โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชายาหมื่นพิษ (อ่านฟรีจนจบ)

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 12 พ.ค. 2567 เวลา 13.47 น. • สายธารสีดำ
เจ้าสำนักอย่างนางต้องมาตายเพราะความโลภของผู้คน สวรรค์ยังเล่นตลกส่งนางมาอยู่ในร่างพระชายาแสนไร้ค่าของชินอ๋อง ซ้ำร้ายยังมีผู้ไม่หวังดีต้องการเอาชีวิตอีกมากมาย

ข้อมูลเบื้องต้น

เพียงเพราะคิดค้นยาวิเศษขึ้นสำเร็จ หลิวซีจึงถูกตามล่าจากผู้คนมากมายที่หวังผลประโยชน์

เจ้าสำนักหมื่นพิษอย่างนางตัดสินใจกระโดดหน้าผาตายเพื่อปกป้องสูตรยาวิเศษ

ทว่าเมื่อตายแล้วกลับไม่ตายเลย นางดันเข้ามาอยู่ในร่างพระชายาแสนไร้ค่าของชินอ๋อง

ทั้งยังมีผู้ที่ต้องการเอาชีวิตอีกมากมาย

“ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้เป็นเช่นนี้แล้ว ข้าเจ้าสำนักผู้นี้จะแก้แค้นแทนเจ้าเอง!”

ผู้ที่ต้องการเป็นศัตรูกับนางต้องไม่ตายดี!

ชี้แจง *

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของไรท์ทั้งสิ้น ชื่อบุคคล สถานที่ หลายอย่างในเรื่องไม่มีอยู่จริง

เนื่องจากนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิตของไรท์ หากการใช้คำศัพท์ไม่ถูกต้อง หรือการบรรยายไม่สละสลวย ทำให้ผู้อ่านเสียอรรถรสในการอ่าน ไรท์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

สำหรับนักอ่านท่านใดต้องการแนะนำ สามารถแสดงความคิดเห็นมาได้เลยค่ะ(ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพด้วยนะคะ ไรท์ค่อนข้างอ่อนไหว><)

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

ปล. ไรท์ตั้งใจให้เนื้อเรื่องสบายๆ ดังนั้นอาจไม่ค่อยมีดราม่าน้า

ฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

นิยายเรื่องนี้อัพทุกวันเวลา 19.00น.ค่ะ

ตอนที่ 1 กลายเป็นพระชายา

ตอนที่ 1 กลายเป็นพระชายา

หลิวซีลืมตาตื่นขึ้นด้วยความมึนงง ดวงตาเรียวกะพริบปริบ ๆ อยู่หลายครั้งก่อนจะลืมขึ้นเต็มตา นางพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยความทุลักทุเล ดวงตาหงส์หันไปมองรอบ ๆ ด้วยใบหน้าสับสน เมื่อมองสำรวจจนทั่วแล้วนางจึงค้นพบว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย

‘ที่นี่คือที่ใดกัน’

ผ่านไปไม่นานเมื่อเริ่มตั้งสติได้หญิงสาวก็เริ่มทบทวนความทรงจำอันเรือนราง นางคือหลิวซี เจ้าสำนักหมื่นพิษ หลังจากที่นางเก็บตนเพื่อศึกษาคิดค้นยาวิเศษอยู่เป็นเวลานานเกือบห้าสิบปี ในที่สุดวันหนึ่งนางก็สามารถคิดค้นมันขึ้นมาได้ สรรพคุณของมันแสนวิเศษยิ่งนักมันสามารถถอนพิษได้ทุกชนิดบนโลก นางจึงตั้งชื่อให้มันว่า ‘ซูเซียว’ ไม่นานเมื่อคนภายนอกรับรู้ว่านางมียาวิเศษอยู่ในมือ นางก็ถูกตามล่าอย่างหนักเพราะแย่งสูตรยา แม้จะสามารถหนีรอดได้หลายครั้ง แต่สุดท้ายเมื่อจนมุมนางจึงเลือกกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้มีผู้ใดแย่งชิงสูตรยาไปได้ หลังจากสิ้นสติไปนางก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

นั่นเป็นสิ่งที่นางจำได้ในลมหายใจสุดท้าย

หลิวซีแปลกใจ นางสำรวจไปทั่วร่างกายของตนเองกลับไม่พบบาดแผลใด หญิงสาวพิจารณาที่แห่งนี้อีกครั้ง ที่นี่เป็นห้องนอนไม่ผิดแน่ ห้องนอนแห่งนี้กว้างขวางมากแต่กลับประดับด้วยเครื่องเรือนเรียบง่ายน้อยชิ้น ดูโดยรวมคล้ายห้องนอนของคนที่มีฐานะอยู่บ้าง แต่เจ้าของถ้าไม่เป็นคนเรียบง่ายจนเกินไปก็คงถูกละเลยไม่สนใจเป็นแน่

