควรจะอัพเกรดเร็วขนาดนี้! นี้มันผิดเพียนจากเนื้อเรื่องเกินไป! คิดสิคิด! แต่ก่อนอื่นพวกเธอต้องรีบหนีออกไปจากที่นี้โดยเร็วที่สุดซะก่อน

" ค คือคุณเยี่ย! ไม่สิ พี่หมิงเฉิน! พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี้เดี๋ยวนี้เลย ไม่อาจชักช้าไปมากกว่านี้ได้แล้วเร็วเข้า! " ถ้ามีซอมบี้ที่รับรู้กลิ่นได้เร็วในฝูงนั้นด้วยละก็พวกเธอต้องแย่แน่ๆ หมิงเฉินตกใจกับเสียงที่สั่นเครือและความหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของหญิงสาว ไม่รู้ว่าเขาเดินไปยืนอยู่ข้างๆ คนตัวเล็กตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาทั้งๆ ที่ตัวเขานั้นไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน…

" ได้! ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบออกไปจากที่นี้กันเถอะ " ชายหนุ่มเดินเข้าไปจับมือเล็กแล้วพากันวิ่งออกไปจากตรงนั่นจึงทำให้รู้ว่ามือเล็กๆนี้สั่นไม่หยุด เขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของพวกซอมบี้เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีแน่ๆไม่มากก็น้อย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องมาสอบถามเธอในตอนนี้ เขาจึงบีบกระชับมือเล็กอย่างปลอบโยน พวกเขาทั้งสองรีบวิ่งออกไปเงียบๆ ตอนนี้ตามถนนไม่ค่อยมีซอมบี้โผล่ออกมาเพราะถูกชายหนุ่มฆ่าไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงทำให้พวกเขาออกเดินทางได้อย่างสะดวก เธอได้คุยตกลงกับพี่หมิงเฉินตั้งแต่อยู่ในโรงแรมแล้วว่าพวกเขาไม่ควรที่จะรออยู่ในโรงแรมแห่งนั้น เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าอันตรายมันจะมาถึงเมื่อไหร่ จึงตกลงกันว่าจะต้องเดินทางออกจากเมืองกวางโจวแห่งนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราในวันข้างหน้าในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยซอมบี้ที่อัพเกรดแล้วแล้วมากมายอาศัยอยู่ และถ้ามีมนุษย์คนไหนเดินเสล่สล่าเข้ามาเพียงลำพังคนผู้นั้นก็จะกลายมาเป็นอาหารให้กับซอมบี้น่ากลัวเหล่านั้นทันที่

พวกเธอได้ออกสำรวจและเก็บเสบียงอาหารมาได้เยอะพอสมควรแล้วเลยไม่ต้องมากังวลกับเรื่องนี้ แต่พวกเราต้องไปหารถสักคันที่โชว์รูม ถ้าไม่มีรถก็ไม่สามารถไปที่ชานเมืองในวันนี้ได้แน่ เพราะฉะนั้นพาหนะอย่างรถยนต์คือสิ่งสำคัญมากในตอนนี้

และในที่สุดยอดพวกเราก็ได้มาเจอโชว์รูปขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองกวางโจวแห่งนี้ แต่ทำไมมันเงียบจัง อย่างน้อยก็ควรมีซอมบี้หนึ่งหรือสองตัวสิ?

หมิงเฉินเปิดประตูกระจกออกอย่างแผวเบาทั้งสองค่อยๆเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง สายตาก็มองสำรวจรอบๆ ไปด้วย แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความเงียบในโชว์รูมแห่งนี้

" พวกคุณกำลังหารถที่มีกุญแจใช่ไหม? "

อะ!

ฟุบ พรึบ!

" นายเป็นใคร! เข้ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง? หรือว่านายตามพวกเรามา " หมิงเฉินรีบยกปืนในมือขึ้นมาขู่ชายหัวแดงที่ออกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขาทันที และดันร่างบางให้เข้าไปยืนอยู่ที่ด้านหลังของตัวเองทันที

" เห้ย! เดี๋ยวก่อนสิ! วะ ว่างปืนลงก่อน พวกคุณใจเย็นๆสิ ผมมาถึงที่นี้ก่อนพวกนายน่ะ! ผมก็มาหารถเหมือนกับพวกนายนั้นแหละ " หมิงเฉินไม่ได้ลดปืนในมือลงแต่อย่างใด เอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นช้า

" นายคงไม่ได้ถูกพวกมันกัดมาใช่ไหม? บอกมา! " ชายหัวแดงรีบพูดอย่างรัวเร็วกลัวว่าชายคนนี้พลั้งเผลอยิงเขาขึ้นมาก็แย่แน่ๆ เขายังไม่อยากตายตอนนี้หรอกน่ะ !

