โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หุ้นแบงก์” ส้มหล่น! รับอานิสงส์ “รถเก่าแลกใหม่” โบรกชู KTB-KBANK-BBL ท็อปพิก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแนวคิดที่จะผลักดันมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านโครงการ "รถยนต์เก่าแลกซื้อรถยนต์ใหม่" โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ EV และรถยนต์ไฮบริด ซึ่งได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณาหลักไว้ 2 ประการ ได้แก่ 1. ต้องเป็นรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างของกรมสรรพสามิตที่จัดเก็บภาษีตามปริมาณการปล่อยคาร์บอน และ 2. ต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโต

สำหรับรูปแบบของโครงการ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามลำดับก่อนหลัง (First come, first served) โดยจำกัดโควตานำร่องที่ 10,000 - 20,000 คัน ซึ่งสเกลของโครงการจะขึ้นอยู่กับกรอบวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ทั้งนี้ กลไกการช่วยเหลือจะเป็นรูปแบบการจ่ายเงินอุดหนุนตรงไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นำเงินดังกล่าวไปทอนเป็นส่วนลดราคาขายรถยนต์ใหม่ให้แก่ผู้ซื้อโดยตรง

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เตรียมมาตรการคู่ขนาน โดยให้สถาบันการเงินของรัฐออกแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เบื้องต้นทางธนาคารออมสินได้เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสินเชื่อสำหรับการเปลี่ยนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ EV โดยกำหนดวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ 5 ปี

ส่วนของโครงสร้างอัตราดอกเบี้ย ธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) ในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี จากนั้นสถาบันการเงินเหล่านั้นจะนำไปปล่อยกู้ต่อให้กับประชาชน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 1-2 ไม่เกิน 3.5% ต่อปี และปีที่ 3-5 ไม่เกิน 5% ต่อปี สำหรับระยะเวลาการกู้ 1-5 ปี จะขึ้นอยู่กับเงินดาวน์และระยะเวลาผ่อนชำระ

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ EV ที่กำลังมียอดขายเติบโตสูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ตลอดจนภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อเมื่อเทียบกับสินเชื่อรวมทั้งหมดจากมากไปน้อย พบว่า บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO มีสัดส่วนสูงสุดที่ 44% รองลงมาคือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ที่ 44%, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ที่ 28%, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ที่ 20% และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ 6%

อย่างไรก็ตาม บล.ดาโอ ยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคารเป็น "มากกว่าตลาด" โดยเลือกหุ้นเด่น (Top Pick) ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB (แนะนำ ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK (แนะนำ ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 225.00 บาท) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL (แนะนำ ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 195.00 บาท) นอกจากนี้ ประเมินว่า TISCO, KKP และ TTB จะได้รับ Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้นจากประเด็นมาตรการดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...