ในขณะที่นางกำลังคิดเรื่อยเปื่อย ฉับพลันมีความทรงจำบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว หลิวซีรีบยกมีกุมขมับด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส นางล้มตัวนอนลงอีกครั้งด้วยความทรมาน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด ผ่านไปไม่นานอาการนั้นก็เริ่มสงบลง นางจึงค่อยๆเรียบเรียงความทรงจำแปลกใหม่ที่พึ่งหลั่งไหลเข้ามาเมื่อสักครู่

ที่แท้นางตายไปแล้วจริงๆ พอตายไปวิญญาณนางกลับเข้ามาสิงในร่างผู้อื่น เจ้าของร่างนี้ก็คือหลิวซี สตรีที่มีชื่อแซ่และรูปร่างหน้าตาเหมือนกับนางไม่มีผิดเพี้ยน หลิวซีคนนี้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหมอเทวดาหลิว ทั้งบิดาและมารดาของนางทั้งคู่เป็นหมอที่พเนจรไปทั่วแคว้น แต่นางที่เป็นบุตรสาวกลับไม่มีความสามารถในการฝึกฝนวิชาแพทย์แม้แต่น้อย บิดามารดาพยายามสอนนางอยู่หลายปี จนสุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป

วันหนึ่งบิดามารดาของนางบังเอิญช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งไว้ พวกเขารักษาคนคนนั้นอยู่นานจนเกือบหายดี แต่ภายหลังกลับมีมือสังหารกลุ่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้น หลังจากต่อสู้กันอยู่นานสุดท้ายบิดามารดาของนางก็บาดเจ็บสาหัส ก่อนสิ้นชีพจึงได้ฝากนางที่บาดเจ็บหนักไม่ต่างกันให้เขาช่วยพาหนีไป

พอฟื้นขึ้นมานางก็มาอยู่ในจวนเขาแล้ว สุดท้ายนางก็ได้มารู้ในภายหลัง บุรุษผู้นี้เขามีฐานะเป็นถึงชินอ๋อง

ผ่านมาเป็นเวลาสี่เดือนอาการบาดเจ็บของนางก็เริ่มดีขึ้นมาก เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาของผู้คน ท่านอ๋องจึงได้อภิเษกนางเป็นพระชายา หลังจากพิธีอภิเษกเพียงหนึ่งวันเขาก็ออกไปจากจวนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา

หลังจากอยู่คนเดียวหลิวซีเอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ด้วยความโศกเศร้าที่สูญเสียบิดามารดา ไม่กี่วันต่อมานางก็ต้องมาตายโดยไม่รู้สาเหตุ นี่เป็นเรื่องที่หญิงสาวค้นเจอในความทรงจำของร่างนี้

พอหลิวซีคนเก่าตายไป นางที่เป็นเจ้าสำนักหมื่นพิษ ก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้

หลิวซีลุกขึ้นสำรวจร่างกายอีกครั้ง ดวงตาหงส์มองไปเห็นถ้วยชาบนโต๊ะเล็กข้างเตียง นางหยิบขึ้นมามองด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนที่ใบหน้าจะปรากฏแววตาเย็นยะเยือก

‘พิษดารากลืนกิน?’

หญิงสาวพลันกระจ่างแจ้ง ที่แท้ร่างนี้ก็ถูกวางยาพิษจนตาย พิษชนิดนี้หากตรวจสอบเพียงผิวเผิน หมอธรรมดาสามัญย่อมไม่มีทางตรวจพบ หากโดนพิษเพียงเล็กน้อย ทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกและเวียนศีรษะเพียงเท่านั้น แต่หากโดนในปริมาณมาก ผู้ที่โดนก็จะชีพจรหยุดเต้นก่อนสิ้นใจตายไปทันทีโดยที่ไม่มีแม้อาการภายนอก

เห็นได้ชัดว่าผู้ที่วางยานี้ต้องมีความแค้นกับนางไม่น้อย ผู้ใดช่างโหดร้ายยิ่งนัก ในความทรงจำของร่างนี้ หลิวซีไม่เคยมีศัตรูมาก่อน ตั้งแต่ที่นางจำความได้ นางก็ร่อนเร่พเนจรไปทั่วพร้อมกับบิดามารดา หากจะมีคนที่ต้องการสังหารนาง คนที่เป็นไปได้มากที่สุดย่อมเป็นคนคนเดียวกันกับที่สังหารบิดามารดาของนาง

ถึงแม้จะคิดแบบนั้น ในความเป็นจริง บิดามารดาของหญิงสาวก็ไม่เคยมีศัตรูเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นหมอที่พเนจรไปทั่วแคว้น รักษาคนไปนับหมื่นนับแสน กลับไม่เคยทำเรื่องไม่ดีกับใคร ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วผู้ใดกันที่ต้องการสังหารพวกเขา ในตอนที่เกิดเรื่องพวกเขากำลังทำการรักษาชินอ๋องอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นมือสังหารพวกนั้นต้องมีจุดมุ่งหมายเป็นชินอ๋องแน่นอน

หญิงสาวเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ นางนึกเวทนาครอบครัวของหลิวซีคนนี้อยู่ไม่น้อย เป็นเพราะพวกเขาบังเอิญช่วยคนที่กำลังลำบากไว้ โดยที่ไม่ทราบว่าคนผู้นี้กำลังโดนตามล่า พวกเขาต้องมาโดนลูกหลงโดยที่ไม่รู้เรื่องอันใดด้วย ขณะนี้นางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าแสนสาหัสภายในใจ เหมือนว่าวิญญาณของหลิวซีกำลังร่ำร้อง ให้นางช่วยหาผู้ร้ายมาลงโทษให้

หญิงสาวหลับตาลงหมายมาดในใจ ในเมื่อเข้ามาแล้ว นางย่อมต้องแก้แค้นให้อย่างแน่นอน

‘ข้า หลิวซีผู้นี้ จะหาคนร้ายเพื่อแก้แค้นแทนเจ้าและครอบครัวเอง!’

สิ้นความคิดนี้ เสียงวิญญาณที่ร่ำร้องอยู่ในใจพลันเงียบหายไปในทันที คล้ายว่านางจากไปอย่างสงบแล้ว

ผ่านไปชั่วครู่หลิวซีสำรวจร่างกายนี้อีกครั้ง พิษยังหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ทว่าในตอนนี้นางไม่มีวัตถุดิบในการปรุงยาวิเศษซูเซียว โชคยังดีที่พิษดารากลืนกินนี้นางสามารถใช้สมุนไพรทั่วไปในการถอนได้

ฉับพลันมีเสียงฝีเท้าก้าวเขามาในห้อง ไม่นานปรากฏร่างของสาวใช้นางหนึ่งกำลังก้าวเข้ามา สาวใช้นางนี้เป็นสาวใช้ที่ชินอ๋องมอบให้เป็นสาวใช้ประจำตัวนาง

“พระชายาตื่นแล้วหรือเพคะ”

เมื่อได้ยินเสียงขยับกายของพระชายา เสี่ยวถางเดินเข้ามาในห้องทันทีพร้อมน้ำชาหนึ่งกา พระชายาหลับไปตลอดช่วงเช้า นี่ก็ล่วงเลยมาถึงยามอู่แล้ว(11.00 - 12.59) คาดว่าคงกำลังกระหายอยู่เป็นแน่

เมื่อเสี่ยวถางกำลังจะวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะ สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นถ้วยชาใบหนึ่งตั้งอยู่ก่อน นางจ้องมองนิ่งด้วยความสงสัย ก่อนหน้านี้ตอนที่นางพาพระชายาเข้ามาส่ง นางยังไม่เห็นถ้วยชาใบนี้

หลิวซีเห็นสายตาแปลกใจของสาวใช้ หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าชาถ้วยนี้เป็นสาวใช้แปลกหน้านางหนึ่งที่เอามาให้นาง คาดว่าคงหาโอกาสที่เสี่ยวถางไม่อยู่เพื่อลอบเข้ามา หลิวซีคนเก่าไม่คิดสงสัยว่าสาวใช้คนนั้นเป็นใคร เพราะตั้งแต่ที่นางมาอยู่ที่นี่ นางแทบไม่ได้ก้าวขาออกไปนอกห้อง ทำให้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสาวใช้ในจวนมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรบ้าง ถึงรู้นางก็แทบไม่สนใจอยู่แล้ว ยังโชคดีที่หลิวซีจำรูปร่างหน้าตาของสาวใช้นางนั้นได้ แต่การที่จะหาตัวให้พบนั้นคงไม่ง่าย อีกอย่างในเมื่อนางยังไม่ตายคนร้ายที่ทำงานไม่สำเร็จ คงได้หนีออกจากจวนไปแล้ว

อีกทั้งในตอนนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือนางต้องรีบหาทางกำจัดพิษที่หลงเหลืออยู่ให้เร็วที่สุด หากปล่อยไว้นานย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของนาง เรื่องหาตัวคนร้ายนางคงต้องวางแผนให้รอบคอบ

มือเรียวขาวยกขึ้นไปรับชาที่เสี่ยวถางรินให้ หลังจากจิบชาเพื่อดับกระหายแล้ว หลิวซีก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

“ให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”

เสี่ยวถางได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ ก่อนหน้านี้พระชายายังมัวแต่เก็บตัวอยู่ในเรือนด้วยอาการโศกเศร้า ไม่พูดไม่คุยกับผู้ใดทั้งสิ้น แม้แต่สาวใช้ที่ดูแลใกล้ชิดอย่างนาง พระชายายังแทบไม่คิดจะปริปากพูดด้วย นอกจากเวลาอาหารและเวลาชำระร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว พระชายาก็จะไล่คนอื่นออกไปและเอาแต่นั่งเงียบอยู่ในห้องเพียงลำพัง

