โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยูทูบเบอร์เกาหลีเปิดเผยโฉมหน้า 44 คนที่เคยรุมข่มขืนเด็กหญิงอายุ 14 เมื่อ 20 ปีก่อน แต่กลับย้ำแผลของเหยื่อให้ต้องเผชิญเรื่องนี้อีก

Mirror Thailand

อัพเดต 07 มิ.ย. 2567 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2567 เวลา 08.33 น.
ภาพไฮไลต์

คดีข่มขืนสุดอื้อฉาวเมื่อ 20 ปีก่อน ได้กลับมาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในเกาหลีใต้อีกครั้ง โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีแอ็กเคานต์ยูทูบหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยใบหน้า ตัวตน และหน้าที่การงานของชาย 44 คนที่เวียนกันข่มขืนเด็กหญิงอายุ 14 คนหนึ่งเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เมื่อปี 2004 แต่ ณ เวลานั้นพวกเขายังเป็นเยาวชนจึงรอดพ้นการถูกลงโทษตามกฎหมาย

ผ่านมา 20 ปี พวกเขาก็ยังคงมีชีวิตตามปกติสุข หลายคนมีครอบครัว มีหน้าที่การงานที่ดี การเปิดเผยตัวตนของเหล่าผู้ก่อเหตุในครั้งนี้จึงปลุกความเคียดแค้นของชาวเกาหลีใต้ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หลายคนรู้สึกถึงความอยุติธรรมอย่างรุนแรง

คดีนี้เป็นที่รู้จักในนาม Miryang Case หรือกรณีที่วัยรุ่นชายจำนวน 44 คนในเมืองมีรยัง ประเทศเกาหลีใต้ ได้เวียนกันข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ และทำร้ายร่างกายเด็กผู้หญิงอายุ 14 และลูกพี่ลูกน้องของเธอ พวกเขาแบล็กเมล์และบังคับให้พวกเธอเป็นทาสเซ็กซ์ติดต่อกันเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม จนกระทั่งเรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นและนำไปสู่การดำเนินคดี แต่ผู้ก่อเหตุทั้ง 44 กลับไม่ถูกลงโทษทางกฎหมาย เพราะขณะนั้นพวกเขายังเป็นเยาวชนซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ เลวร้ายกว่านั้นคือทางครอบครัวของผู้ก่อเหตุทั้ง 44 ยังกล่าวโทษไปยังเหยื่อ ว่าเธอทำตัวสำส่อนและเป็นต้นเหตุให้ชีวิตลูกชายของพวกเขาต้องย่ำแย่และมีรอยด่างพร้อย ส่งแรงกดดันไปยังครอบครัวเหยื่อจนไม่สามารถอยู่ภูมิลำเนาเดิมได้

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ฝังอยู่ในใจชาวเกาหลีใต้ไม่ลืมเลือน มีหนังจำนวนหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากเรื่องนี้เพื่อย้ำว่ามีคนที่ยังไม่ได้รับความยุติธรรม และเรื่องนี้จะไม่หายไปจากความทรงจำ

ในปีนี้แอ็กเคานต์ยูทูบดังกล่าวจึงได้ลงมือ “แก้แค้น” และ “ทวงคืนความยุติธรรม” กลับมา ด้วยการเปิดเผยใบหน้าและตัวตนของเหล่าผู้กระทำ ซึ่งได้รับความสนในใจวงกว้าง วิดีโอแต่ละชิ้นมียอดวิวอยู่ที่หลายแสนจนถึงสูงสุด 3.5 ล้านวิว ซึ่งทำให้ผู้กระทำจำนวนหนึ่งในนั้นถูกไล่ออกจากงาน หลายคนถูกประณามและไม่มีที่ยืนในสังคม

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หลายคนรู้สึกสะใจ แต่ในขณะเดียวกัน เรื่องนี้ส่งผลกระทบด้านลบกับคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ถูกดึงมาเอี่ยว รวมถึงส่งผลกระทบต่อจิตใจเหยื่อด้วย

ในทีแรกแอ็กเคานต์ยูทูบดังกล่าวได้เขียนระบุเอาไว้ว่าได้ติดต่อกับครอบครัวเหยื่อทางอีเมลและได้รับอนุญาตให้เผยแพร่เรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่ในภายหลังองค์กร The Korea Sexual Violence Relief Center ที่ดูแลคุ้มครองเหยื่ออยู่ ได้ออกมาเปิดเผยว่าไม่เป็นความจริง เหยื่อเพิ่งรู้เรื่องนี้จากที่มีการโพสต์คลิปวิดีโอแรก และทางองค์กรยังรู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เพราะในแง่หนึ่งมันไม่ต่างจากการทำคอนเทนต์เพื่อเรียกยอดวิว ซึ่งห่างไกลจากความตั้งใจของเหยื่อที่อยากลืมเรื่องนี้และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้ได้มากที่สุด โดยทางองค์กรและเหยื่อร้องขอให้เจ้าของแอ็กเคานต์ลบคลิป แต่ทางแอ็กเคานต์ก็ยังคงเผยแพร่เนื้อหาตามเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากมีการโพสต์คลิปออกไป ก็เกิดการล่าแม่มดไปถึงช่างทำเล็บคนหนึ่ง โดยมีคนกล่าวหาว่าเธอเป็นแฟนของหนึ่งในผู้ก่อเหตุในเวลานั้นจนมีทัวร์ไปลงเธอ ซึ่งในภายหลังได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย จนแอ็กเคานต์ยูทูบต้นเรื่องต้องขอให้ชาวเน็ตเลิกคอมเมนต์ด่าเธอเสีย

เรียกได้ว่านี่เป็นเรื่องราวที่ยากกับความรู้สึก แน่นอนว่าความอยุติธรรมเมื่อ 20 ปีก่อน ทำให้คนจำนวนมากโกรธเกรี้ยวและรู้สึกเจ็บปวดแทน แต่หากความสะใจของสาธารณชนกลับส่งผลกระทบด้านลบกับตัวผู้ถูกกระทำ ซึ่งเป็นคนที่ควรได้รับการปกป้องมากที่สุด ก็ชวนให้ตั้งคำถามอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เจ้าของแอ็กเคานต์ยูทูบกำลังทำอยู่คือการเอาความสะใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยละเลยความรู้สึกของผู้กระทำอยู่หรือไม่ และเมื่อเธอคือคนที่ได้รับผลกระทบเรื่องนี้มากที่สุด ความยุติธรรมควรเกิดขึ้นในรูปแบบใด ก็ควรต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเธอเป็นหลักหรือเปล่า?

อ้างอิง

https://www.koreaboo.com/news/youtuber-exposing-identities-44-gang-rapists-miryang-case-korea/

https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20240606050078

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...