โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือ”ฝนสุดขั้ว”จุฬาฯ ชู”ศูนย์กันก่อนท่วม” ดัน 4 ยุทธศาสตร์เปลี่ยนวิกฤตน้ำสู่เศรษฐกิจมั่นคง

Thai PBS

อัพเดต 05 ก.ย เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย เวลา 18.21 น. • Thai PBS

สถิติชี้ชัด 90% ของความสูญเสียจากภัยพิบัติในประเทศไทยมาจากปัญหาน้ำ จุฬาฯ เปิดเวทีระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน ชี้ทางรอดประเทศต้องเลิกทำงานแบบต่างคนต่างทำ นำข้อมูลวิทยาศาสตร์มาแปลงสู่การปฏิบัติจริง หวังลดความเสี่ยงด้านน้ำให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

วันนี้ (5 ก.ย.69) ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเสี่ยงด้านน้ำทั้ง “ฝนสุดขั้ว” น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลจากการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน ขณะที่ข้อมูลสถิติชี้ชัดว่า 90% ของความสูญเสียจากภัยพิบัติในประเทศไทยมีสาเหตุมาจากปัญหาน้ำ”ศูนย์กันก่อนท่วม” จุฬาฯ เปิดเวทีระดมทุกภาคส่วน วางแนวทางบูรณาการทำงานร่วมกัน

ศ. (พิเศษ) สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ. (พิเศษ) สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานกล่าวเปิดงานระบุว่า บทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากน้ำและภัยธรรมชาติมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยต้นทุนของการรอให้เกิดน้ำท่วมแล้วสูงกว่าการลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมและป้องกันล่วงหน้าอย่างมาก ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการรับมือน้ำท่วมให้ดีขึ้น แต่คือการทำให้แต่ละพื้นที่รู้จักน้ำของตนเอง เข้าใจความเสี่ยง และเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย

พร้อมย้ำว่า ชุมชนคือส่วนสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ ปรับตัว อยู่กับน้ำการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพจะต้องผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับพลังและความพร้อมของคนในชุมชน

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แสดงวิสัยทัศน์เรื่อง “วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และอนาคตของ Water Smart Communities” โดยกล่าวว่า เรื่องน้ำเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการจัดทำแผนที่น้ำเพื่อทำความเข้าใจเส้นทางการไหลของน้ำในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถแบ่งบทบาทความรับผิดชอบได้อย่างชัดเจนตามลักษณะภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเสริมพลังภูมิปัญญาที่ชุมชนมีอยู่เดิม ให้สามารถต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มหาวิทยาลัยควรเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาน้ำโดยไม่จำกัดอยู่เพียงด้านวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ควรดึงความถนัดจากหลากหลายสาขาวิชาเข้ามาเสริมกัน เพื่อให้การจัดการน้ำครอบคลุมทั้งมิติทางวิศวกรรม สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของชุมชนไปพร้อมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพลิกโฉมการบริหารจัดการน้ำให้กลายเป็นกลไกสำคัญของการสร้างชาติ เป้าหมายไม่ใช่เพียงป้องกันน้ำท่วม แต่คือทำให้ทุกคนรู้จักน้ำ เตรียมพร้อม และอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างรู้เท่าทัน และจัดการน้ำให้กลมกลืนกับวิถีชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

รศ.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และประธานศูนย์กันก่อนท่วม

รศ.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะประธานศูนย์กันก่อนท่วม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการน้ำมักเป็นแบบไซโล ขาดการบูรณาการ และมีข้อจำกัดด้านระเบียบกฎหมายที่ทำให้การเตือนภัยหรือการจัดการล่าช้า ในขณะที่ปัจจุบันไทยต้องเผชิญกับสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว หรือเหตุการณ์ฝนตกหนักแบบ “เรนบอมบ์ (Rain Bomb) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุทกภัยฉับพลัน ก่อนหน้านี้ตัวอย่างสถิติเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 พื้นที่ เช่น

ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ในช่วง (ธันวาคม 2025) มีปริมาณฝนตกสะสม 1,250 มิลลิเมตร ภายในเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งมีปริมาณเกือบเท่ากับฝนตกเฉลี่ยเกือบทั้งปี

ที่จังหวัดน่าน ในช่วง (สิงหาคม 2026) มีปริมาณฝนตกสะสม 370 มิลลิเมตร ภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นปริมาณร่วม 1 ใน 3 ของฝนตกเฉลี่ยเกือบทั้งปี

