ครม. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงฯ คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พังงา-กระบี่-เกาะพยาม ระนอง
“พัชรวาท” เผย ครม. เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงฯ 3 ฉบับ เพิ่มมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม “พังงา-กระบี่-เกาะพยาม ระนอง” รักษา ฟื้นฟู สมดุลธรรมชาติ!
วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ “เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่” และ “มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในท้องที่ อ.คุระบุรี อ.ตะกั่วป่า อ.ท้ายเหมือง อ.ทับปุด อ.ตะกั่วทุ่ง อ.เกาะยาว อ.เมือง จ.พังงา และ อ.อ่าวลึก อ.เมือง อ.เหนือคลอง อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา จ.กระบี่” เนื่องจากประกาศกระทรวงฉบับเดิมจะสิ้นอายุการใช้บังคับในวันที่ 31 มีนาคม 2568 จึงมีความจำเป็นต้องออกประกาศกระทรวงฯ ฉบับใหม่เพื่อให้มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่ปรับปรุงแก้ไขมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน โดยผ่านการรับฟังความเห็นจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำมาจัดทำร่างประกาศกระทรวงฯ
นอกจากนี้ ครม. ยังได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงฯ อีก 1 ฉบับ เรื่อง “มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่หมู่เกาะพยาม อ.เมืองระนอง จ.ระนอง” เนื่องจากหมู่เกาะพยาม ประกอบด้วย เกาะพยาม เกาะขาม และเกาะนุ้ย มีพื้นที่ 1.5 พันไร่ เป็นแนวปะการังน้ำตื้นสภาพดีปานกลาง หญ้าทะเลค่อนข้างสมบูรณ์ พบสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์เป็นครั้งคราว แต่พบว่ามีการตายของปะการังบางส่วน เนื่องจากมีการประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวทะเล ทำประมง การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ปัญหาการทิ้งขยะ น้ำเสียจากชุมชน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แนวปะการัง แหล่งหญ้าทะเล สัตว์น้ำวัยอ่อน และคุณภาพชายหาด จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องกำหนดพื้นที่ให้ใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาทิ ห้ามทิ้งขยะ ปล่อยน้ำเสีย ตะกอน การท่องเที่ยวดำน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง รวมทั้งการทิ้งสมอเรือ การให้อาหารสัตว์น้ำ การทำประมง การขุดหรือถมทะเล การจับหรือครอบครองปลาสวยงาม ซึ่งมาตรการดังกล่าวไม่ให้ใช้บังคับกับพื้นที่ราชการ เช่น กองทัพเรือ การปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การศึกษาและวิจัยทางวิชาการ หรือเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ
“เมื่อประกาศกระทรวงฯ ทั้ง 3 ฉบับ ได้รับการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว เชื่อมั่นว่าจะช่วยป้องกัน สงวน บำรุงรักษา และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม แหล่งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมที่มีคุณค่าในพื้นที่ให้คงอยู่ได้อย่างสมดุลตามธรรมชาติ และคงความสมบูรณ์ยั่งยืน ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ทำให้เกิดรายได้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กลับมามีความสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล คงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เพิ่มรายได้กิจการประมงท้องถิ่น เป็นการบริหารทะเลและชายฝั่งให้เกิดความยั่งยืน” พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว
ที่มา
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/83620…”%20เผย%20ครม.