" ผมไม่ได้ถูกพวกมันกัดนะ ผมยินยอมถอดเสื้อผ้าให้พวกคุณดูก็ได้! ผมเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี้ได้สองวันเท่านั้นเอง ผมได้เข้ามาแอบอยู่ในนี้มาโดยตลอดยังไม่ได้ออกไปไหนเลย

ห้ะ! ถอดเสื้อผ้าเหรอเห็นฉันเป็นฝักทองหรือไง! อยู่ที่นี้ตลอดเวลาไม่ได้ไปไหน? แล้วเขากินอะไรล่ะตอนนั้น ไม่หิวแย่เลยเหรอ?

" เฮ้คุณ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ! ผมก็มีอาหารที่เก็บมาเหมือนกันน่ะ! " ชายหัวแดงที่ยังไม่รู้ชื่อโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของสาวน้อยคนงามที่ยืนอยู่ข้างหลังชายหน้านิ่งชะโงกหน้ามองมาที่ตัวเขาแบบแปลกๆ นายรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่!

" เออ…แหะๆ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย " เขาไม่เชื่อ สีหน้าของเธอแสดงออกมาหมดแล้วนะสาวน้อย

" สีหน้าของคุณมันฟ้องอยู่น่ะ ไม่รู้ก็บ้าแล้วครับ " หมิงเฉินไม่พอใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพูดคุยกับชายแปลกหน้าคนนี้

" อะแฮ่ม! นายไม่ได้ถูกกัดก็ดีแล้ว ฉันคงไม่มีเวลามาสนทนากับนาย ฉันต้องการพาหนะเพื่อเดินทางไกล และฉันก็รีบมากด้วย " โอ๊ะ โอ๋ นี้คงจะเป็นคำพูดที่ยาวที่สุดของเขาที่พูดกับคนอื่นยกเว้นเธอละมั้งตั้งแต่เธอได้พบกับเขามา หรือเปล่า?

" ผมขอไปกับพวกคุณด้วยได้ไหม? รับรองว่าผมนะมีประโยชน์ต่อพวกคุณแน่นอน! " เธอมองสำรวจชายหัวแดงเงียบๆ ดูเหมือนเขาจะมีนิสัยที่ร่าเริงแจ่มใส? แต่ก็ดูเหมือนว่าจะพูดมากเป็นพิเศษรึเปล่านะ?

" พี่คิดว่ายังไงพี่หมิงเฉิน จะให้เขาตามไปกับพวกเราด้วยรึเปล่า? " เขารู้สึกไม่ชินกับคำเรียกชื่อของเขาที่เปลี่ยนไปของเธอเลยจริงๆ เขารู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนทุกครั้งที่ได้ยินเธอเรียกเขาว่าพี่หมิงเฉิน โชคดีจริงๆ ที่เขามีผิวสีแทนไม่อย่างนั้นคงเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขากำลังหน้าแดงเพราะเขิน! อึก! นี้เขากำลังป่วยเหรอ? หรืออากาศมันร้อนเกินไป? เหมือนไม่ใช่ตัวเขาเลย บ้าจริง!

" พี่ พี่หมิงเฉิน! "

" อะ อืม มีอะไรเหรอ ทำไมเรียกพี่เสียงดังขนาดนี้ " อ้ายย ตายแล้วๆ เขาแทนตัวเองว่าพี่ด้วยล่ะ โอ้ย เขินจัง!

" ก็พี่ยืนเหม่อลอยตั้งนานเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน ก็เลยต้องตะโกนแบบนี้ "

" สรุปแล้วให้ผมไปด้วยเถอะนะ ผมขอร้องนะครับ ผมไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ " ชายหัวแดงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้ามอง

" อืม ได้! แต่นายต้องช่วยฉันดูแลเซียวเหมย " เฮ้ ฉันไม่ได้เป็นคนอ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อยนี้! ตาบ้านี้พูดคำนี้ออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ได้ยังไง ฮึ่ม!

