“คมนาคม” ลงพื้นที่ตรวจสอบ “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” กำชับตรวจสอบโครงสร้างทุก 2 เดือน
“คมนาคม” ถือไม้เรียวลงพื้นที่ลุยตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการ “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” หลังเปิดเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ “ประชาชน” กำชับเข้มตรวจสอบโครงสร้างทุก 2 เดือน จี้ ติดตั้งกล้อง image processing ร่วมกับ AI ไว้ใต้ขบวน เพื่อตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนในระบบราง
นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (MRT สายสีเหลือง) ว่า “ได้สั่งการให้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะผู้กำกับดูแลโครงการ ควบคุมการดำเนินงานซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ของบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้รับสัมปทานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการเดินรถตามปกติได้โดยเร็ว และสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยให้แก่ประชาชน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 ที่ขบวนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองต้องหยุดวิ่งทั้งระบบ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้าขบวนรถขัดข้อง และ มีชิ้นส่วนตัวยึดรางร่วงหล่นลงมาบนพื้นถนนศรีนครินทร์ ช่วงสถานีกลันตัน (YL12) - สถานีสวนหลวง ร.9 (YL15)
โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางราง ร่วมกับ รฟม. ได้เข้าติดตามการทดสอบระบบ และตรวจประเมินความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการ โดยสามารถกลับมาเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ตามปกติ ครบทั้ง 23 สถานี ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2567 ในเวลา 06.00 – 00.00 น. ด้วยความถี่นอกช่วงเวลาเร่งด่วน ทุก 10 นาทีต่อขบวน และในช่วงเวลาเร่งด่วน ด้วยความถี่ทุก 5 นาทีต่อขบวน (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 07.00 – 09.00 น.) และเวลา (17.00 – 20.00 น.)
“อุบัติเหตุที่มีวัสดุร่วงหล่นลงมา เอกชนผู้ให้บริการได้สรุปสาเหตุและแก้ไขปรับปรุงจนสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งก่อนการเปิดให้บริการมีการตรวจสอบระบบให้พร้อมใช้งานตามหลักความปลอดภัยการเดินรถ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่จะต้องนำไปป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอีก ถือเป็น KPI ของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง หากมีเหตุการณ์ซ้ำรอยถือว่าทำงานบกพร่อง” นายสุรพงษ์ กล่าว
สำหรับการตรวจสอบทุกอย่างเป็นไปตามหลักมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีการติดตั้งระบบป้องกันเพิ่มเติมด้วยกล้องเซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติของล้อและราง สามารถแจ้งเตือนมายังศูนย์ควบคุมได้ทันการณ์ เพิ่มเติมจากการระบบตรวจสอบตามปกติ ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเสียหาย ลดเวลาการซ่อมแซม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้บริการ และผู้ที่สัญจรตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า สายสีเหลืองนั้นทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ และมีการป้องกันที่ดีขึ้น นอกจากนี้จากเดิมที่มีการจะเพิ่มการตรวจสอบเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีความถี่ทุก 6 เดือน และ ทุก 2 เดือน แต่หากเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ จะเพิ่มความถี่เป็นทุกสัปดาห์
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า ได้มีการดำเนินการตรวจสอบรอยต่อคานทางวิ่ง (expansion joint) ทั้งโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลืองและสีชมพู ซึ่งมีการตรวจเช็คมาร์คหัวนอต เพื่อสังเกตการคลายตัวของนอต การเคาะแผ่นต่อเชื่อมคานทางวิ่ง (finger plate) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของตัวแผ่นเหล็กจากเสียงที่เกิดขึ้น การใช้อุปกรณ์พิเศษรูปตัวแอล สอดไปบริเวณระหว่างหัวนอตกับแผ่นต่อเชื่อมคานทางวิ่ง เพื่อตรวจสอบนอตที่ไม่แนบแผ่นต่อเชื่อมคานทางวิ่ง หรือการขันทอร์กด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าทอร์กที่มีการสอบเทียบ (calibrate) เพื่อตรวจสภาพเกลียวของรูนอตก่อนเปลี่ยนนอตใหม่ให้แนบกับแผ่นต่อเชื่อมคานทางวิ่ง ซึ่งการดำเนินการนี้ ยังมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องต่อไป
อย่างไรก็ดี ได้กำชับ รฟม. และผู้ให้บริการ EBM ผู้รับสัมปทานให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสภาพโครงสร้าง ขบวนรถไฟฟ้า อุปกรณ์ทุกชิ้น โดยเพิ่มความถี่ในการขันทอร์กจาก 4 เดือนเป็น 2 เดือน และ ถี่กว่านั้นในส่วนที่สำคัญเพื่อป้องกันความผิดพลาดและมีความปลอดภัยอยู่เสมอ และผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูได้ดำเนินการติดตั้งกล้อง image processing ร่วมกับ AI ไว้ใต้ขบวนรถไฟฟ้า เพื่อตรวจจับความผิดปกติของชิ้นส่วนในระบบราง หากมีตำแหน่งคลาดเคลื่อนจากเดิม จะมีการแจ้งเตือนไปยังศูนย์ควบคุมการเดินรถ เพื่อประสานผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที