พาร์ตไทม์แบบใด? Starbucks ให้พนักงานพาร์ตไทม์เข้ากะเกิน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมาะสมหรือไม่?
ถ้าถามว่างานพาร์ตไทม์ที่อยากทำคืองานแบบไหน? หลายคนอาจเลือกที่จะทำงานพาร์ตไทม์ในร้านกาแฟ โดยเฉพาะ ‘สตาร์บัคส์’ ร้านกาแฟที่เรียกได้ว่าครองใจคอกาแฟหลายๆ คนทั้งในคุณภาพของเครื่องดื่มและการบริการของพนักงาน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในร้านด้วย
.
เท่านั้นยังไม่พอ ในการสำรวจองค์กรระดับโลกที่เผยแพร่ในปี 2018 สตาร์บัคส์ซึ่งเป็นธุรกิจร้านกาแฟที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ และมีการจ้างพนักงานกว่า 400,000 คนแห่งนี้ ยังได้รับการระบุว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มี Work-Life Balance ให้กับพนักงาน ทำให้สตาร์บัคส์กลายเป็นตัวเลือกแรกที่ใครหลายคนมักมองหา เมื่อพวกเขาต้องการรายได้เสริม
.
แต่ความจริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอระบายความรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งน้ำตา เนื่องจากเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ที่ต้องทำงาน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต้องเรียนไปด้วย และยังไม่นับรวมการเข้ากะนานถึง 8 ชั่วโมงในวันเสาร์และอาทิตย์
.
คลิปดังกล่าวก็ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ มากมาย ทั้งความคิดเห็นเชิงลบอย่างการล้อเลียนเจ้าของโพสต์ การวิจารณ์คนทำงานยุคใหม่ รวมถึงความคิดเห็นที่เข้าอกเข้าใจเจ้าของโพสต์ และวิจารณ์การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของผู้จัดการสาขาด้วย
.
.
เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ถ้าพนักงาน Part-Time ต้องเข้ากะเกิน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะไหวไหม?
.
ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะทำให้ Work-Life Balance กลายเป็นเทรนด์การทำงานที่คนรุ่นใหม่มองหา แต่ก็มีหลายคนแสดงความเห็นว่า Work-Life Balance เป็นแค่มายาคติ และยากที่เราจะสามารถทำให้ทั้งสองสิ่งนี้มีความสำคัญเทียบเท่ากันได้อย่างแท้จริง
.
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึงงานพาร์ตไทม์สำหรับนักเรียนนักศึกษา คนมักจะคิดถึงงานที่สามารถทำหลังเลิกเรียนได้เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง และมีขอบเขตงาน รวมถึงระยะเวลาทำงานที่แน่นอน แต่ในความจริงแล้วไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายคนคิด เพราะงานในร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรืองานอื่นๆ ในอุตสาหกรรมบริการมีภาระงานหนักมาก และอาจจะหนักเกินไปสำหรับบางคนที่ต้องการรายได้เสริมเพียงชั่วคราวเท่านั้น
.
อย่างสถานการณ์ของบาริสต้าคนดังกล่าวที่ต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างความสมดุลของทั้งสองสิ่งนี้ไปพร้อมๆ กัน เพราะในวันธรรมดาพนักงานพาร์ตไทม์คนดังกล่าวถูกจัดตารางให้ทำงาน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องทำงานทั้งวันเป็นเวลา 8 ชั่วโมงครึ่งตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด
.
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในร้านสาขาดังกล่าวมีลูกค้าเยอะมากในแต่ละวัน ทำให้พนักงานแทบไม่มีเวลาได้พักเลย แต่ก็ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานได้ เพราะมีพนักงานดูแลแค่ 4-5 คน และแต่ละคนก็มีงานของตัวเองล้นมือจนไม่อาจปลีกตัวไปช่วยเหลือคนอื่นได้
.
นอกจากนี้พนักงานยังบอกอีกด้วยว่า ผู้จัดการสาขาก็ไม่ได้สนใจ หรือให้ความช่วยเหลือพนักงานในปัญหาดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นพนักงานยังต้องเจอกับปัญหาอีกมากมาย เช่น ลูกค้าแสดงความหยาบคายกับพนักงาน การแปะป้ายบุคคลด้วยคำเรียกเพศ (Misgender) รวมไปถึงบรรยากาศกดดันในที่ทำงานที่เขาต้องเจอ เมื่อข้อจำกัดทางด้านสุขภาพทำให้ต้องลางานบ่อยๆ
.
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีชาวเน็ตมาให้ความเห็นกับโพสต์นี้อย่างหลากหลาย และมีคนตั้งประเด็นเกี่ยวกับการทำงานที่เหนื่อยล้าเกินไปสำหรับพนักงานที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย รวมถึงประสิทธิภาพในการดูแลพนักงานของผู้จัดการร้านสาขาอีกด้วย
.
