โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กรณี ราเชน ศิลปะรายะอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ หลังมีคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเหตุผล “ถูกกดดันทางการเมือง”ตามมาด้วยการให้สัมภาษณ์ตีปมไปที่หลานชายของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจเจ้ากระทรวงเกษตรฯ คนใหม่ ติดต่อขอเข้าพบอ้างขอเจรจาว่าด้วยงบประมาณซ่อมเครื่องบิน งานนี้มีเงื่อนงำไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้อำนาจทางการเมืองโดยมิชอบ ตามที่ฝ่ายจ้องจะเล่นงานพยายามโหมประโคมข่าวแน่นอน

ยิ่งเห็นการให้สัมภาษณ์เปิดประเด็นของราเชน เลือกใช้สื่อที่ก็รู้กันอยู่ว่ารับงานใครโดยเฉพาะอดีตคนที่เคยยิ่งใหญ่ในกระทรวงแห่งนี้มาก่อน ไม่ใช่แค่การเลือกที่จะเปิดประเด็นผ่านสื่อกระแสหลักในมือ แต่ภายในกระทรวงเองก็มีการตั้งแง่ของเจ้าพ่อเจ้าแม่สื่อ ต่อทีมประสานงานของสุริยะเช่นเดียวกัน มันสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องที่ว่า “เจ้าที่แรง” ได้เป็นอย่างดี เงื่อนเวลาที่อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงบอกว่า หลานสุริยะยกหูหาถี่ยิบนั้น ถ้ามองตั้งแต่เริ่มการประสานงานตั้งแต่กรกฎาคม 2568 จนถึงหลังเลือกตั้ง น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ชัดเจนว่ามีการเตรียมการ วางยา กระทั่งเข้ามาเมื่อมีคำสั่งโยกย้าย จึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ทันที ทั้งที่ อีกด้าน คนที่บอกว่าถูกกดดันทางการเมืองนั้น ความจริงน่าจะต้องพูดให้หมดว่า มีการหอบเอาเอกสารงบประมาณปี 2570 ที่ตัวเองดูแลไปให้คนที่เคยเป็นเจ้านาย รายงานทุกความเคลื่อนไหวในลักษณะอีกาคาบข่าว หรือ หอกข้างแคร่หรือไม่นั่นย่อมทำให้ฝ่ายที่เข้ามาดูแลย่อมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย ดังนั้น จึงน่าติดตามเป็นอย่างมาก หากสาวไส้กันให้ลึกแล้ว ใครจะเดินชนตอก่อนกัน

หากมองในแง่ของความเป็นพรรคของ ทักษิณ ชินวัตรภาษามวยก็ต้องบอกว่า ราคาไหลไปถือหางทางฝั่งอดีตอธิบดี แล้วชี้นิ้วไปที่สุริยะอาจแพ้ทีเคโอด้วยอาวุธขององค์กรอิสระ ที่บรรดานักร้องเริ่มงานกันทันที ส่วนจะสะเทือนไปถึงขั้นที่ว่าภูมิใจไทยจะอัปเปหิเพื่อไทยพ้นจากความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเลยหรือไม่ คำนวณความคุ้มค่า ระหว่าง เขี่ยแดงแล้วดึงเขียวเข้าร่วมน่าจะเสียมากกว่าได้โดยเฉพาะกับตัวบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรี

ขนาดน้องชายสุดที่รักของอาจารย์ใหญ่พรรคสีน้ำเงินอย่าง ศักดิ์สยาม ชิดชอบยังถูก อนุทิน ชาญวีรกูลยืนยันหนักแน่นว่าไม่น่าจะหวนคืนสู่สนามการเมืองมารับเก้าอี้เสนาบดีในรัฐบาลเด็กเส้น เพราะคำนึงถึงภาพลักษณ์ และแรงกระแทกที่จะพุ่งใส่ ในเมื่อ อุตส่าห์ปั้นรัฐมนตรีภาพลักษณ์ดีเพื่อช่วยค้ำยันความน่าเชื่อถือของรัฐนาวา จะไปเอาใจพรรคพวก แล้วสุ่มเสี่ยงต่อกระแสต่อต้านจากประชาชนได้อย่างไรเห็นกันอยู่ขนาดตำแหน่งข้าราชการการเมืองยังมีการสั่งให้ตรวจสอบคุณสมบัติกันถี่ยิบ อุดทุกช่องทางที่จะทำให้เสี่ยหนูและคณะตกม้าตาย