" ไม่มีปัญหาอยู่แล้วละครับ ผมยินดีมากที่จะดูแลน้องสาวของคุณอย่างดี " พูดจบก็ขยิบตาให้กับสาวน้อยที่หนึ่งแล้วจึงแนะนำชื่อของตัวเองให้กับทั้งสสองหมิงเฉินมองชายหน้าแดงอย่างไม่พอใจ เซียวเหมยเป็นน้องสาวเขาที่ไหนกัน! เขายังไม่ได้แก้ความเข้าใจผิดนี้เลย ชายตรงหน้าก็พูดขึ้นมาซะก่อน

" ผมเซี่ยวหลียาง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ " ห๊ะ! อะไรนะ! นี้ฉันตกใจมากี่ครั้งแล้วน่ะวันนี้ หลียาง… นี้มันจะบังเอิญเกินไปมั้ง? เซี่ยวหลียาง นักฆ่าในโลกมืดที่เป็นตัวละครที่อันตรายที่สุด! ถ้าเธอไม่รู้มาก่อนละก็…เธอคงจะคิดว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลาแน่ๆ นี้โง่รึเปล่าเนี่ย! ใครจะมาอารมณ์ดีในวันที่โลกมันแตกด้วยล่ะ! เหอะๆ นี้มันไม่ปกติเลยชัดๆ!

" เยี่ยหมิงเฉิน " สามเณรกลับมาล่ะ ประหยัดไปป่าวค่ะคุณพี่ เมื่อกี้ยังพูดประโยคยาวๆได้อยู่เลยแท้ๆ

" ฉันเซียวเหมย " เธอรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาเลย ต่อหน้าคนโหดหน้าซื่อไม่ให้กลัวได้ยังกัน ก็นะ คนที่ฆ่าคนได้ด้วยรอยยิ้มอย่างสนุกสนานแถมก่อนฆ่ายังทรมานก่อนฆ่าอีกด้วย! ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว

" ว้าว นามสกุลของพวกเราคลายๆกันมากเลยนะครับ ช่างดีจริงๆ " ดีกับผีนะสิ! นั้นใช่นามสกุลที่ไหนกัน เธอได้แต่คิดในใจอะนะ

" เอาล่ะ พวกเรารีบไปหารถกันเถอะ ถ้ายังจะชักชาอาจจะไปสายก่อนฟ้าจะมืดซะก่อน " หมิงเฉินพูดตักเตือน เพราะเวลาเดินทางในตอนกลางคืนจะเป็นอันตรายมากเกินไปในตอนนี้ เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วันทั่วทั้งประเทศก็เต็มไปด้วยซอมบี้มากมายขนาดนี้แล้ว

" ผมมีรถที่เหมาะสมกับการเดินทางด้วยนะ สนใจไปดูก่อนไหม? " หมิงเฉินพยักหน้าตกลง พวกเขาเลยเดินตามหลียางไปดูรถที่ว่า มันเป็นรถอเมริกาออฟโรดคันสีดำนั้นเองมันดูเท่ห์มาก!

" ในเมื่อมีรถแล้วพวกเราเตรียมตัวเถอะ ต้องไปเเก็บน้ำมันที่ปั๊มด้วย " ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหมิงเฉิน ตอนนี้น้ำมันรถก็สำคัญร่วมทั้งอาหารที่ต้องไปหามาเพิ่ม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้สามารถใช้ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น

หลังจากตกลงว่าเราสามคนจะร่วมเดินทางมาด้วยกัน พวกเราก็พากันไปหาเสบียงตามร้านค้ารอบๆจนได้มาเยอะพอสมควร แต่พวกเธอก็เสียเวลาอยู่ในเมืองนี้ตั้งสองวันเลย วันนี้ก็ได้เวลาออกเดินทางสักที่ ทั้งสามคนรีบขึ้นรถทันที แน่นอนว่าคนที่รับผิดชอบเป็นคนขับรถก็คือหลียางนั้นเอง ส่วนหมิงเฉินนั่งข้างหน้าเป็นเพื่อนคนขับ ส่วนเธอก็นั่งที่เบาะข้างหลังพร้อมกับเสบียงอีกมากมายที่ไปเก็บมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนหน้านี้ร่วมทั้งมีเมล็ดพันธุ์อีกจำนวนหนึ่งที่เธอได้เก็บไปด้วยเพื่อมันจะมีประโยชน์กับพวกเธอในอนาคต พวกเราขับรถออกจากเมืองกวางโจวแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกทันที

" ใกล้จะมืดแล้วพวกเราหาที่พักแถวๆนี้ก่อนเถิดถ้าเดินทางในเวลามืดค่ำแบบนี้อาจจะเป็นอันตรายได้ " หมิงเฉินพูดขึ้นเมื่อรถได้ขับเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่นอกเมือง ไม่รู้ว่าที่นี้เป็นตำบลอะไร เพราะมันเป็นทางผ่านนั้นเอง คืนนี้พวกเขาน่าจะพักที่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางต่อก็แล้วกัน

" อืม หมู่บ้านเล็กๆ นี้ซอมบี้ไม่ค่อยมีเยอะเท่าไหร่นะ " หลียางพูดออกมาเบาๆ เมื่อขับรถเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้