แม้เสี่ยวถางจะสงสัยเพียงใด ทว่านางเป็นสาวใช้ที่ได้รับการอบรมและฝึกฝนมาโดยตรงเพื่อเข้ามารับใช้ในตำหนักชินอ๋อง ทำให้นางมีความสุขุมรอบคอบกว่าสาวใช้ทั่วไป นางจึงไม่คิดเอ่ยถามออกไป

“เพคะ”

หลังจากตอบรับเบาๆแล้ว เสี่ยวถางก็รีบออกไปสั่งงานสาวใช้ด้านนอกทันที

*******

ตอนที่ 2 ซื้อสมุนไพร

ตอนที่ 2 ซื้อสมุนไพร

ยามอุ้ย (13.00 - 14.59)

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จหลิวซีก็ออกมาข้างนอกทันที แต่กว่าที่นางจะมาถึงตลาดก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว หญิงสาวให้คนขับรถม้าตรงไปที่ร้านขายสมุนไพร ในวันนี้นางเพียงต้องการมาหาซื้อสมุนไพรขจัดพิษที่ตกค้างเท่านั้น แม้พิษที่นางได้รับจะเป็นพิษร้ายแรง ทว่าด้วยความที่พิษชนิดนี้มีคนรู้จักน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย นั่นทำให้แทบไม่มีผู้ใดทราบวิธีถอนพิษ

เรื่องที่หมอทั่วไปไม่รู้คือส่วนผสมในการปรุงยาถอนชนิดนี้ใช้เพียงสมุนไพรทั่วไปสองสามอย่างเท่านั้น สำหรับนางแล้วง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ในชีวิตก่อนนางเป็นถึงเจ้าสำนักหมื่นพิษ ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีความรู้เรื่องยาพิษมากที่สุด มียาพิษมากมายที่นางเป็นคนคิดค้นขึ้น

“พวกเจ้ารออยู่ด้านนอก”

เมื่อมาถึงทันทีที่ก้าวลงจากรถม้าได้ หลิวซีก็หันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าร้านไปโดยที่ไม่รอฟังคำตอบ นางยังไม่ไว้ใจคนรับใช้ในจวนมากนัก

ไม่ว่าเสี่ยวถางจะเป็นห่วงความปลอดภัยของพระชายาเพียงใด แต่สุดท้ายนางก็ไม่อาจขัดคำสั่งได้ จึงทำได้เพียงสั่งให้องครักษ์ดูแลความปลอดภัยโดยรอบเท่านั้น

ถึงแม้เสี่ยวถางจะไม่เคยเห็นพระชายาปรุงยามาก่อน แต่การที่พระชายามาซื้อสมุนไพรในวันนี้ นางไม่ได้แปลงใจอันใดมากนัก พระชายาเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของหมอเทวดา การมาหาซื้อสมุนไพรบ้างถือเป็นเรื่องปกติ เรื่องที่สาวใช้อย่างนางแปลกใจที่สุดคือเรื่องที่พระชายายอมออกมาข้างนอกเท่านั้น

ทว่าเรื่องที่เสี่ยวถางไม่เคยรู้คือหลิวซีไม่สามารถรักษาคนได้ เรื่องปรุงยานั้นยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง นางถือเป็นคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง เรื่องนี้มีเพียงชินอ๋องกับบิดามารดาของนางเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นคนอื่นจึงคิดว่านางเป็นหมอเหมือนบิดามารดา

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว หลิวซีมองสำรวจโดยรอบทันที ร้านสมุนไพรร้านนี้ถือว่ากว้างขวางไม่น้อย ตรงกลางร้านมีโต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่งตั้งอยู่ บนเก้าอี้มีชายชราอายุประมาณหกสิบถึงเจ็ดสิบปีกำลังนั่งจดบันทึกอย่างขะมักเขม้น เบื้องหลังเขายังมีลิ้นชักมากมายเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาชายแก่คนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองก่อนรีบกุลีกุจอมาต้อนรับนางทันที

“คารวะฮูหยิน ข้าน้อยนามว่าซูฉีเป็นเถ้าแก่ร้านสมุนไพรหนิงเหอแห่งนี้ขอรับ ฮูหยินมีอันใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ”

ซูฉีเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเดินเข้ามาก็รีบทำความเคารพด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาฝ้าฟางลอบมองสำรวจอีกฝ่าย หญิงสาวนางนี้แม้แต่งกายเรียบง่ายเครื่องประดับน้อยชิ้น ทว่าเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ล้วนเป็นผ้าเนื้อดีราคาแพง ผิวพรรณขาวสะอาดนวลเนียน ผมเกล้าเป็นทรงสตรีที่ออกเรือนแล้ว ท่าทางของนางดูหยิ่งยโสเย็นชา โดยรวมคาดว่าเป็นฮูหยินขุนนางสักคนแน่นอน ชายชราคิดพลางฉีกยิ้มกว้างมากขึ้น เขานี่ช่างฉลาดเสียจริง

“ข้าต้องการสมุนไพรตามนี้”

หลิวซียื่นใบรายการที่นางจดมาให้ซูฉี เถ้าแก่ผู้นี้แม้อายุดูมากแล้วแต่กลับมีท่าทางกระฉับกระเฉงว่องไว หลังจากที่รับใบรายการของนางไปเขาก็รีบเดินไปหาบางสิ่งในลิ้นชักที่เรียงรายอยู่หลังโต๊ะ ในตอนนี้เองหญิงสาวก็ได้รู้ว่าลิ้นชักพวกนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรมากมาย ทุกชั้นมีชื่อติดไว้ครบถ้วน ไม่นานซูฉีก็เดินกลับมาพร้อมสมุนไพรห่อหนึ่ง

“ในห่อนี้มีสมุนไพรครบตามรายการที่ฮูหยินต้องการขอรับ ไม่ทราบว่าท่านยังต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่”

ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ใบหน้าเหี่ยวย่นยังมีรอยยิ้มประดับไม่หาย

เมื่อสำรวจดูว่าสมุนไพรในห่อมีครบที่นางต้องการแล้ว หลิวซีก็หยิบใบรายการอีกแผ่นออกมาจากแขนเสื้อ มันคือรายการส่วนผสมในการปรุงยาซูเซียว

“เถ้าแก่ ไม่ทราบว่าในร้านของเจ้ามีสมุนไพรในรายการนี้หรือไม่”

ชายชรารับกระดาษมาจากมือหญิงสาว ก่อนเพ่งตามองส่วนผสมนับสิบอย่างที่เรียงรายอยู่ในนั้น เมื่ออ่านดูจนครบแล้วเขาก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมทันที

“ส่วนผสมพวกนี้ ข้ารู้จักเพียงเจ็ดชนิด สามในเจ็ดชนิดนี้ในร้านมีอยู่แล้ว สี่ชนิดตอนนี้ในร้านยังไม่มี ส่วนอีกสามชนิดสุดท้ายนี้ข้าไม่เคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน ไม่ทราบว่านี่เป็นรายการส่วนผสมของยาใดหรือฮูหยิน”

เมื่อเถ้าแก่ถามเช่นนั้นหลิวซีก็มีสีหน้าเย็นชาขึ้นทันที นางไม่ชอบให้ผู้ใดมายุ่งเรื่องของนางมาเกินความจำเป็น แม้ส่วนผสมในใบรายการนี้จะเป็นส่วนผสมในการปรุงยาซูเซียว ทว่าก็แค่ส่วนผสมเท่านั้น วิธีการปรุงขึ้นให้สำเร็จมีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ ผู้ใดที่ต้องการลอกเลียนแบบนั้นยากเสียยิ่งกว่ายาก หากมีข้อผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยเพียงใด จากยาวิเศษก็จะกลายเป็นยาพิษร้ายแรงทันที

“ในเมื่อไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องตอบ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างก่อนจะโยนถุงเงินลงบนโต๊ะและเตรียมหมุนตัวเดินออกไป เมื่อเห็นเช่นนั้นซูฉีพลันร้อนรน เขาทำให้ลูกค้าคนสำคัญโกรธเข้าแล้ว ชายชราจึงรีบเอ่ยรั้งทันที

“ขออภัยด้วยขอรับฮูหยิน เป็นข้าที่คิดน้อยเกินไปจึงพูดล่วงเกินท่าน เพื่อเป็นการขออภัยข้าน้อยจะมอบสมุนไพรในรายการแรกอีกชุดให้ท่านโดยไม่คิดเงินดีหรือไม่ ส่วนสมุนไพรในรายการที่สองนี้ข้าน้อยมีอยู่สามชนิดท่านต้องการเลยหรือไม่ หากต้องการข้าน้อยจะเตรียมให้ในทันที รายการที่เหลือข้าน้อยจะถามนายท่านให้ด้วยตัวเอง ทั้งยังสามารถให้ฮูหยินพบเขาเป็นการส่วนตัวได้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีอยู่ก็เป็นได้ขอรับ เพียงแต่วันนี้เขาไม่อยู่ก็เท่านั้น”

หลังจากพูดยืดยาว ซูฉีก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อย ใบหน้าชราแดงเถือก เขากลัวว่าหญิงสาวนางนี้จะโกรธจนไม่กลับมาซื้อสมุนไพรที่ร้านของเขาอีก ดูจากท่าทางของนางแล้วไม่แน่ว่านางอาจจะเป็นผู้มีอำนาจก็เป็นได้

