โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เหตุใดประติมากรรมสำริด “Golden Boy” จึงไม่ใช่ “ทวารบาล”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 มิ.ย. 2567 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2567 เวลา 07.57 น.

ประติมากรรมสำริด Golden Boyคือใคร หรืออะไรแน่? นักวิชาการยังคงถกเถียงและหาข้อมูลมาสนับสนุนความเป็นไปได้ต่าง ๆ อยู่ แต่ทฤษฎีหนึ่งที่เป็นไปได้น้อย (มาก) ในมุมมองของนักวิชาการหลายท่านคือ ไม่ใช่ “ทวารบาล” แน่ ๆ

รศ. ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูลอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อธิบายไว้ในบทความ “Golden Boy ไม่ใช่พระรูปพระเจ้าชัยวรรมันที่ 6 แต่เป็นพระเจ้าอุทัยทิตยวรรมันที่ 2 : พระรูปผีบรรพชน” จากศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยตั้งหลักวิเคราะห์ “ประติมากรรมสำริด” จาก “ปราสาทสระกำแพงใหญ่” จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็น “คู่แฝด” ของ ประติมากรรมสำริด Golden Boy ว่าไม่ใช่ “ทวารบาล” แต่เป็นพระรูปสนองพระองค์ของกษัตริย์

ดังนั้น เมื่อประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ “ไม่ใช่” ทวารบาล Golden Boy ก็ “ไม่ควร” เป็นทวารบาลเช่นกัน

ข้อสนับสนุนต่าง ๆ มีดังนี้ [เว้นวรรคคำ ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

การศึกษาแปลความด้านประติมานวิทยา (Iconography) ของประติมากรรมชิ้นนี้ (ประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่-ผู้เขียน) เท่าที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้

ท่านที่ 1 ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์อดีตศาสตราจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เสนอว่า ประติมากรรมสำริดชิ้นนี้คือ ทวารบาล

ท่านที่ 2 ชอง บวสเซอลีเย่อดีตศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยปารีส 3 ได้เสนอเพิ่มเติมว่า ประติมากรรมชิ้นนี้คือ “นันทิเกศวร” ในฐานะทวารบาล และประติมากรรมชิ้นนี้ประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าหรือตั้งอยู่ในมุขของปราสาทหลังกลาง หรือตั้งอยู่ด้านหน้าของปราสาทองค์ตะวันตกเฉียงใต้

ข้อเสนอของศาสตราจารย์ทั้ง 2 ท่านนี้ดูจะเป็นข้อเสนอที่ทรงพลังในโลกวิชาการ หากแต่ผู้เขียนมีความเห็นว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ใช่ “ทวารบาล” ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

ประการแรกถ้าประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่เป็นทวารบาล เหตุใดจึงให้ความสำคัญจนต้องหล่อด้วยสำริดและกะไหล่ทอง (ต้นฉบับใช้ กาไหล่ทอง – ผู้เขียน) ซึ่งในปัจจุบันเรายังไม่พบหลักฐานว่ามีการหล่อทวารบาลสำริดขนาดใหญ่ อีกทั้งในศิลปะเขมรแบบบาปวนช่วงรัชกาลพระเจ้าอุทัยทิตยวรรมันที่ 2 มีการหล่อประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่คือ พระนารายณ์บรรทมสินธุ์จากปราสาทแม่บุญตะวันตก ด้วยเหตุนี้ประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่จากปราสาทสระกำแพงใหญ่จะต้องมีความสำคัญที่มากกว่าเป็นทวารบาล

ประการที่ 2โดยปกติประติมากรรมทวารบาลจะประดิษฐานอยู่ข้างประตูทางเข้าบริเวณนอกปราสาท ถ้าประติมากรรมชิ้นนี้จะต้องประดิษฐานนอกปราสาท เฉพาะฐานสำริดของประติมากรรมชิ้นนี้มีขนาดความกว้าง 35 เซนติเมตร แต่เมื่อนำไปประดิษฐานบนฐานศิลาที่จะต้องกว้างกว่าฐานสำริด โดยทั้งนี้ผู้เขียนประมาณการฐานศิลาที่รองรับประติมากรรมชิ้นนี้น่าจะมีความกว้างอยู่ที่ 60-55 เซนติเมตร ซึ่งพื้นที่ด้านนอกปราสาทไม่สามารถรองรับฐานรองรับประติมากรรมชิ้นนี้ได้