" ใช่ ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนที่หมู่บ้านแห่งนี้มีคนน้อยมากอาศัยอยู่ที่นี้ แหละอาจจะมีแต่คนชราอีกด้วย " ในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเป็นบ้านที่อยู่หางไกลจากบ้านหลังอื่นๆ มาก เมื่อเดินเข้าไปสำรวจด้านในก็จะเห็นว่ามีห้องสองห้องนอน สองห้องน้ำและห้องนั่งเล่นหนึ่งห้องครัว แถมบ้านก็สะอาดดีไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำความสะอาดก่อนพักเลย

" เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเย็นเอง พวกคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ " เอ้…ทำไมรู้สึกเหมือนภรรยาบอกสามีเลยล่ะ เธอคงจะคิดไปเองแหละ!? ทำไมต้องพูดประโยคนี้ออกไปด้วยนะ ตอนนี้แก้มของเธอร้อนมากเลย งื้อ…

" หึ …" ทั้งสองยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี

ณ ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านซ้วยหนาน

คนกลุ่มหนึ่งเดินเท้าเข้ามาใกล้ประตูทางเข้าหมู่บ้าน พวกเขามองไปรอบๆ อย่างระวาดระแวง ในมือของพวกเขาถืออาวุธคนละชิ้น

" เห้ย! แกเข้าไปดูก่อนดิ แล้วพวกฉันจะระวังหลังให้ " ชายหนุ่มแม่มปาก ทำไมต้องเป็นเขาอีกแล้ว! เขาได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนฝืนทน ในใจรู้สึกไม่ยินยอม! แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มีพี่สาวก็เหมือนไม่มี! กลัวตายจนยอมพลีกายให้กับพวกสารเลวนั้น! น่าขยะแขยงสิ้นดี!

" พี่หยงอย่าไปดุน้องชายของฉันมากไปสิค่ะ เขายังเด็กอยู่เลย " เสียงที่ดัดให้หวานหยดย้อยจนน่าขนหัวลุกพูดขึ้น ชายที่ถูกเรียกว่าพี่หยงจึงพยักหน้ารีบรับปากสาวงามในอ้อมแขนของตน

" ได้พี่จะให้คนของพี่ไปกับมันด้วยก็แล้วกัน "

เด็กหนุ่มมองทั้งสองอย่างรังเกียจคิดว่าพูดแบบนั้นแล้วเขาจะสำนึกในบุญคุณหรือไง! ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด! ถ้าไม่ใช่พวกสารเลวสองคนนี้แม่ของเขาก็จะไม่ตายอย่างน่าอดสูแบบนั้น! ในแววตาของเขามีแต่ความดำมืดอาขาตแคน!

ณ บ้านหลังน้อยท้ายหมูบ้าน

" นี้ ดูเหมือนว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในหมู่บ้านนี้เหมือนกัน " หลียางรีบพูดขึ้นมาเมื่อเขานั่งลงที่โซฟา ถ้าเขาไม่ได้ออกไปสำรวจหมู่บ้านนี้ก็คงไม่มีทางได้รู้แน่

"อืม อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว เรารอดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้ามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นพวกเราค่อยมาจัดการกับปัญหาตรงหน้านี้ก็ไม่สาย ตอนนี้เราอย่าให้พวกมันมาเจอกับพวกเราทึ่นี้ก็พอ "

" มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่าทำไมพวกคุณดูเคร่งเครียดกันจัง ช่างเถอะ!อาหารสุกแล้ว รีบมากินตอนที่มันยังร้อนดีกว่าน่ะเดี๋ยวถ้ามันเย็นแล้วจะไม่อร่อย " เดี๋ยวอีกหน่อยก็ไม่มีอาหารอร่อยๆ แบบนี้ให้กินแล้ว… พวกเขาจึงเดินไปที่โต๊ะอาหาร เมื่อนั่งลงเรียบร้อยหมิงเฉินจึงเล่าสถานการณ์ด้านนอกให้สาวน้อยได้รู้

" แล้วพวกเราควรจะทำยังไงกับคนกลุ่มนั้นดีล่ะคะ "

" ตอนนี้พวกเราควรจะอยู่เฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวผมจะออกไปสืบดู แล้วเราค่อยมาคิดกันอีกที่หลังจากผมกลับมา "
หลี่ยางพูดขึ้นมาด้วยเสียงเคร่งขรึม ถ้าไม่ระวังตัวเอาไว้ก่อนละก็อันตรายอาจจะมาถึงตัวพวกเขาในไม่ช้านี้แน่ เพราะโลกนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้วยังไงล่ะ…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...