หลิวซีที่ได้ยินชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก็หันกลับมามองเขาด้วยแววตาวาววับ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไร้อารมณ์เช่นเดิม

“ดี หากเจ้าว่าเช่นนั้นข้าก็ตกลง”

นางคิดดูแล้วร้านนี้เป็นร้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุด หาร้านนี้ไม่มีร้านอื่นย่อมไม่มีแน่นอน ในเมื่อสามารถพูดคุยกับเจ้าของร้านได้ย่อมดีกว่า ตามที่นางสงสัยคือสมุนไพรสามอย่างนี้หากแม้แต่เจ้าของร้านสมุนไพรที่ใหญ่ขนาดนี้ยังไม่รู้จัก มันอาจไม่มีอยู่ในโลกนี้ก็เป็นได้ หลังจากที่นางเข้ามาอยู่ร่างนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ นางก็รู้สึกได้ว่าในโลกนี้ต่างจากโลกที่นางจากมาไม่มากก็น้อย

“เช่นนั้นหากวันใดที่นายท่านกลับมาแล้ว ฮูหยินจะให้ข้าติดต่อหาท่านที่ใดหรือขอรับ”

ซูฉีพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าชราเต็มใบด้วยรอยยิ้มประจบ

“จวนชินอ๋อง บอกคนเฝ้าประตูว่ามาส่งสมุนไพรบำรุงร่างกายให้พระชายา”

หลิวซีพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ นางต้องการกดข่มซูฉีผู้นี้ให้หวาดกลัวเล็กน้อย ดวงตาหงส์จ้องมองชายแก่ด้วยสายตากดดัน

“พระชายา! ขอรับ..เอ่อ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อได้ยินซูฉีก็อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะอย่างรวดเร็ว เขามีตาหามีแววไม่ หากพระชายาโกรธ ถึงแม้มีสิบหัวเขาคงไม่อาจมีชีวิตได้

“เรื่องใบสั่งยาในวันนี้หวังว่าเจ้าจะไม่ปากยาวไปพูดข้างนอก”

หลิวซีพูดจบก็ใช้หางตามองไปที่ร่างชราที่กำลังคุกเข่าอยู่ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่สนใจอีกต่อไป นางไม่มีความคิดที่จะปกปิดฐานะแม้แต่น้อย ในชีวิตก่อนนางคุ้นเคยกับการใช้อำนาจอยู่แล้ว

เมื่อหลิวซีออกไปแล้วชายชราก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยหวาดหวั่น เกือบไปแล้ว ยังดีที่เมื่อครู่เขาไม่ได้ทำอันใดให้อีกฝ่ายไม่พอใจ มือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาลูบกลางอกของตนเองด้วยความโล่งใจ เกือบหัวใจวายตายไปแล้ว

*******

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

ฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยค่ะ

ตอนที่ 3 เจ้าสนใจสตรีด้วยหรือ

ตอนที่ 3 เจ้าสนใจสตรีด้วยหรือ

ณ ภัตตาคารเยว่เทียน

ร่างสูงสมส่วนของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งจิบชาในห้องอาหารส่วนตัวชั้นบน ดวงตาคมสีดำสนิทจ้องออกไปนอกหน้าต่างมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยแววตาเรียบเฉย สายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างสตรีนางหนึ่งกำลังเดินออกมาจากร้านสมุนไพรฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มหยุดมองนางนิ่งไปครู่หนึ่งนัยน์ตาปรากฏร่องรอยประหลาดใจวูบผ่านก่อนหายไป

“กำลังมองสิ่งใดอยู่หรือ”

เสียงบุรุษอีกคนหนึ่งที่นั่งอีกฝั่งของโต๊ะถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนสายตาจะมองตามสายตาอีกคนไป

“ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ้าสนใจสตรีเป็นด้วย”

พอได้ยินน้ำเสียงหยอกล้อของบุคคลที่นั่งอยู่ตรงข้าม เฉินเทียนอี้พลันละสายตาจากร่างของหลิวซีก่อนจะเปลี่ยนมามองถ้วยชาในมือด้วยสายตาไร้ความรู้สึก พร้อมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“นั่นคือชายาของข้า”

“อ้อ ที่แท้ชินอ๋องผู้เย็นชาก็สนใจชายาของตนเองอยู่หรอกรึ โอ้ ข้าผู้นี้ช่างตกตะลึงยิ่งนัก ว่าไปแล้วข้ายังไม่เคยพบนางมาก่อน นี่เจ้ามีชายาที่งดงามถึงเพียงนี้เลยหรือ”

เมื่อเสียงหยอกล้อของบุคคลที่มีฐานะเป็นฮ่องเต้และพี่ชายอย่างเขา ไม่สามารถทำให้ชินอ๋องผู้เย็นชาเปลี่ยนสีหน้าได้ เฉินเทียนหลงจึงแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น

“แกล้งเจ้านี่ไม่สนุกเอาเสียเลย ว่าแต่ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินว่าชายาของเจ้าป่วยอยู่ใช่หรือไม่ นี่นางหายแล้วหรือ”

“อาจใช่พ่ะย่ะค่ะ”

เสียงที่เรียบเฉยตอบกลับมาทำให้เฉินเทียนหลงอดหมั่นไส้น้องชายของตนเองไม่ได้ เขาสนิทสนมกับเฉินเทียนอี้มาตั้งเด็กเขาย่อมรู้ว่าน้องชายผู้นี้มีนิสัยเช่นไร ถึงแม้น้องชายผู้จะเย็นชาไร้ความรู้สึกไปสักหน่อย แต่เขาก็ไม่เคยกระหายในอำนาจเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเป็นที่คอยช่วยเหลือเขาในการแย่งชิงอำนาจจนได้กลายเป็นฮ่องเต้ในทุกวันนี้

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นหากแต่ไทเฮาก็ไม่เคยไว้ใจเฉินเทียนอี้ นั่นทำให้ชินอ๋องผู้นี้ไม่คิดจะแต่งชายาที่มีอำนาจหนุนหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการหวาดระแวงจากทุกฝ่าย เขาจึงเลือกแต่งหลิวซีที่เป็นเพียงคนธรรมดาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

“หากนางหายแล้วเจ้าก็พานางมาพบข้าบ้างสิ”

“หากมีเวลาข้าจะพานางไปเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

เฉินเทียนอี้ตอบรับด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึกเช่นเดิม ก่อนยกชาขึ้นมาจิบอย่างไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป หลังจากแต่งงานเขาก็ออกไปสืบข่าวการตายของหมอเทวดาหลิว ถึงแม้สืบอยู่หลายวันก็ไม่พบร่องรอยใด นักฆ่าพวกนั้นที่เขาจับตัวไว้ได้มีเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่หลังจากที่สอบสวนอย่างหนัก แม้จะทรมานทุกวิธีที่สามารถทำได้ อีกฝ่ายยังไม่ยอมปริปากพูด สุดท้ายก็หาโอกาสฆ่าตัวตายไปเสียได้ เรื่องนี้ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาที่เมืองหลวงเมื่อไม่มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติม

หลังจากที่กลับมาชายหนุ่มก็ไม่ได้ตรงกลับจวนในทันที เขาไม่อยากพบมารดา สองวันมานี้เขาจึงปลอมตัวเป็นองครักษ์ของฮ่องเต้เพื่อเหตุผลบางอย่าง จนวันนี้ฮ่องเต้ที่ว่างนักว่างหนาก็ได้บังคับให้เขาพาออกมาเที่ยวเล่น

“ฝ่าบาทออกมาข้างนอกนานเยี่ยงนี้ไม่กลัวไทเฮาทราบหรือพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเห็นน้องชายเปลี่ยนเรื่อง เฉินเทียนหลงก็หุบรอยยิ้มลงทันที

“เจ้าก็รู้ หากเสด็จแม่ทราบว่าข้าออกมาย่อมต้องไม่พอใจแน่ เจ้าก็อย่าได้ไปบอกท่านแม่เชียวนะ”

ถึงแม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่เฉินเทียนหลงย่อมรู้ดีว่าไทเฮากับเฉินเทียนอี้ไม่ค่อยลงรอยกัน เป็นเพราะเขายังไม่มีรัชทายาท แม้ในตอนนี้เขาจะมีฮองเฮาและเหล่าสนมครบทุกตำแหน่งแล้ว ทว่ากลับยังไม่มีใครให้กำเนิดองค์ชายเลยสักคน ทำให้เขามีเพียงองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้คนที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์จึงมีเพียงชินอ๋องคนเดียวเท่านั้น สำหรับเฉินเทียนหลงแล้วเขาย่อมไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ หากชินอ๋องต้องการบัลลังก์นี้เขายังสามารถยกให้ได้โดยไม่ลังเลเลยสักนิด แต่สำหรับไทเฮาแล้วกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

“เรื่องที่เจ้าไปสืบการตายของหมอเทวดาหลิว ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”

เมื่อได้ยินฮ่องเต้ถามเช่นนั้น เฉินเทียนอี้ก็ไม่ได้แปลกใจอันใด เรื่องนี้เขาย่อมไม่สามารถปิดบังสายตาฮ่องเต้ได้

“ยังไม่มีความคืบหน้าพ่ะย่ะค่ะ”

เฉินเทียนหลงได้ฟังก็พยักหน้าเบา ๆ เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนอยู่เล็กน้อย เขารู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ถึงแม้หมอเทวดาหลิวจะเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา แต่พวกเขาสองสามีภรรยาก็นับว่าเป็นบุคคลที่มีประโยชน์ต่อแคว้นของเขาเป็นอย่างมาก

จวนชินอ๋อง

หลังจากที่ออกมาจากร้านสมุนไพรหนิงเหอแล้ว หลิวซีก็ให้คนขับรถม้าพานางกลับในทันที เมื่อเข้าประตูจวนมาได้หญิงสาวรีบเดินกลับเรือนอย่างรวดเร็ว ทว่าในขณะที่นางกำลังเดินผ่านลานดอกไม้ พลันมีเสียงหวานนุ่มนวลดังขึ้น

“พระชายาเพคะ”

หลิวซีหันไปตามเสียง มองเห็นสตรีร่างบอบบางกำลังก้าวเข้ามาก่อนย่อกายทำความเคารพนางด้วยท่าทางอ่อนช้อย ใบหน้าเล็กนั้นขาวผ่องดังน้ำนม ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ แก้มเนียนอมชมพู ส่งเสริมให้ใบหน้านั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง ข้างกายมียังสาวใช้ประคองอยู่ไม่ห่าง

หลิวซีพยักหน้าเบา ๆ เป็นการตอบรับ ดวงตาหงส์ชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยหางตา สตรีนางนี้คือหยางอิง นางเป็นญาติห่างๆฝั่งตระกูลหยางของหยางไท่เฟย อีกทั้งยังเคยเป็นคนที่หยางไท่เฟยวางตัวให้เป็นพระชายา

เมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้หางตามองมา หยางอิงพลันรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เหตุใดวันนี้หลิวซีดูแปลกไปกว่าทุกวัน ปกติหากเจอนางสตรีผู้นี้ทำได้เพียงก้มหน้าหลบตาเท่านั้น ใบหน้าของนางมักซีดเซียวอมทุกข์ แววตาก็หม่นหมองอยู่ตลอดเวลา

เมื่อสักครู่ในขณะที่นางกำลังนั่งจิบชาชมทิวทัศน์อยู่ในศาลาริมสระบัว สายตาพลันเหลือบไปเห็นหลิวซีกำลังเดินผ่านลานดอกไม้พอดี ทำให้นางรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่เห็นสตรีนางนี้ออกมานอกเรือน นางจึงตั้งใจมาแสร้งพูดคุยเพื่อสังเกตอีกฝ่ายสักหน่อย ตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ในจวนหลิวซีก็บาดเจ็บหนัก พออาการเริ่มดีขึ้นกลับเอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวในห้อง ปกติหลิวซีก้าวเท้าออกมาข้างนอกเสียที่ไหน

“ท่านหายดีแล้วหรือเพคะ”

หยางอิงถามพลางมองสำรวจสตรีตรงหน้า พอได้สังเกตเต็มตา สตรีนางนี้ช่างเป็นคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดั่งหยกเนื้อดี ดวงตาหงส์เรียวสวยแววตาเยือกเย็นแลดูทรงพลังอย่างประหลาด ใบหน้านั้นเรียกว่างดงามล่มเมืองก็ว่าได้

หญิงสาวรีบกลืนความอิจฉาริษยาลงท้อง ก่อนคลี่ยิ้มสดใสออกไป

ส่วนหลิวซีมองหยางอิงกลับด้วยสายตาดูแคลนคล้ายมองคนโง่เง่าคนหนึ่ง สตรีอย่างหยางอิงแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว คิดว่านางไม่รู้หรือ ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์ใด

“หากไม่หายแล้วข้าจะเดินออกมาได้อย่างไร”

พูดจบก็เดินผ่านไปโดยไม่หันกลับมามองแม้เพียงหางตา นางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระเยียงนี้ นางยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

หยางอิงรู้สึกหน้าชาเป็นอย่างมาก นางทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง ดวงตากลมโตใสซื่อเปลี่ยนเป็นวาวโรจด้วยความโกรธ นางขบเม้มริมฝีปากแน่น เหมือนหลิวซีจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

“วันนี้พระชายาดูแปลกไปนะเจ้าคะ”

สาวใช้ด้านข้างพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อนางมองไปเห็นใบหน้าน่ากลัวของเจ้านายก็รีบเก็บคำทันที

“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ”

หยางอิงได้ยินลี่จูพูดแบบนั้นทำให้นางยิ่งมั่นใจขึ้น หลิวซีไม่เหมือนเดิมแน่นอน ซ้ำร้ายดูเหมือนจะหายดีแล้วด้วย นางจะทำเช่นไรดี ในตอนแรกนางคิดว่าหลิวซีคงไม่มีทางรอดเป็นแน่ หากไม่ตายเพราะบาดแผลภายนอกก็คงตายเพราะบาดแผลในใจแน่นอน

ยิ่งคิดนางก็ยิ่งร้อนรน แต่เมื่อไม่สามารถทำอันใดได้หญิงสาวก็หมุนตัวรีบเดินกลับไปทันที

*******

เปลี่ยนเวลาอัพตอนใหม่จาก21.00น. มาเป็น19.00น.นะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...