นครเวิ่นโจ ประเทศจีน (กันยายน 2026) มีปริมาณฝนตกสะสม 500 มิลลิเมตร ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

4 ข้อเสนอขับเคลื่อน Water Economy ของประเทศไทย จากศูนย์กันก่อนท่วม (Water Resilience Center)

  • Water Smart Community เสริมพลังชุมชนให้ร่วมบริหารจัดการน้ำกับภาครัฐ เพื่อรับมือและใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างยั่งยืน
  • Integrated Water Data Platform เชื่อมโยงข้อมูลน้ำแบบ Real-time เพื่อการคาดการณ์ เตือนภัย และวางแผนเชิงรุกอย่างแม่นยำ
  • Blue Infrastructure พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจจากทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน พร้อมผลักดันการร่วมลงทุน (PPP) ระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อให้เมืองอยู่กับน้ำได้อย่างปลอดภัย
  • Regulatory Reform & Consolidation of Water-related Agencies ยกระดับการจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ และบูรณาการหน่วยงานด้านน้ำทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

รศ.วิทยา ยังกล่าวอีกว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือ เราต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อน้ำ โดยมองว่าน้ำคือทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับประเทศหากเราจัดเก็บและดูแลได้ดี แต่หากบริหารจัดการไม่ดี น้ำจะกลายเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการร่วมลงทุนทันที นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนข้อมูลด้านน้ำ แต่โจทย์ที่แท้จริงคือจะแปลงข้อมูลเหล่านั้นไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันเราเผชิญกับสถานการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้วที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เหตุการณ์ฝนตกหนักที่หาดใหญ่ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่มีปริมาณเกือบเท่าค่าเฉลี่ยทั้งปี หรือกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นใน จ.น่านซึ่งมีฝนตกหนักในพื้นที่เพียง 6 ชั่วโมงแต่มีปริมาณน้ำเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยทั้งปี เราจึงต้องเร่งทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำเทคโนโลยีและโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยพยากรณ์สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเหล่านี้ให้เป็นโอกาสและอนาคตของประเทศ

เทคโนโลยีวิศวกรรมแบบเดิมไม่เพียงพอ ต้องสื่อสารให้ถึงระดับพื้นที่

ผศ.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาฯ ได้เปิดเผยสถิติว่า 90% ของความเสียหายจากภัยพิบัติในประเทศไทยคือเรื่องน้ำ และเมื่อบริบทของฝนเปลี่ยนไป วิศวกรรมแบบเดิมจึงอาจไม่เพียงพอ โครงสร้างวิศวกรรมแบบเดิม ๆ อาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดแล้วมันต้องใช้รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Nature-based solution ซึ่งการใช้ธรรมชาติเข้ามาช่วยบ้านเราต้องเป็นไฮบริด

ผศ.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาฯ

นอกจากนี้กลไกการสื่อสารแจ้งเตือนภัยภาคประชาชนที่ต้องชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้ทันที โดยระบุว่า ข้อมูลที่สื่อไป ต้องเป็นข้อมูลที่สื่อสารได้ง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ เช่น ตอนนี้ระดับน้ำขึ้นสูง เที่ยงตรงของวันนี้คุณจะต้องหนีไปอยู่ที่สถานที่คือยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนกอไก่ ภายในเวลา 12.00 น.

แนวทางของ “ศูนย์กันก่อนท่วม” สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่สามารถพึ่งพาความรับผิดชอบของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการผสานข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการทำงานระดับโครงสร้างของภาครัฐ การสนับสนุนจากภาคเอกชน และการลงมือปฏิบัติจริง ของภาคประชาชน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุคของการเป็น “ผู้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ” สู่การบริหารจัดการที่สร้าง “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต” ให้กับคนไทยอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"เอกนิติ" ชู AI บนเวที World Bank สร้างงานคุณภาพ ย้ำปลอดภัยและทั่วถึง

32 นาทีที่แล้ว

"ชาวองครักษ์" โวยน้ำท่วมหนัก จี้ชลประทานเปิดประตูคลอง 12

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปชช.เกิน 90% ไม่เห็นด้วย ภท.ชงแก้เปลี่ยนแหล่งงบฯ อุดหนุน 4 องค์กร

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลแล็บไม่พบเชื้อกาฬโรคในรัสเซีย ยังไม่มีหลักฐานยืนยันการระบาดของโรค

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...