โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTB รายได้ค่าฟีพุ่ง-ตั้งสำรองลด ดันกำไรไตรมาส 1 โต 6% แตะ 1.24 หมื่นล้านบาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยธนาคาร KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 12,437.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 11,713.69 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ บริหารคุณภาพสิพย์ อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

โดยสินเชื่อรวมขยายตัวร้อยละ 2.4 เทียบกับสิ้นปี2568 จากสินเชื่อภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ และรายย่อยเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยธนาคารมีอัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) เท่ากับถ้อยละ 2 48 ภายได้แรงกดดันจากดอกเบี้ยขาลง และการลดดดอกเบี้ยผ่านมาตรการชิงทั้งกันเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพื่อเสริมความยั่งยืนของายได้ ทั้งนี้รายได้ค่าธรมเนียมเติบโต้ร้อยละ 13.9 โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากธุทิจ Wealth และมีการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนตามภาวะตลาด ซึ่งรวมถึงการรับรู้รายได้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับเงินลงทุน รายได้จากเงินปันผล การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย อีกทั้งรายได้จากหนี้สูญรับคืนจากการบริหารจัดการ NPL และทรัพย์สินรอการการขายซึ่งเป็น Recovery Engine ที่ธนาคารให้ความสำคัญ

โดยธนาคารยังคงบริหารจัดการค่าไช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมารยู่ที่ร้อยละ 38.9 จากร้อยละ 40.4 โดยหลักจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารพย์สิพย์สินรอการขายที่กสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ธนาคารยังคงลงทุนด้านเทศโนโลยีและดิจิทัล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่ง-ขันรองรับการเติบในระยะยาว

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารรักษาระดับ NPL Ratio ที่ร้อยละ 2.93 เทียบกับร้อยละ 2.90 ณ สิ้นปี 2568 พร้อมบริหาร Credit Cost ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ร้อยละ 1.15 และรักษา Coverage Rato ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 204.7เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต รวมถึงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

โดย ณ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 18.60 และเงินกองทุนทั้งสิ้น ร้อยละ 20.54 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมบริหารเงินกองทุนอย่างมีวินัย เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสูงที่ร้อยละ 10.8

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...