ประการที่ 3จากสภาพของประติมากรรมสำริดชิ้นนี้ยังพบร่องรอยของการกะไหล่ทอง ซึ่งพิจารณาจากสภาพปัจจุบันร่องรอยของทองยังเด่นชัดมาก ดังนั้น ถ้าประติมากรรมสำริดชิ้นนี้ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เหตุใดยังปรากฏร่องรอยการกะไหล่อย่างชัดเจน ที่สำคัญคือถ้าประติมากรรมชิ้นนี้เป็นทวารบาลเหตุใดจึงต้องมีการประดับประดาอย่างพิถีพิถัน

ประการที่ 4ชอง บวสเซอลีเย่ เสนอว่าประติมากรรมชิ้นนี้คือทวารบาล เพราะแสดงอาการเท้าขวาก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย แต่ท่านไม่ได้ยกตัวอย่างว่าเป็นทวารบาลจากที่ใด

สำหรับประเด็นนี้ ผู้เขียน (อ.รุ่งโรจน์) มีความเห็นว่า เราจะนำลักษณะการก้าวเท้าของประติมากรรมมาเป็นหลักในการแปลความคงจะลำบาก… เพราะทวารบาลปราสาทบันทายฉมาร์ จังหวัดบันทายมีชัย และทวารบาลปราสาทบายน เมืองพระนครหลวง กลับแสดงอาการยืนตรงปลายเท้าทั้งสองเสมอกัน

ประการที่ 5แม้ว่า ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์จะเสนอว่าประติมากรรมชิ้นนี้คือทวารบาล เพราะการเปรียบเทียบรูปแบบสมพตและเครื่องทรงของประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่เหมือนกับรูปแบบของทวารบาลในศิลปะเขมร

แต่การเปรียบเทียบรูปแบบเครื่องประดับและผ้านุ่งของประติมากรรมเหมาะสมกับการใช้ในการศึกษาวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ศิลปะ มากกว่านำมาศึกษาการแปลความทางประติมานวิทยา

ทั้งนี้ เครื่องทรงของประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่เหมือนกับเครื่องทรงของพระวิษณุบรรทมสินธุ์จากปราสาทแม่บุญตะวันตก ดังนั้น ถ้าใช้ขบวนการเปรียบเทียบเครื่องทรงประติมากรรมจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นประติมากรรม “เทวะ” องค์สำคัญได้เช่นเดียวกัน

ประการที่ 6ถ้าเป็นประติมากรรมทวารบาลจริง เหตุใดจึงขุดพบเพียงแค่องค์เดียว อีกทั้งจากการขุดแต่งปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ โดยกรมศิลปากร ก็พบชิ้นส่วนของหน้าประติมากรรมสำริดที่พบเหมือนกับประติมากรรมสำริดที่ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ซึ่งหน้าประติมากรรมสำริดชิ้นนี้ไม่ได้ทำหน้าเป็นอสูรที่จะสามารถชี้ได้ว่าเป็นมหากาลในฐานะอสูร

ประการที่ 7ประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ไม่ปรากฏ “โคนกระบอง” หรือโคนหอก ที่ฐานแต่ประการใด ซึ่งแตกต่างจากประติมากรรมลอยตัวรูปทวารบาลในวัฒนธรรมทะเลสาบเขมรจะถืออาวุธด้ามยาว เช่น หอก หรือกระบองเสมอ

เมื่อประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ไม่ใช่ทวารบาล จึงสามารถตีความได้ว่า ประติมากรรมองค์นี้คือรูปสนองพระองค์พระราชา เพราะไม่มีสามัญชนที่มีกำลังทรัพย์พอจะหล่อประติมากรรมสำริดใหญ่ขนาดได้

โดยเหตุผลทั้งหมดที่ อ.รุ่งโรจน์ กล่าวมานั้น แม้จะเป็นการวิเคราะห์ประติมากรรมสำริดจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ แต่เราสามารถนำมาเทียบเคียงกับ Golden Boy ได้อย่างไม่เคอะเขิน เพราะประติมากรรมสำริดทั้งสอง มีความใกล้เคียงกันสูงมาก และอาจสร้างโดยสกุลช่างเดียวกัน เจตนารมณ์ หรือวัตถุประสงค์การใช้งาน จึงควรจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

นั่นคือ เป็นพระรูปสนองพระองค์ของกษัตริย์ หรือรูป “พระเชษฐบิดร” ผีบรรพชน ไม่ใช่ “ทวารบาล” อย่างที่สันนิษฐานกันในตอนต้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เหตุใดประติมากรรมสำริด “Golden Boy” จึงไม่ใช่ “ทวารบาล”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...