.
งานสตาร์บัคส์ ‘หนัก’ เกินกว่าจะเป็นแหล่งรายได้เสริม
.
คนส่วนใหญ่ที่มองว่าการทำงานในร้านกาแฟเป็นงานที่ไม่ได้หนัก แต่ส่วนใหญ่แล้วคนที่คิดแบบนั้นมักจะเป็นลูกค้าที่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังเคาน์เตอร์นั้นพนักงานต้องทำอะไรกันบ้าง อย่าง Aimee Groth พนักงานอิสระที่เลือกสตาร์บัคส์เป็นงานพาร์ตไทม์ควบคู่ไปกับงานฟรีแลนซ์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาแบ่งปันสิ่งที่เธอเจอตลอด 3 สัปดาห์ใน Business Insider ว่า
.
ในการทำงานสตาร์บัคส์มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาตลอดทั้งวัน โดยปกติแล้วจะมีลูกค้าเข้าแถวรอประมาณ 20 คน และในส่วนของการทำเครื่องดื่มก็ไม่มีพื้นที่ที่กว้างขวางเพียงพอให้กับพนักงาน และยังไม่นับรวมลูกค้าที่รอเครื่องดื่มอยู่ด้วย นอกจากความวุ่นวายที่ต้องให้บริการลูกค้าภายในร้านแล้ว พนักงานยังต้องรับออเดอร์จากลูกค้าโทรเข้ามาอีกด้วย ซึ่งภาพความวุ่นวายทั้งหมดนั้นไม่สามารถมองเห็นได้จากจุดที่ลูกค้ายืน
.
ยิ่งในช่วงเช้าที่มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างหนาแน่น ทำให้พนักงานต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องเจอลูกค้ามากถึง 100 คนทุกๆ ครึ่งชั่วโมง โดยในร้านสาขามีพนักงานอยู่เพียง 7 คนเท่านั้น เท่านั้นยังไม่พอ Groth ยังบอกอีกด้วยว่าพนักงานต้องผ่านการเทรนด์ และจดจำรายการเครื่องดื่ม รวมถึงเมนูอื่นๆ ภายในร้านทั้งหมดให้ได้
.
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำ ระยะเวลาที่ใช้ในการต้มกาแฟแต่ละเมนู ประเภทของเมล็ดกาแฟ ประเภทของเครื่องดื่ม การเปลี่ยนน้ำในกาทุกๆ เวลาที่กำหนดเพื่อให้ได้กาแฟที่สดใหม่ รวมถึงรายละเอียดยิบบ่อยอีกมากมายที่พนักงานแต่ละคนต้องจดจำให้ได้เพื่อคงมาตรฐานของสตาร์บัคส์เอาไว้ อีกทั้งยังต้องทำความสะอาดเครื่องครัวและร้าน แล้วก็ต้องมาเตรียมความพร้อมในวันต่อไปด้วย
.
ดังนั้น คลิประบายความรู้สึกทั้งน้ำตาของนักศึกษาที่ทำงานพาร์ตไทม์ในสตาร์บัคส์อาจจะไม่ใช่การพูดเกินจริง และทำให้เราเห็นถึงภาระงานที่หนักเกินกว่าจะเป็นทางแก้ปัญหาเรื่องเงินในระยะสั้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังไม่นับรวมปัญหาของบรรยากาศในที่ทำงาน และการบริหารที่ไม่เห็นความสำคัญของพนักงานจากตัวผู้จัดการอีกด้วย
.
.
ในแต่ละวันของพนักงานสตาร์บัคส์ต้องเจอกับความวุ่นวายและความกดดัน ทั้งจากลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย แต่ด้วยปัญหาทางการเงินทำให้ยังมีพนักงานอีกมากมายที่ต้องทนกับภาระงานหนักมากเกินค่าแรง รวมถึงสวัสดิการที่พนักงานพาร์ตไทม์ได้รับ
.
และทำให้เราได้รู้ว่า ‘อุตสาหกรรมบริการ’ หรืองานที่ต้องให้การบริการ คอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เช่น ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟอาจจะยังไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการหารายได้เสริมแบบชั่วคราวเท่าไรนัก
.
.
อ้างอิง
- Starbucks Employee Breaks Down In Tears After They’re Scheduled To Work 8 Hours : Aimee Walker, IGV - https://bit.ly/3YdvW8L
- Why Working At Starbucks For Three Weeks Was The Toughest Job I've Ever Had : Aimee Groth, Business Insider - https://bit.ly/3zS0Edr
.
.
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast