โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทวงหนี้ค่าห้องเช่าไม่ได้ ยกหม้อน้ำมันร้อนๆ สาดเข้าหน้าเด็ก 2 ขวบ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 08.20 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(20 พ.ค. 67) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาน้องบี(นามสมมติ)เด็กหญิง 2 ขวบ พร้อมนางเอ(นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้เป็นแม่ และนางซี(นามสมมติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นยาย เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ยันฮี หลังจากที่ทั้ง 3 ได้รับบาดเจ็บจากน้ำมันลวก

โดยนางเอและน้องบี ได้รับบาดเจ็บใบหน้า ลำคอ หน้าอก แผ่นหลัง และตามลำตัว มีบาดแผลพุพอง บางส่วนผิวหนังลอกออกจนเห็นผิวหนังชั้นใน ส่วนนางซีบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนซ้าย ซึ่งผู้กระทำเป็นหญิงอายุ 49 ปี ผู้ดูแลหอพักที่ทั้ง 3 เช่าอยู่ เกิดบันดาลโทสะเพราะทวงค่าเช่าไม่ได้ เลยยกหม้อน้ำมันสาดใส่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณซอยสาทร 17 กทม.

นางเอเล่าทั้งน้ำตาว่าช่วงเที่ยงวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกสาวไปหายายที่ห้องเช่าย่านสาธร เพราะอาศัยอยู่ใกล้กัน จากนั้นก็พากันนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งริมทางในซอย จู่ๆ นางปอ(นามสมมติ) อายุ 49 ปี ผู้ดูแลห้องเช่าของยายผ่านมาเห็นเข้าจึงปรี่เข้ามาทวงค่าเช่าห้องที่ค้างไว้อยู่ 2 หมื่นกว่าบาท ซึ่งแม่ก็ได้อธิบายกับนางปอไปว่า ได้โอนเงินจ่ายให้เจ้าของห้องไปแล้ว 14,000 กว่าบาท เหลือค้างอีกประมาณ 8 พันบาท ซึ่งเจ้าของห้องก็อนุญาตให้จ่ายตอนสิ้นเดือนได้โดยมีข้อความในไลน์ที่คุยกันเป็นหลักฐาน

แต่นางปอไม่เชื่อพยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือของแม่ไปดูข้อความในไลน์ ตนจึงใช้มือตีไปที่มือนางป๊อบ ก่อนที่นางปอจะหันไปคว้าหม้อทอดไก่ที่มีน้ำมันร้อนๆ ของร้านอาหารตามสั่งมาสาดใส่ตน ซึ่งขณะนั้นลูกสาวก็ยืนเกาะขาตนอยู่ และยายก็ยืนอยู่ข้างๆ จึงทำให้ถูกน้ำมันร้อนๆ สาดใส่กันทั้ง 3 คน พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็รีบเข้ามาช่วยเหลือและเรียกกู้ภัยมาช่วยนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนนางปออาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาตน ลูก และยาย แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าห้องปลอดเชื้อเต็ม และห้องพิเศษก็เต็ม หากจะต้องอยู่ห้องรวมก็เสี่ยงกับการติดเชื้อ ทางครอบครัวไม่รู้จะทำอย่างไร สามีจึงมารับตนลูก และยายกลับมาพักที่บ้านก่อนจะตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ เพราะตนเห็นสภาพลูกสาวแล้วสงสารจับใจ หากต้องเจ็บปวดแทนลูกได้แม่ก็จะยอมทำทุกอย่าง

หลังเกิดเหตุนางปอได้ติดต่อมาเพื่อจะขอไกล่เกลี่ย แต่ตนไม่ยอม จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.ยานนาวา เพราะต้องการจะเอาผิดกับนางปอผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพราะว่าจิตใจโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ขณะที่มีเด็กเล็กๆ และคนแก่ยืนอยู่ด้วยยังทำได้ลงคอ ตอนนี้ลูกสาวตนต้องนอนร้องไห้ตลอดเวลาเพราะปวดแสบปวดร้อนจากบาดแผลรอยไหม้และแผลพุพอง บวมเต่ง ตัวแม่เองก็เช่นเดียวกัน สำหรับครอบครัวเราโดยเฉพาะลูกสาว 2 ขวบ บาดแผลทางกายอาจจะรักษาให้หายได้ แต่บาดแผลทางใจคงจะไม่มีวันจางหายไปได้ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้านการรักษา และติดตามคดีให้ด้วย

ทางด้าน นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี ทพญ.สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด-กรรมการบริษัท และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจร่างกายผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน ระบุว่าจากการประเมินเบื้องต้น เด็กมีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับ 2 มีแผลผุพอง บริเวณใบหน้า และมีแผลลึกเป็นบางส่วน จากนี้ต้องดูแลเรื่องสารน้ำ การติดเชื้อของแผล โดยต้องนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล ส่วนแม่ ระดับ 2 เหมือนกัน ยังไม่มีการติดเชื้อ แต่ต้องได้รับการรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลพร้อมรับแอดมิตดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจจนกว่าจะหายดี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขอบคุณ นพ.สุพจน์ และโรงพยาบาลยันฮี ที่ให้ความช่วยเหลือเคสของมูลนิธิปวีณาฯ อย่างดียิ่งเสมอมา สำหรับเคสนี้น่าสงสารมาก โดยเฉพาะเด็กหญิงอายุเพียง 2 ขวบที่ยืนเกาะขาแม่อยู่อย่างไร้เดียงสา โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่กำลังมีปัญหากันอยู่และโดนน้ำมันร้อนๆ สาดที่ใบหน้า ซึ่งน่าเป็นห่วงเกรงจะติดเชื้อเพราะไม่ได้รับการรักษาในห้องปลอดเชื้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องการรักษาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของครอบครัวผู้เสียหาย

โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานการช่วยเหลือและติดตามอาการของเด็กหญิง 2 ขวบและครอบครัวนี้ร่วมกับโรงพยาบาลยันฮี ในส่วนคดีความจะประสาน พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ยานนาวา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้บาดเจ็บ และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...