โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลงทุนในกอง REIT ปี 2567

Stock2morrow

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 07.21 น. • Stock2morrow
ลงทุนในกอง REIT ปี 2567

REIT (Real Estate Investment Trust) คือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน้าที่หลักของกองนี้คือ เข้าไปบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอสังหาฯนั้นอาจจะเป็น อาคารสำนักงานให้เช่า คลังสินค้าให้เช่า โรงงานให้เช่า ห้างสรรพสินค้าที่มีรายได้จากการแบ่งพื้นที่เช่าเพื่อการค้าขาย ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการที่ให้ผู้จัดงานเช่าพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่ารายได้ที่เข้ามามักจะเป็น “ค่าเช่า” แล้วกองทรัสต์ก็จะนำผลกำไรที่ได้มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับนักลงทุนบางครั้งนักลงทุนจะจับกลุ่มกอง REIT ด้วยกันกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน(IF : Infrastructure Fund) ด้วย เพราะมีลักษณะการลงทุนคล้ายกัน มีกระแสรายรับสม่ำเสมอคล้ายค่าเช่า ตัวอย่างเช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากค่าตั๋วรถไฟฟ้า กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากค่าผ่านทางด่วน กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากค่าเช่าเสาโทรคมนาคม และค่าเช่าไฟเบอร์ออฟติก เป็นต้น

REIT มีหลักการเลือกลงทุนอย่างไร ดูยังไงว่าน่าสนใจไหม?

หลักการเลือกลงทุนที่สำคัญที่สุด คือ คุณภาพของสินทรัพย์ที่กองREIT เข้าไปลงทุน โดยดูจากความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากค่าเช่าบนอสังหาฯของกองREIT นั้นๆ ต้องสม่ำเสมอ สินทรัพย์มีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ที่สูง ผู้เช่ามีความมั่นคง มีอัตราการต่อสัญญาเช่าสูง หากกอง REIT สามารถขึ้นราคาค่าเช่าพื้นที่ได้ด้วย ยิ่งแสดงถึงความยอดเยี่ยมของสินทรัพย์ในกอง นั่นก็จะยิ่งทำให้มูลค่าของกอง REIT มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังคือ อายุของสินทรัพย์ในกองREIT กรณีแบบ Leasehold ที่เป็นสิทธิการเช่าแบบมีอายุ หากใกล้ช่วงสิ้นสุดอายุสิทธิการเช่าของสินทรัพย์ในกองบางส่วน หรือทั้งหมด จะทำให้ราคากองREIT นั้นผันผวนสูงมาก ลองดูการเคลื่อนไหวของราคา กองREIT ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในช่วงปี 2566 ที่ผ่านมาเป็นกรณีศึกษา ที่มีการพิจารณาการต่ออายุสิทธิการเช่าของ ห้างในกองREIT ถึง 2 สาขา ที่เป็นสาขาทำเงินหลักของกองทุน ทำให้ราคาของกองREITปรับตัวลดลงได้มากถึง -42.5% ภายในปีเดียว

นอกจากนี้ ยังดูจากอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ต้องสม่ำเสมอ จ่ายทุกรอบการจ่ายที่กองเคยทำได้ เช่น ปีละสี่ครั้ง และที่สำคัญควรจะให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก(ไม่งั้นก็ไม่คุ้มค่าความเสี่ยงที่มาถือกองREIT) และควรมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 5-8% ต่อปี

นักลงทุนที่ลงทุนในกองREITช่วงสองปีที่ผ่านมา จะพบว่าผลตอบแทนติดลบค่อนข้างหนัก ซึ่งปัญหามาจาก 2 ส่วนหลัก คือ

  • ผลกระทบที่ยังหลงเหลือมาจากโควิด-19 ซึ่งกองREIT แต่ละประเภทอาจจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันออกไป แต่โดยภาพรวมแล้ว กองREIT ในประเทศไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นกองREITอาคารสำนักงาน (นโยบาย Work From Home) กองREITห้างสรรพสินค้า(ลดค่าเช่าช่วยเหลือผู้ค้า ผู้เช่าลดลง) กองREITโรงแรม (ผู้เข้าพักยังไม่ฟื้นกลับมาเท่ากับก่อนโควิด) กองREIT ศูนย์แสดงสินค้า (การจัดงานนิทรรศการยังไม่กลับมาหนาแน่นเท่าช่วงก่อนเกิดโควิด) ฯลฯ ทำให้ความสามารถในการผลิตกระแสเงินสดของแต่ละกองลดลงไป
  • ผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) เป็นขาขึ้นมา 2 ปี (2565-66) สิ่งนี้กระทบต่อมูลค่าของกองREIT ในช่วงที่ผ่านมาอย่างรุนแรง เพราะในเชิงการวัดมูลค่าด้วยอัตราคิดลด(discount rate) ที่สูงขึ้นย่อมทำให้มูลค่ากองREIT ลดลง นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ลงทุนเอง หากลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างเช่น พันธบัตรสหรัฐได้ผลตอบแทนสูง 4-5% ในขณะที่หุ้นกู้เอกชนของไทยที่ Investment Grade ก็เสนอผลตอบแทนให้ในระดับ 4-5% เช่นกัน ทำให้นักลงทุนคาดหวังส่วนชดเชยความเสี่ยงที่มากขึ้น ทำให้ราคาของกอง REIT จะต้องลดลงมา เพื่อให้ Dividend Yield สูงขึ้นในระดับ 6-8% จึงจะเริ่มน่าสนใจในการลงทุน

กองREIT แตกต่างจากหุ้น … ในกรณีหุ้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ผลประกอบการจะดีขึ้น กำไรต่อหุ้นมักจะเพิ่มขึ้นตาม แม้ Bond Yield สูงขึ้น แต่หาก Earning Growth สูง ก็ยังสามารถลงทุนได้

แต่กอง REIT เป็นธุรกิจที่มีรายได้ค่อนข้างคงที่ กระแสเงินสดค่อนข้างนิ่ง นักลงทุนคาดหวังกระแสเงินสดรับจากเงินปันผลที่แน่นอน เมื่อ Bond Yield สูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อมูลค่ากอง REITs อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนจะถูกย้ายไปหาสินทรัพย์อื่นที่มีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนสูงกว่า

  • สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว กองREIT ยังคงเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ด้วยผลตอบแทนในอนาคตที่ค่อนข้างสม่ำเสมอในรูปแบบเงินปันผล ราคาของกองREIT ที่ปรับลดลงมามากในปีที่ผ่านมาช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว

  • ส่วนในระยะสั้น ภายในปี 2567 น่าจะเห็นการฟื้นตัวกอง REIT อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งโอกาสในการลดลงของ Bond Yield และผลประกอบการจากค่าเช่า ที่จะกลับไปใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด ทำให้เงินปันผลมีโอกาสจะค่อยๆ กลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...