"อัจฉริยะ" พาผู้เสียหาย แจ้งความ ผกก.เมืองสุพรรณฯ ปล่อยเงินกู้ คิดดอกเบี้ยโหด
"อัจฉริยะ" นำตัวแทนผู้เสียหาย แจ้งความ ผกก.สอบสวนเมืองสุพรรณบุรี หลังพบปล่อยเงินกู้ คิดดอกเบี้ยโหด
วันที่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 10.00 น. ที่ หน้ากองปราบปราม (ปอศ.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์นำตัวแทนชาวบ้านจังหวัดอุบลราชธานี พาตัวแทนผู้เสียหาย 2 ราย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญารองผกก.สอบสวนเมืองสุพรรณบุรีกับภรรยาปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 5-7 ต่อเดือนและยึดรถไปโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย โดยมีลูกหนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ราย ที่เป็นหนี้รองผู้กำกับสอบสวนนายนี้ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทโดยนายอัจฉริยะ ระบุว่า ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ. เมืองสุพรรณบุรีร่วมกับภรรยาปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 3.7% ต่อเดือน ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดพร้อมที่จะชดใช้หนี้เพียงแต่ว่าต้องเป็นระบบขั้นตอน
ซึ่งผู้เสียหายมีการจ่ายเงินไปแล้ว 5 ล้านบาท หากไม่รวมดอกเบี้ยถือว่าจ่ายเงินต้นไปครบแล้ว ซึ่งลูกหนี้ผู้เสียหายเล่าให้ตนฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้มีการทำสัญญาเงินกู้แต่อย่างใด แต่ภายหลังมีการบังคับให้ทำสัญญาเงินกู้โดยระบุยอดกู้ตามจริง ทั้งที่ลูกหนี้ได้มีการชำระเงินต้นบางส่วนไปแล้ว จึงเหมือนกับถูกเอาเปรียบให้เป็นหนี้ใหม่อีกครั้ง โดยที่ไม่ได้รับเงินกู้ ซึ่งลูกหนี้คนใดไม่ทำตาม ก็จะโพสต์ประจานในโซเชียล และถ่ายรูปบ้านของลูกหนี้ส่งไปทางไลน์ โดยข่มขู่ว่า รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน ว่าง ๆ จะไปเยี่ยม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้ รวมถึงเงินที่นำมาปล่อยเชื่อว่าไม่น่าจะถูกต้องเท่าไหร่ เพราะลำพังแค่ผู้กำกับสอบสวนไม่น่าจะมีการปล่อยเงินกู้ได้เกิน 10 ล้านบาท จึงพาผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองเงินกู้นอกระบบ บก.ปอศ.
ส่วนรองผู้กำกับการสอบสวนนายนี้ ไม่เคยไปทำงานที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนมกราคม ปึ 2566 หลังจากได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายจากระดับสารวัตร บก.สอท.3 มาขึ้นตำแหน่งเป็นรองผู้กำกับการที่ สภ. เมืองสุพรรณบุรี โดยอ้างว่าเป็นชุดทำงานของ พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ จึงมีการทำเรื่องขอไปช่วยราชการ
ทั้งนี้นายอัจฉริยะ ได้ระบุอีกว่า จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่า มีการทำหนังสือขอไปช่วยราชการจริง แต่เป็นครั้งคราวเท่านั้น ถือเป็นการเอาเปรียบตำรวจเพื่อร่วมงานเนื่องจากตำแหน่งพนักงานสอบสวนจะมีเงินเบี้ยให้ต่างหาก อีกทั้งในสัปดาห์หน้าตนจะไปร้องขอความเป็นธรรมกับ บก.ปปป. ให้ดำเนินการกับรองผู้กำกับสอบสวนนายนี้ และให้ตรวจสอบคำสั่งช่วยราชการดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับพลตำรวจเอก ไกรบุญ อีกคดีด้วย