เห็นอาการของอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ที่เบี้ยวนัดเลื่อนการเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ สส.พรรคกล้าธรรมออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมประกาศขอบวชเป็นเวลา 1 เดือน ย่อมเป็นการส่งสัญญาณถอยเพราะการทิ้งช่วงเวลาขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะมีใครมาเป็นตัวแทนในการต่อสู้เพื่อเอาชนะฝ่ายการเมืองที่กุมอำนาจได้ ขณะเดียวกัน ฝ่ายถูกกล่าวหาย่อมมีเวลามากพอในการที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาคืน แต่มิติทางการเมืองอะไรที่คุยกันลงตัว การเลิกแล้วต่อกันถือเป็นหนทางลงที่ไม่มีใครต้องเจ็บตัว

คนที่น่าจะเดาทางเรื่องนี้ได้ว่ามีความไม่ชอบมาพากลอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิหัวหน้าพรรคประชาชน จึงให้ความเห็นแบบแทงกั๊กว่า หากมีประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลังคิดว่าเป็นความชอบธรรมที่ฝ่ายมีอำนาจต้องดำเนินการให้ถูกต้องแต่หากเป็นการดำเนินการทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตอบเชิงหลักการก็คือ พรรคสีส้มจะใช้กลไกของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรณีอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง แต่จะรวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายต่าง ๆ ด้วย

จะว่าไปในฐานะพรรคที่ยกมือให้เกิดรัฐบาลอายุสั้น หากจะมีการตรวจสอบเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผิดสังเกต น่าจะเข้าไปดูกรณีการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทยช่วงก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเกิดการย้ายชุดใหญ่ตั้งแต่ระดับอธิบดีไปจนถึงปลัดอำเภอกันทีเดียว ไม่ต้องบอกว่าเพื่อภารกิจใด เพียงแต่ว่าที่นั่นไม่มีใครโวยเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พรรคสีส้มจะไม่รู้สึกผิดปกติอะไร เพราะในการอภิปรายนโยบายครม.หนู 2 แทนที่จะไปจับผิดหรือตั้งข้อกังขากับกระทรวงในความดูแลของพรรคสีน้ำเงิน กลับไปตั้งหน้าตั้งตากระแนะกระแหนกับพรรคสีแดงไปเสียฉิบ

ไม่รู้ว่าเป็นประเภทออกอ่าวออกทะเลหรือไม่ ภาษาวัยรุ่นยุคนี้ต้องบอกว่าแต่ละมื้อแต่ละเดย์ เสี่ยเท้งหัวหน้าพรรคต้องกุมขมับกันเป็นว่าเล่น เพราะ ลูกพรรคขยันหาเรื่องงามไส้มาให้ต้องคอยแก้ต่างตลอดเวลาล่าสุด ต้องออกแถลงการณ์แก้ตัวจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมาของ ภัณฑิล น่วมเจิมสส.กรุงเทพมหานครของพรรค ที่พบว่าเนื้อหาบางส่วนมีการกล่าวพาดพิงในลักษณะ เหมารวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

อาจจะด้วย สส.รายดังว่ามีฐานเสียงหลักอยู่ในเมืองหลวง จึงไม่แยแสต่อคะแนนนิยมในต่างจังหวัด พอเปิดศึกเช่นนี้ยิ่งเข้าทางพรรคสีน้ำเงินไปใหญ่ เพราะได้ชื่อว่าเป็นขวัญใจของเหล่าผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศ มิเช่นนั้น คงไม่สามารถกวาดเก้าอี้ สส.ได้เฉียด 200 ที่นั่ง เห็นกระบวนการทำงานของพรรคสีส้มหลังจากเสร็จศึกเลือกตั้งหนนี้ ผนวกกับผลสำรวจความเห็นของสวนดุสิตโพลล่าสุด ต้องยอมรับกันว่า ถ้ายังเดินกันแบบนี้ มีโอกาสที่จะเข้าสู่โหมดสาละวันเตี้ยลง ครองใจคนเมืองใหญ่แต่คนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยก็จบเห่

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...